คนไทยเป็นคนที่ประหลาดที่สุดในโลก ไม่ปรากฎว่ามีคนชาติไหนในโลกที่คิดว่าภาษาดั้งเดิมแห่งชนชาติตนนั้นหยาบคาย น่ารังเกียจ จนต้องใช้ภาษาต่างชาติแทนจึงจะสุภาพ
ไม่ใช่แต่ภาษา แต่เรื่องอื่นๆก็เช่นกัน เช่น
การแต่งกาย (ร้อนตับแตก แต่ดจร. ใส่เสื้อหนา และเอาผ้ามาผูกคอ)
การกินอาหาร (เมื่อก่อนกินด้วยมือ เดี๋ยวนี้ ดจร. กินช้อนส้อม มีด)
บ้านเรือน เมื่อก่อนโปร่งรอบด้าน ยกพื้นสูงให้เย็น เดี๋ยวนี้ก่ออิฐหนา ติด air กระหึ่ม
ดนตรี ก็ฟังแต่นอก ของไทยกำลังสูญพันธุ์ ก็มันเชย สุดๆ
คนรุ่นใหม่ หมายความเพียงว่า จบนอก กินเหล้า เบียร์นอก ฟังเพลงคลาสสิกฝรั่งรู้เรื่อง โอย...
Et cet tera ๆ ๆ ๆ (ที่ ยูล บรินเนอร์ และ แอนนา เลียวโนเวนส์ รู้ดีแก่ใจ ทำให้เขาร่ำรวย บนความทุเรศของสังคมไทย)
ราชบัณฑิตยสถาน (แม้ชื่อสถาบันก็เป็นแขกหมดแล้ว ไม่มีคำไตสักคำ) ดูเหมือนว่ามีหน้าที่แปลคำฝรั่งให้เป็นแขกเพื่อคนไทยได้จดจำ เช่น hardware แปลว่า ครุภัณฑ์ ส่วน software แปลว่า ลมุนภัณฑ์
คำว่า มึง กู อี อ้าย แดก กิน ตีน
ภาษาไทยเราแท้ๆ ทำไมถึงกลายเป็นคำหยาบไปได้ จนต้องแทนด้วยภาษาต่างชาติ (เช่น
ท่าน
กระผม ....(ซึ่งกูเดาว่า มาจาก ขะยห์ม แห่งภาษาขะเหมน)
ดิฉัน
ฯพณฯ
รับประทาน
เท้า )
ภาษาแขกแทรกเข้ามามากหลายแบบไม่รู้ตัว ถ้ามาด้วยความจำเป็นก็ไม่ว่า แต่นี่มาด้วยความบ้องตื้น เห่อนอก ของคนไทย จากแขกก็มาจีน และทุกวันนี้ก็คือฝรั่ง ต่อไป คงเป็นลาว เขมร พม่า มาเลย์ สิงคโปร์
อาคเนย์ = ออกเฉียงใต้
มหาวิทยาลัย/อุดมศึกษา =โรงเรียนสูง
มัธยมศึกษา =โรงเรียนกลาง
ประถมศึกษา =โรงเรียนต้น
ศรีษะ =หัว
รับประทาน = กิน (กะอีแค่กิน ยังเป็นคำไม่สุภาพไปได้ ...พ่อขุนรามฯกำแหงคงกำลังร้องให้ (โทมนัส ) เป็นอย่างหนัก ที่ลำบากคิดตัวสือมาให้พวกมันใช้)
พจนานุกรม = หนังสือแจงความหมาย
จุลินทรีย์ = ตัวจิ๋ว
ศัลยกรรม =ผ่าตัด
ปฏิสัมพันธ์ =เกี่ยวพัน
บูรณาการ= เชื่อมโยง
อุตสาหกรรม =โรงแรงงาน
นิคมอุตสาหกรรม =เมืองงาน
สัญลักษณ์= เครื่องหมาย
รัฐสภา =หอเมือง
สมาชิก =พวก
ราษฎร =ชาวเมือง
พาณิชย์ =การค้า
ปฏิรูป =ปรับปรุง
อุดมการณ์ =แนวคิด
ขอชมเชยใครก็ไม่รู้ ที่ตั้งคำไทยขึ้นใหม่แล้วใช้ได้ดีมาก เช่น ไฟฟ้า จอภาพ หนัง(ภาพยนตร์) โทรเลข วิทยุ เครื่องบิน สนามบิน (แต่ส่วนมากชอบใช้คำว่า “ท่าอากาศยาน” ทั้งที่ยาวยืดกว่ากันมาก แต่มันฟังเป็นแขกดีกว่าเดิม
อ้าว แล้วทำไมยังใช้คำว่า “ท่าเรือ” ไม่เรียกกันว่า ท่านาวายาน บ้างเล่า อ้อ..รู้แล้ว ก็เรือมันของต่ำก็ใช้คำไทยต่อไปก็ดีแล้ว ส่วนเรือบินมันของสูง ต้องใช้ภาษาแขกที่สูงส่งจะได้สมกันไงเล่า)
การใช้คำโดด แสดงว่าคนไทยมีความกระชับ (เหมือนกับคนจีน) ซึ่งเป็นเครื่องหมายของความเจริญอย่างหนึ่ง คนจีนเขาหวงแหนภาษาเขามาก แต่คนไทยตรงข้าม...ดูถูกภาษาตัวเอง
สิ่งหนึ่งที่ผมใฝ่ฝันไว้...อยากทำยามว่างเพื่อรอการตาย (ถึงแก่กรรม) หลังหมดงานเมือง (เกษียณอายุราชการ) คือ การตั้งคำไทยแบบใหม่ ที่กระชับกว่าเดิม และได้ความหมายดีกว่าเดิมอีกด้วย เช่น
โรงเรียน = โรงเรียน (ดีอยู่แล้ว ไม่ตั้งใหม่)
มหาวิทยาลัย = โรงคิด
ระบอบประชาธิปไตย = ระบอบเสียงไพร่ฟ้า
สุนัข = หมา,
อุจจาระ = ขี้,
ปัสสาวะ = เยี่ยว
คณะรัฐมนตรี = พวกตีนเมือง,
นายกรัฐมนตรี = หัวตีนเมือง
พระมหากษัตริย์ = พ่อหัวเมือง
อินเตอร์เน็ต = ข่ายใยฟ้า
เป็นต้น (ไม่ถึงกับเป็นใบหรอกนะ)
มาช่วยผมคิดนะ
...คนถางทาง (๒๘ กย. ๕๕)
ปล. วันนี้ดีใจที่พวกเด็กๆวัยรุ่น ใช้มึงกูกันมาก ครูแก่ๆ ก็หาว่าเด็กหยาบคาย แต่ผมแอบชอบอ่ะ
555 ประธาน 101.99 เริ่มทำหน้าที่แล้วคร้าบ
ลึกซึ้ง (deep) ครับ
สนับสนุนโครงการสร้างคำสั้นๆ ให้ใช้แพร่หลายในภาษาไทยครับ