อวดดีกันมาก ๆ ดีกว่า...อวดเลว...นี่นา

 

เคยลืมกระเป๋าสตางค์ ตอนออกไปนอกบ้านบ้างไหมคะ?


         ผู้เขียนเป็นคนโก๊ะๆ เอ๋อๆ มักลืมโน่นลืมนี่บ่อยๆ เรื่องลืมกระเป่าสตางค์ ลืมโทรศัพท์มือถือ ลืมวันนัดเพื่อน ฯลฯ เป็นเรื่องปกติที่คนใกล้ตัวต่างคุ้นชิน โดนเพื่อนโกรธบ้างงอนบ้าง จนเลิกโกรธเลิกงอน เพราะรู้ว่าโกรธไปก็คงทุกข์ใจเอง เพราะคนลืมก็ลืมอยู่นั่น ไม่เคยเปลี่ยน...

 

            วันหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน ผู้เขียนรีบร้อนออกจากบ้านต้องไปธุระ เมื่อขึ้นไปบนรถเมล์แล้ว เพิ่งรู้ตัวว่า ลืมเอากระเป๋าสตางค์มา ค้นหายุกยิกวุ่นวาย เหงื่อแตก ตกใจตอนกระเป๋ารถเมล์เดินมาและขอเก็บเงินค่าโดยสาร ไม่กล้าพูดเพราะอาย... หน้าตาเธอก็เรียบๆ ออกไปทางดุๆ ตายแน่ๆ (คิดในใจ) ทำไงดี

            ระหว่างที่กำลังคิดด้วยความวุ่นวายใจนั้น...ก็มีเสียงนุ่มๆจากคุณลุงที่นั่งเยื้องไปแถวหน้าบอกว่า นี่เอ้า มาเอาเงินนี่ ลุงออกให้...

            คุณลุงคงเห็นท่าทางลุกลี้ลุกลนของผู้เขียน หรือจะคิดเป็นอย่างอื่น เช่น ยัยคนนี้ไม่ยอมจ่ายค่ารถ ...ฯลฯ ก็ไม่ทราบได้  คนเก็บเงินเดินไปเก็บเงิน คุณลุงส่งตั๋วรถเมล์มาให้ ผู้เขียนรับและยกมือไหว้พร้อมกล่าว “ขอบคุณมากค่ะ” ในใจคิดต่อไปอีกยาวเหยียด...และคิดว่า 

“คุณลุงช่าง...ใจดี” 



            วันนั้นตั้งใจไว้ว่า...ต่อไปจะต้องมีสติให้มากขึ้น อย่าลืมอะไรอีก ... และจะหาโอกาสช่วยคนที่เขาอยู่ในสภาวะ อิหลักอิเหลื่อเหมือน ๆ กันกับเราเป็นการตอบแทน “คุณลุงใจดี”


            เมื่อวานซืน ขึ้นรถเมล์สาย 12 พร้อมๆ กับคนที่ยืนรอที่ป้ายรถเมล์เดียวกัน สังเกตเห็นเขาสะพายแผ่นไม้ น่าจะเป็นแผงขายสลากกินแบ่ง เมื่อขึ้นรถแล้ว จึงเห็นว่าเขามีขาพิการ เดินกะเผลกๆ นึกนิยมในใจ แม้พิการร่างกายแต่ใจสู้และพยายามพึ่งตนเอง ผู้เขียนจ่ายเงินแล้วจึงสังเกตเห็นอีกครั้งว่า “เขา” ยังค้นหาเงินวุ่นวายตรงนี้ตรงนั้น...

            จึงแอบกวักมือเรียก คนเก็บเงิน พยักเพยิดให้มาเก็บเงินกับตัวเอง ไม่อยากส่งเสียงเกรงว่าเขาจะอาย กระเป๋ารถเมล์หน้าบึ้งพูดขึ้นเสียงดังว่า....

            “ไม่เป็นไรหรอก...ไม่เก็บเงินเขาหรอก”... คุณกระเป๋ารถเมล์หน้าบึ้ง แต่ใจสวย เดินมาคุยต่อว่า รถสายนี้มีคนพิการ คนยากจนขึ้นเยอะ เพราะผ่านสภาสังคมสังเคราะห์และสมาคมทหารผ่านศึก (ใกล้อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ) แต่ก่อนก็หงุดหงิดเหมือนกัน จนมาเจอคน "คนหนึ่ง" ดูท่าทางก็แต่งตัวธรรมดาๆ ไม่ได้ร่ำรวยอะไร แต่มักจะออกเงินค่ารถให้กับคนเหล่านี้ จนหลังๆ เธอบอกว่าก็เลยคิดว่า... น่าจะต้องช่วยเหลือโดยไม่เก็บเงินค่ารถคนพิการคนยากจนบ้าง


            ฟังแล้วก็ยิ้ม อิ่มใจ... อืม...ความดีของคนๆหนึ่งนี่ ส่งต่อและจับใจคนอื่นๆ ได้เหมือนกันนะ


            เดิมที...พอจะทำดีอะไรสักเรื่อง ก็คิดแล้วคิดอีก เกรงว่าคนอื่นจะมองว่า “ทำดีเอาหน้า” คิดแบบอายๆเหนียมๆว่า “ทำดีอย่าให้เด่นจะเป็นภัย” ต้องแอบหลบๆซ่อนๆ ทำ (เป็นงั้นไป) ทั้งที่การทำความดีนั้น ดีกว่าการทำไม่ดีแน่ๆ (ไม่ว่าจะ...ไม่คิดอะไรหรืออยากเอาหน้าก็ตามที)

          ส่วนคนที่มักวิพากษ์วิจารณ์ว่า คนนี้คนนั้นทำดีเอาหน้า อยากดัง ขี้โม้... เขาก็คิดตามประสบการณ์ของเขาซึ่งอาจเคยเจอแบบนั้นมา หากเราไม่เป็น ก็ไม่ต้องไปคิดอะไรให้ปวดใจ อยากทำดีก็ทำเลย


อวดดีกันมาก ๆ ดีกว่า...อวดเลว...นี่นา


         ลงจากรถเมล์ด้วยรอยยิ้ม คิดต่อไปว่า...ได้อะไรดีๆ จากรถเมล์ทุกทีเลย เสียดายนิดเดียว...ไม่ได้จ่ายเงินค่ารถให้คนๆ นั้น เลยยังไม่ได้ตอบแทน “คุณลุงใจดี” ตามที่ตั้งใจ...


บอกตัวเองว่า... ครั้งหน้าก็แล้วกันนะ...