หลักอนัตตา (ตอนที่ ๒ )

 

มีการเถียงกันในหลายที่ว่า นิพพานเป็น อัตตา หรือ อนัตตา  ต่างก็ยกอ้างคำสอนของ พพจ. มาง้างกัน

 

แต่ช้าก่อน ผมว่าคำสอนของพพจ. นั้น ต้องตีความให้เข้ากับข้อธรรมส่วนใหญ่ด้วย ไม่ใช่เพียงแค่ยกอ้างเพียงสองสามประโยคแล้วก็จบในตัวเอง  โดยที่ไ่ม่ฟังอีกแปดหมื่นสามพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าพระธรรมขันธ์

 

บริบทแห่งข้อธรรมใหญ่ที่สุดในคำสอนของศาสนาพุทธคือ การพ้นทุกข์  โดยทุกข์นั้นมาจากการยึดมั่นถือมั่น (อุปาทาน) อันนี้พุทธทุกนิกายต่างเห็นตรงกัน  

 

ดังนั้นการบรรลุธรรมคือการพ้นทุกข์ คือการหมดสิ้นซึ่งการยึดมั่นถือมั่นทั้งปวง นั่นเอง   ....ดังนั้นเรื่อง อัตตา เป็นอันเลิกไปได้เลย เพราะถ้ามีอัตตาก็แสดงว่ายังมีการ "ยึด" อยู่นั่นเองว่า “มี” 

 

ส่วนพวกว่า “ไม่มี”   ก็ "ยึด"  ว่าไม่มี  ก็ยังละการยึดไม่ได้ ก็ไม่พ้นทุกข์ไปได้หรอก

 

การไม่ยืนยันว่า มี หรือ ไม่มี นี่แหละ (ผมว่านะ) คือ อนัตตา   คือ ทางสายกลางแบบชาวพุทธที่แท้จริง แต่ต้องเป็นไปด้วยปัญญานะ ไม่ใช่ว่า ไ่ม่ยืนยันแบบซื่อบื้อ

 

 

ส่วนการที่บางท่านไปบอกซ้อนทับไปอีกว่า ไม่ใช่ทั้งอัตตา และ อนัตตา นั้น มันก็เท่ากับว่าเป็น นิรัตตา (ไม่มี) นั่นเอง  

 

 

...คนถางทาง (๒๔ กันยายน ๒๕๕๕)