สมัยผมเป็นเด็กวัยรุ่น เกเรพอควร พกมีด พกปืนไปรร. ก็บ่อย  ผมเรียนอยู่อำนวยศิลป์ ซึ่งตีกับ ไพศาลศิลป์ และ สันติราษฎ์   (เป็นต้นฉบับ ตอนหลังๆ มีพวกช่างกลปทุมวัน อุเทนถวาย  กนกอาชีวะ ศรีปทุม เข้ามา แล้วระบาดเป็นแฟชั่นมาจนวันนี้ )

 

ปืนที่ผมพกไปนั้นเป็นปืน ไทยประดิษฐ์  ที่ไปจ้างช่างพื้นบ้านทำ  ลูกโม่กรดแค่สามร้อยบาท (ขโมยเงินแม่ไปทำ)   ถ้าแมกกาซีนเจ็ด มม. แปดร้อยบาท ถ้าต้องการลำกล้องมีเกลียวด้วยก็หนึ่งพันบาท   ...ปืนทำออกมาดูดีมากๆ เนียนจนมองไม่ออก ตีตรา us army ปลอมได้เนียนอีกตะหาก

 

ช่างพวกนี้ ผิดกฎหมาย ถูกตำรวจตามไล่จับเป็นประจำ

 

แต่ผมมาคิดว่า  เฮ้ย บ้าไปแล้ว ช่างพวกนี้ความจริงน่าจะจับเอามาประดับยศเป็นพันตรี พันตำรวจตรีให้หมด ให้เงินเดือนงาม และกราบไหว้บูชาด้วย    แล้วให้เป็นอาจารย์สอนทหารตำรวจผลิตปืนออกมาใช้เองในกองทัพ จะได้ไม่ต้องไปเสียเงินซื้อปืนจากตปท.   แถมยังเอาไปขายตปท. ได้อีกด้วย  

 

ตราบเท่าที่ความโลภ โกรธ หลงยังมี  อุตสาหกรรมด้านอาวุธยังเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับประเทศไทย แต่นี่ ตำรวจไทย นักการเมือง ดันไปตัดตอนรากเหง้าแห่งปัญญาในการป้องกันประเทศเสียสิ้น  คิดแต่ว่ามันช่วยเหลือโจร โดยไม่คิดในมุมกลับเสียบ้างเลย 

 

การเอาช่างพวกนี้มาเป็นนายทหาร ได้สองต่อ คือ ได้ปืนมาใช้ไม่ต้องซื้อต่างประเทศ และ ตัดตอนปืนเถื่อนอีกด้วย

 

 

ประเทศไทยเรามีดีทุกอย่าง ยกเว้นมีนักการเมืองไทยมาบริหาร 

 

...คนถางทาง (๓๐ กันยายน ๒๕๕๕)