สมัยผมทำงานอยู่นาสา สรอ. มีเพื่อนคนหนึ่งเป็นเกาหลี เธอสอนผมทำกิมจิ ผมหัดทำหลายครั้ง วันหลังๆ เอาไปให้ชิม ได้รับคำชมว่า สำเร็จการศึกษาแบบเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เพราะทำหร่อยกว่าอาจารย์
วันนี้ผมมาได้คิดว่าทำไมเราไม่ลองทำกิมจิแบบไทย ผสมปลาร้า กุ้งจ่อม ไปเลย
กล่าวคือ ทำกิมจิตามสูตรทั่วไป แล้วเอาปล้าร้าตัวน้อยๆ หรือ ปลาจ่อม ผสมลงไปด้วย
จากนั้นอย่าลืม สามผู้ยิ่งใหญ่ของเรา คือ ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ผสมลงไป เพื่อฆ่าเชื้อ และ เติมแต่งกลิ่นให้หอมกว่าดั้งเดิมของเกาหลี ขิง กระชาย ขมิ้น จะใส่เพิ่มก็ดีนะ โดยเฉพาะกระชาย ขมิ้น นั้น น่าจะฆ่าเชื้อโรคได้ดี (ดังที่ผมโพสต์ไว้เรื่อง แอบปลาดุก จากจ.แพร่ ที่มดไม่ขึ้น แมงไม่ตอม )
การใส่ ขมิ้น กระชาย ยังวจะทำให้สีแดงของพริก กลายเป็นแดงปนเหลือง ทำให้แปลกตาและเป็นเอกลักษณ์แบบไทยๆ อีกด้วย ...อีกหน่อยอาจกลายเป็นอาหารประจำชาติไทยไปเลยก็เป็นได้นะ
อาหารหมักดังว่านี้ รสจัดมาก ควรกินแต่น้อย แต่ถ้าตะกละเกินไป ก็เอาไปต้มได้ กลายเป็นแกงส้ม ซดน้ำโฮกอือ หร่อยไปอีกแบบ
...คนถางทาง (แดกจังมรึง) (๓๐ กันยายน ๒๕๕๕)
ตอนสมัยเรียนแถว Baltimore-Washington, D.C. นั้นมีร้านเกาหลีเยอะ (มาตั้งรกรากช่วงสงครามเกาหลี) ผมซื้อกิมจิเป็นโหลๆ กินเลยครับ สะดวกดีครับ กินข้าวกับกับข้าวไทยแล้วกินกิมจิตามนี่รสชาติเข้ากับอาหารไทยมาก เหมือนเป็นยำอะไรสักอย่างหนึ่งครับ
พอกลับมาแล้วผมก็พยายามทำกิมจิกินเองปรากฎว่าไม่ได้ผลครับ ถ้ามีโอกาสอาจารย์สอนวิธีทำแบบประยุกต์ได้ไหมครับ ยิ่งถ้าได้ใส่สมุนไพรไทยเข้าไปอย่างในบันทึกนี้ยิ่งจะน่าอร่อยมากเลยครับ
อ่านมาหลายบันทึก ได้หัวเราะคนเดียวดัง ๆ ขอบคุณค่ะ อาจารย์
หนูก็ทำอาหารสไตล์นี้ คือ คิดว่าอะไร โม(ขอยืมคำใช้บ้าง)ได้ก็ทำเลย
จนเวลาฝรั่งถามว่า นี่เธอกำลังปรุง(ทำ)อาหารอะไรนี่ ตอบไม่ถูกเลยค่ะ
เช่นมื้อเมื่อกี๊ ก็ใช้ปลาแองโชวี่สองตัวเล็กจิ๋วแอบมาปรุงในต้มโคล้งแบบของเรา ฮ่า ๆ