เป็นคลื่นลูกใหม่แล้ว.....ครูอ้อยคิดเองจากการประชุมที่มอบหมายให้ครูอ้อยทำหลายอย่าง ปกติ ครูอ้อยก็ทำอยู่แล้วล่ะงานเหล่านี้ แต่เป็นเพียงเบื้องหลัง.....การถ่ายทำ แต่ต่อจากนี้ไป งานต่างๆจะต้องเป็นผู้จัดการ บริหารงานที่ได้รับมอบหมายให้ทำอย่างเคร่งครัด.....โดยไม่มีมือ มีเท้า...มีแต่ฝีมือ
*****
คลื่นลูกใหม่นี้ จะเป็นน้ำดี ที่จะไปละลายให้ความโปร่งใสเกิดขึ้น อย่างน้อยที่สุด วัฒนธรรมของการทำงาน น่าจะเด่นชัด มีระบบ มีเมตตา มีน้ำใจให้กันและกัน ลดอัตตา ลดวาจาสามหาว ลดพฤติกรรมกดดัน ลดการเล่นพวกเล่นพ้อง...ออกไป
*****
ครูอ้อยจะเป็นหัวหน้างาน เอาใบรายชื่อครูทั้งโรงเรียนมานั่งอ่าน นอนอ่านพบว่า.....ครูแต่ละคนนั้น เป็นดาวน์ไลน์ของครูผู้ใหญ่กันแทบทั้งนั้น.....นี่คือวัฒนธรรมในองค์กรที่นี่ ที่จะทำอะไรสักอย่างต้องมี มือ เท้า และคนสอดส่องต้นทาง
*****
อ่านไปอ่านมา เกิดความรู้สึกว่า.....ไม่เอาวิธีนี้แล้ว ต้องใช้วิธีการใหม่ โดยเพิ่มดีกรีของความชัดเจนกับการที่ได้รับมอบหมาย เมื่อครั้งการประเมินเพื่อรอรับรางวัลพระราชทาน ก็ใช้วิธีนี้ขอร้องอย่างเป็นทางการในบันทึกข้อความ.....มีการตอบรับมาทุกสายชั้น แต่ตรงมายังครูอ้อยเพียง...2 สายชั้น นอกนั้นทำผิดวิธีและถูกตำหนิไปโดยปริยาย...เขาไม่มาส่งกับครูอ้อยที่เป็นหัวหน้างาน
*****
นี่เป็นอีกวัฒนธรรมหนึ่ง คือ การเสนอหน้าว่า.....ได้ทำแล้ว แต่ไม่ส่งตรงสายงาน ข้ามขั้นตอนไป ไม่เป็นไปตามระบบ ระเบียบ แสดงให้เห็นของการมีอัตตา ไม่ศรัทธากันและกัน เปลี่ยนอะไรๆ ก็เปลี่ยนได้...แต่จะให้มาเปลี่ยนอัจจาในตัวคน....สงสัยตายแล้วเกิดใหม่...ยังไม่แน่ใจว่าจะเปลี่ยนได้
*****
ดังนั้น ครูอ้อยวิเคราะห์ดูแล้ว ต้องเรียงงานก่อน เชิญประชุม นำหัวข้อของงานขึ้นเป็นที่ตั้ง ปล่อยให้ทุกคนที่เป็นกรรมการศึกษา และเลือกงานที่ตนต้องทำ...ส่วนครูอ้อยต้องติดตามเป็นระยะทุกๆ 3 วัน
*****
คนที่มอบหมายงานให้ ให้แต่งาน
แต่ไม่ได้ให้..คนมาช่วย...
แบบนี้เรียกว่า...งานเข้าใช่ไหม
เป็นกำลังใจให้นะคะ........อย่างนี้อนาคตเค้าเรียกว่า งานเข้าแต่ได้เป็นดาวเด่นค่ะอาจารย์