ความเงียบ - ช่องว่างระหว่างคำพูด

ดีกว่าคำพูดที่ไร้สาระเป็นพันคำ คือหนึ่งคำที่นำมาซึ่งสันติสุข (Better than a thousand hollow words, is one word that brings peace - Buddha)

อาการปวดหัวจากผลข้างเคียงของการเลิกกาแฟ ทำให้รู้สึกทรมานใจกายยิ่งเมื่อสองสัปดาห์ก่อน สิ่งที่ทำให้อาการปวดหัวดูเหมือนจะทุเลาลงในช่วงนั้นคือการอยู่ในห้องเงียบๆ เย็นๆ นั่งนิ่งๆ สงบๆ มีเสียงรบกวนจากทั้งภายนอกและเสียงของตัวเองให้น้อยทีสุด เพราะรู้สึกว่าแม้ความสั่นสะเทือนของศรีษะในช่วงที่พูดทำให้การปวดรุนแรงขึ้น ฉันได้รู้จักคุณค่าของความเงียบขึ้นมากมายในช่วงเวลานั้น ถึงแม้ความเงียบจะไม่ได้ช่วยให้อาการปวดหัวหายไป แต่มันก็ไม่ได้ทำให้อาการรุนแรงขึ้น

การเงียบก็ให้โอกาสเราได้พิจารณาใคร่ครวญวางตัวได้ด้วย

เมื่อเย็นวานน้องจากที่ทำงานที่สนิทกันชวนไปทานข้าวเพราะน้องมีเรื่องที่อัดอั้นตันใจเกี่ยวกับเพื่อนร่วมงานอีกคนและอยากหาที่ระบาย ปัญหาความขัดแย้งระหว่างเพื่อนร่วมงานนั้นมีอยู่แทบทุกที่ มากบ้างน้อยบ้างตามลักษณะของคนและของงาน แต่ละครั้งที่เกิดเรื่องราวแบบนี้ขึ้นงานก็จะไม่ค่อยก้าวหน้าเหมือนกับรถจักรยานที่สายโซ่หย่อนยานและรอเวลาที่โซ่จะหลุด เมื่อโซ่หลุดเราก็ปั่นต่อไม่ได้และต้องหยุดซ่อม จนเมื่อเราซ่อมโซ่เสร็จแล้วมันจึงจะปั่นไปให้ถึงจุดหมายได้ 

ฉันตั้งใจจะเป็นผู้รับฟังที่ดีและมองทั้งสองฝ่ายด้วยเมตตาเพราะฉันก็รู้จักน้องทั้งสองคนถึงแม้จะสนิทกับคนนี้มากกว่า

เราพากันไปนั่งร้านอาหารไทยเล็กๆ แถบบ้าน เพราะบรรยากาศไม่พลุกพล่านและอาหารถูกปาก ถึงแม้จะรู้ดีว่าน้องคงไม่อยู่ในสภาวะที่จะรื่นรมย์กับอาหารมากนัก ตลอดเวลาชั่วโมงกว่าๆ ฉันรับฟังน้องด้วยความตั้งใจยิ่ง ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นลักษณะการทำงานของน้องอีกคนที่ไม่ค่อยถูกใจน้องคนนี้มากนัก จนเมื่อน้องได้ระบายความอัดอั้นออกมาและรู้สึกดีขึ้นมากแล้ว เธอก็ถามว่าฉันรู้สึกอย่างไรกับเพื่อนร่วมงานคนนี้

ฉันบอกน้องเขาไปว่า "ฉันไม่รู้จักน้องคนนี้ดีเพราะไม่เคยได้ทำงานกับเขา จึงไม่รู้ว่าชีวิตเขาพบเจออะไรมาบ้างจึงทำให้เขาเป็นอย่างที่เป็น จึงไม่อยากตัดสินเขา แต่ฉันก็รู้และเข้าใจถึงความไม่สบายใจของเธอและอยากเป็นผู้ฟังที่ดีและหวังดีอยากให้เธอรู้สึกดีขึ้น อยากให้เธอผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปเร็วๆ จะได้มีความสุขเหมือนที่เคยเป็น ฉันรู้ว่าผู้จัดการกำลังแก้ปัญหานี้อยู่และคงเป็นผลดีกับทุกฝ่าย ดังนั้นหากทำได้ฉันหวังว่าเธอจะไม่นำเรื่องนี้ไปคิดมากมายในวันหยุด ปล่อยมันไปบ้างเพื่อความสงบของใจเธอเอง"

จนเมื่อน้องเธอสบายใจมากขึ้น เธอจึงเริ่มสังเกตและนึกขึ้นได้ว่าฉันเงียบกว่าที่เป็นในเย็นวันนี้ ฉันเลยพูดติดตลกบอกน้องเขาไปว่าเพราะไม่ได้เป็นคนในเหตุการณ์จึงไม่อยากเป็นเหมือนชายนักวิจารณ์ภาพยนต์ในเรื่องที่เคยได้ยินมา

...


...

วันหนึ่ง แขกขายผ้า อาจารย์สอนหนังสือชาวยิว และนักวิจารณ์ภาพยนต์ ต่างกำลังเดินทางมุ่งหน้าไปอีกเมืองหนึ่ง ในระหว่างทางนั้นเขาทั้งสามคนกำลังติดฝนอยู่ที่บ้านไร่กลางทางแห่งหนึ่ง 

ท่าทางฝนจะตกอีกนานเลยวันนี้ เจ้าของไร่แจ้งกับชายทั้งสามคน ผมว่าพวกคุณพักอยู่ที่นี่สักคืนก่อนเดินทางต่อวันพรุ่งนี้เถอะนะ แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่ามีห้องเหลืออยู่แค่ห้องเดียวซึ่งพอสำหรับคนสองคนเท่านั้น คนหนึ่งจะต้องไปนอนที่โรงนาข้างนอก 

ทันใดนั้นแขกขายผ้าก็อาสาจะไปนอนที่โรงนา "เรื่องแค่นี้นิดหน่อยสำหรับผม ผมเดินทางตะรอนไปขายผ้าไปทั่ว ค่ำไหนนอนนั่นอยู่แล้ว" พูดจบเขาก็เดินทางออกจากบ้านไปสู่โรงนา

อีกสองสามนาทีถัดมา มีเสียงเคาะที่ประตู แขกขายผ้าคนนั้นกลับเข้ามาพร้อมขอโทษขอโพย พอดีมันมีวัวอยู่ในโรงนาด้วย ตามความเชื่อของเราวัวเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิและเราไม่ควรไปยุ่งกับที่นอนของเขา" 

คราวนี้อาจารย์ชาวยิวอาสาออกไปนอนข้างนอก บอกให้แขกขายผ้านอนในบ้านให้สบาย

สองสามนาทีต่อมา มีเสียงเคาะที่ประตู อาจารย์ชาวยิวกลับมาพร้อมบอกว่า ขอโทษเถอะนะผมไม่ได้ตั้งใจจะเรื่องมาก แต่ในโรงนามีหมูอยู่ด้วย ตามความเชื่อของเราหมูเป็นสัตว์ที่สกปรก ผมคงรู้สึกกระอักกระอ่วนที่จะนอนร่วมกับหมูในคืนนี้

คราวนี้นักวิจารณ์หนังก็เอ่ยปากว่าเขาจะออกไปนอนข้างนอกเอง พูดแล้วก็รีบออกไป

สิบนาทีต่อมา มีเสียงเคาะที่ประตู คราวนี้เป็นวัวกับหมูที่อยากย้ายที่นอนมาอยู่ในบ้าน

เท่านั้น...น้องคนนั้นก็ปล่อยก๊ากออกมาจนคนในร้านหันมามอง...

ฉันขับรถไปส่งน้องกลับบ้าน รู้สึกว่าน้องอารมณดีขึ้นเพราะเรื่องที่คุยกันเป็นเรื่องสัพเพเหระเบาๆ ธรรมดาๆ ต่างจากหัวข้อเดียวเมื่อหัวค่ำมากมาย และก่อนจะลงรถฉันบอกน้องไปว่า "ไม่มีใครทำให้เราเจ็บปวดได้หรอก หากเราไม่ปล่อยให้เขาทำ (Nobody can hurt me without my permission. - Mahatma Gandhi) และเราก็คงไม่สามารถเปลี่ยนใครเขาได้ชั่วข้ามคืน นอกจากบอกตัวเราเองให้อยู่อย่างมีความสุข และเวลาที่เราจะเปลี่ยนความคิดของเราได้คือตอนนี้ คืนนี้ ไม่ต้องขออนุมัติจากใคร"

...


...

น้องส่งข้อความมาขอบคุณในตอนดึก ทำให้ฉันได้นึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ฉันนึกขอบคุณสติที่ทำให้ฉันควบคุมตัวเองไม่ให้เอาน้ำมันไปราดไฟในวันนี้ให้เกิดเป็นวจีกรรมแก่ตนเอง การประหยัดคำพูดในวันนี้ถึงแม้จะไม่ได้ทำให้น้องเขารู้สึกดีลิงโลดเพราะมีแนวร่วมที่รู้สึกเหมือนกัน แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เหตุการณ์เลวร้ายลงกว่าที่ควร 

สรีระร่างกายของเราหากพิจารณาให้ดีจะเห็นว่าอวัยวะในส่วนบนสุดของร่างกายแทบทุกอย่างมีมาเป็นคู่เสมอไม่ว่าจะเป็นสมองซีกซ้ายขวา หู ดวงตา ไล่ลงมาถึงรูจมูก แต่ทว่าบนใบหน้าเรามีปากเพียงปากเดียว เหมือนกับว่าธรรมชาติสร้างสรรค์นี้จะบอกกับเราว่าเราควรมองให้มากกว่าที่เจรจา เราควรคิดและฟังให้เป็นสองเท่าของการเอ่ยปาก และเราควรหายใจให้มากกว่าที่เราพูด แต่ส่วนใหญ่เรากลับทำในสิ่งตรงข้ามเพราะเราต่างตกเป็นทาสของลิ้น เราแทบจะไม่มองดูให้ดีก่อนพูด บางครั้งเราพูดโดยที่ไม่ได้คิดด้วยซ้ำไป 

และการที่เราไม่ได้ยินเสียงของภายในของตัวเราส่วนหนึ่งก็น่าจะเป็นเพราะเสียงที่ดังจากทั้งสิ่งแวดล้อมและจากตัวเราเอง อย่างน้อยที่สุดหากเราสามารถลดคำพูดของเราได้ เราอาจได้ยินเสียงของหัวใจตัวเองบ้าง เพราะบางครั้งเรามัวแต่ฟังตัวเองพูดเลยทำให้เราไม่ได้ยินสิ่งต่างๆ ที่ส่วนอื่นๆ ของร่างกายพยายามจะบอก เลยกลายเป็นว่าเรามีเสียงรบกวนมากมายจากทั้งข้างนอกและข้างใน และบางครั้งก็ดูเหมือนลิ้นจะเป็นอวัยวะที่ทำงานหนักมากที่สุดชิ้นหนึ่งของร่างกายเรา ให้เวลาเขาได้พักบ้างเราจะได้ความรู้สึกที่ต่างไป

มีคนพูดเอาไว้ว่าคำพูดนั้นมีค่า แต่มันจะมีค่ามากขึ้นหากเราให้ช่องว่างในระหว่างการพูดนั้นด้วยความเงียบ...เพราะในความเงียบคือความงาม เราจึงไม่ควรทำลายความเงียบนั้นหากไม่สามารถทำให้บรรยากาศนั้นดีกว่าเดิม พระพุทธองค์ก็ได้ทรงตรัสไว้ในทำนองที่ว่า "ดีกว่าคำพูดที่ไร้สาระเป็นพันคำ คือหนึ่งคำที่นำมาซึ่งสันติสุข (Better than a thousand hollow words, is one word that brings peace - Buddha)"

.

.

ขอบคุณอาการปวดหัวที่เกิดขึ้นในวันนั้น ที่ทำให้ฉันรู้จักคุณค่าของความเงียบที่เกิดขึ้นในวันนี้

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นดีเสมอ...จริงๆนะคะ

.

สุขสันต์วันหยุดที่คงจะเงียบกว่าวันทำงานค่ะ
ด้วยความนอบน้อม,
ปริม ทัดบุปผา
๒๒ กันยายน ๒๕๕๕ 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกแห่งรอยยิ้ม

คำสำคัญ (Tags)#คำพูด#ความเงียบ

หมายเลขบันทึก: 503110, เขียน: 22 Sep 2012 @ 12:33 (), แก้ไข: 24 Nov 2012 @ 16:09 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน, ดอกไม้: 30, ความเห็น: 39, อ่าน: คลิก


ความเห็น (39)

ฮ่าๆๆ วัวกับหมู ตัวช่วยสุดท้าย :)

ขอบคุณเรื่องเล่าดีๆอีกแล้วนะคะ

สุขสงบวันเสาร์ค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ

ความฝันโง่ๆ ...ความฝันหนึ่ง...ในวัยเด็กของผม คือ...

การเป็นเจ้าของสำนักพิมพ์....ผลิตหนังสือดีๆ...วางขาย...

ถ้ามีโอกาสเป็นจริง...(หรือภาวนาบุญที่มีอยู่ชาตินี้ส่งผลไปชาติหน้า)

นักเขียนคนแรก...ที่ผมจะเปิดตัวพร้อมกับการเปิดสำนักงานพิมพ์...

นักเขียนคนนั้น..ต้องชื่อจริงว่า...

###ปริม ทัดบุปผา###

ขอบคุณเรื่องราวชีวิต....เรื่องสั้นหักมุม....เรื่องราวแห่งสันติสุขอันรื่นรมย์...

ขอบคุณเรื่องเล่าสบาย ๆ ยามบ่าย...ที่ได้สาระน่าคิดมากมายครับ...

   ปัจจุบัน...คนส่วนใหญ่มีหนึ่งปาก...แต่สิ่งที่อยู่ข้างในอาจมีสอง (แฉก)...หรือเปล่าหนอ... :)

       ขอบคุณความสุขที่ คุณปริม ส่งผ่าน (บันทึกแห่ง) รอยยิ้ม...ให้ได้อิ่มเอมอีกครั้งครับ... :)

ธิ
เขียนเมื่อ 

สวัสดียามบ่ายค่ะคุณปริม

  • อาการปวดหัวค่อย ๆ จางไปบ้างหรือยังคะ
  • เป็นบ่ายที่คนอ่านอิ่มเอมเติมเต็มใจ....เป็นสุข
  • ต้องหาโอกาสนิ่ง ๆ พิจารณาทบทวนอารมณ์  ความคิด  อยู่กับตัวเองบ่อย ๆ เพิ่มขึ้นอีก
  • ขอบคุณมากนะคะ  Happy ba  พบภาวะหัวปกติโดยไวนะคะ
  •    ^_,^

 

ความเงียบเป็นสิ่งที่ดีครับ แต่ไม่ใช่เงียบแล้วอยู่ในห้องนะครับ

ออกกำลังกายก็ดีนะครับ

การวิ่งก็ดีนะครับ ถือว่าเป็นการลงทุนน้อยสุดครับ

คุณปริม ครับ

ในบางวัน ของการทำงานบริหาร

บ่อยครั้ง ที่เราต้องรู้จัก ปิดหู ปิดตา และปิดปาก

อยู่กับความเงียบงัน...ทำให้มีสติมากขึ้น จริงๆ

เนื้อเรื่องเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนวัยทำงาน โดยเฉพาะต้องทำงานร่วมกับคนอื่นๆ ซึ่งมีลักษณะนิสัยและพื้นเพแตกต่างกัน ประมาณว่า ร้อยพ่อพันแม่ พระพุทธองค์สอนให้เรามีโลกทัศน์อันแจ่มจรัสว่า “มองทุกอย่างตามที่มันเป็น อย่ามองตามที่เราต้องการให้เป็น”

อย่างแรกมองกี่ครั้งก็เป็นสุขทุกครั้ง

อย่างหลังมองกี่ครั้งแทบจะผิดหวังทุกครั้ง

เหมือนการซื้อลอตเตอรี่ ถ้าเราซื้อเพราะต้องการช่วยคนพิการที่เอามาขาย ถูกรางวัลหรือไม่ถูก ก็ไม่ทุกข์เพราะเราบรรลุความต้องการตั้งแต่แรกแล้ว

แต่ถ้าซื้อเพราะหวังถูกลูกเดียว ก็จะผิดหวังร่ำไป

ยกเว้นคนที่ถูก แต่จากสถิติบอกและยืนยันได้ว่า คนถูกรางวัลมีน้อย

...ขอบคุณ..ความเงียบ,,,ช่องว่าง..ทุกอย่าง..เกิด..ขึ้น..ดีๆ..เสมอ..เจ้าค่ะ....(มีความสุข..นะเจ้าคะ)..จากใจ..ยายธี

บันทึกดีๆ กับเพลงเพาะ ๆ มีความสุขอีกแล้ว .... ขอบคุณครับ....

...

ความราบเรียบ เงียบเฉย ละเลยทุกข์
เป็นความสุขเล็กน้อยเ้ฝ้าคอยหา
ใช้ชีวิตสันโดษห่างโกรธา
มันจะคอยพัดพาอารมณ์ไป

อันความเงียบ ช่วยให้ได้ใคร่ครวญ
ความแปรปรวนของใจแอบถามไถ่
ว่าฉันอยู่ในโลกนี้ได้อย่างไร
หากเสียงดังอยู่ในใจตลอดเวลา

...

(นานแล้วไม่ได้ใคร่ครวญจะแต่งกลอนให้อาจารย์)

เจอกันอีกแล้วครับ......:):) 

คราวที่แล้วไป comment  Blank ยินดียิ่งแล้ว แขกแก้ว G2K มาเยี่ยมบ้าน  ดร.ปริมจิรา ทัดบุบผา??? นึกว่าใครทำไม่ชื่อคุ้นๆ 555

มาคราวนี้ก้านหน้าถึงขั้น พิจารณากาย (อาการ 32) เลยหรือครับ....... :):)

พิจารณา "ทุกข์" นี้ไป แล้วท่านจะพบทาง "สว่าง" .....

เอาใจช่วย ในการเดินทางครั้งนี้นะครับ...............

สงสัยผมเองก็ต้องหันไป.........  ฝึกฝนใหม่อีกครั้งซะแล้ว  ตรงใจมานานแล้ว......:):) 

แล้วมาคอยให้กำลังใจกันและกันนะครับ....:):)

 

Oops พิมพ์ผิดครับ ก้าวหน้า ครับ....(ขออภัยครับ)

สวัสดีค่ะคุณ Tawandin,

นั่นนะสิคะ เพราะหมูกับวัวแท้ๆ ที่ทำให้บรรยากาศอันตึงเครียดผ่อนคลายลงค่ะ ต้องขอบคุณเจ้าเพื่อนสัตว์ทั้งสองค่ะ

หวังว่าวันนี้คงเป็นวันอันสงบสุขของคุณตะวันนะคะ ปริมออกไปถ่ายรูป ดูนกมาทั้งบ่ายค่ะ มีความสุขกับปัจจุบันขณะมากค่ะ ;)

พักผ่อนให้พอดีนะคะ ฝันดีค่ะ

สวัสดีค่ะครูอ้อย

ขอบคุณคุณครูมากเช่นกันที่กรุณามาทักทายและให้กำลังใจนะคะ

ฝันดีค่ะคืนนี้

สวัสดีค่ะคุณหมออดิเรก

ปริมขอให้ความฝันของคุณหมอเป็นจริงโดยเร็ววันนะคะ งานนี้จะเป็น win - win แน่นอนค่ะ เพราะปริมก็เคยฝันอยากเป็นคนทำงานเกี่ยวกับตัวหนังสือเช่นกันในตอนที่ยังเป็นละอ่อนค่ะ แต่เขียนรายงานส่งเจ้านายมากเกินไปจนชักเลิกล้มความตั้งใจแล้วค่ะ คุณหมอจะมาจุดปรกายอีกครั้งไหมคะ อิอิอิ

ขอบคุณมากค่ะสำหรับคำชื่นชม

ฝันดีนะคะคืนนี้ และขอให้ความฝันข้างบนเป็นจริงโดยเร็วค่ะ สาธุ ;)

สวัสดียามดึกค่ะท่านอาจารย์จัตุเศรษฐธรรม

คงต้องปล่อยให้คนที่มีสองแฉกอย่างที่ท่านอาจารย์ว่าไปตามทางของเขานะคะ ไม่อยากพบเจอ รู้จักเลยค่ะ ถึงจะมีเมตตาต่อสรรพสิ่งมากอยู่ แต่ไม่รู้เมตตาจะมาทันรึเปล่าหากต้องเผชิญหน้ากันจังๆ ค่ะ

ฝันดีค่ะและอย่าฝันถึงสองแฉกนะคะท่านอาจารย์ อิอิอิ

สวัสดีค่ะ ทพญ. ธิรัมภา

ขอบคุณในความเป็นห่วงค่ะคุณหมอ ตอนนี้หายเป็นปกติแล้วค่ะ ปวดหัวประมาณสองสัปดาห์ได้ค่ะ เพราะไม่อยากกินยาแก้ปวด ตอนนี้ชีวิตเป็นปกติสุข อดกาแฟได้ แม้ในยามบ่ายๆ จะคิดถึงบ้างก็ตามค่ะ แต่ก็เข้มแข็งเข้าไว้ค่ะ ;)

คุณหมอสบายดีนะคะ ไปไหนรึเปล่าคะวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ เอาเจ้าป๊อบคอร์นมาอวดบ้างนะคะ คิดถึง...

สุขสันต์วันหยุดค่ะ

สวัสดีค่ะคุณลูกสายลม

ขอบคุณมากค่ะสำหรับคำแนะนำค่ะ ปกติเป็นคนสมองแอคทีฟ แต่ร่างกายไม่ค่อยแอคทีฟเท่าไหร่ค่ะ พยายามเดินวันละ 2-4 กิโลเมตร ทุกวันแต่ยังมีบางวันที่ยังทำไม่ได้ค่ะ แต่เสาร์อาทิตย์ก็จะออกไปเดินป่าบ้าง สวนสาธารณะบ้าง ก็ช่วยให้ผ่อนคลายได้ค่ะ

ขอบคุณค่ะ

สวัสดีค่ะท่านอาจารย์ชยันต์

เงียบบ้างเพื่อตัวเรานะคะ ปกติปริมก็เป็นคนพูดมากๆๆๆๆ กับคนที่สนิทน่ะค่ะ ตอนนี้คงต้องพยายามให้ช่องว่างบ้างค่ะ คำพูดเราจะได้ดูมีค่าบ้าง อิอิอิ

สุขสันต์วนอาทิตย์ค่ะท่านอาจารย์

กราบนมัสการพระคุณเจ้าพระมหาอัมพร

กราบนมัสการขอบคุณค่ะที่มาให้ข้อคิดเตือนใจในวันนี้

มองโลกอย่างที่มันเป็นมากกว่าอย่างที่เราอยากให้มันเป็น จะได้ทุกข์น้อยหน่อยนะคะ

ขอบคุณค่ะ

สวัสดีค่ะคุณยายธี

ทุกอย่างมีเหตุผลในตัวมันเองเสมอที่เราอาจไม่มีปัญญาที่จะมองเห็นในขณะนั้นๆ นะคะ

ขอบคุณมากค่ะ

สุขสันต์วันหยุดค่ะคุณยาย

ขอบคุณท่านอาจารย์ภูคาที่แวะเวียนมาให้กำลังใจเสมอนะคะ

มีความสุขในเช้าวันนี้ค่ะ ;)

ขอบคุณบทกลอนเพราะๆ จากท่านอาจารย์ Wasawat Deemarn ค่ะ

พักนี้เห็นอาจารย์ยุ่งๆ นะคะ มีแต่อนุทินไม่ค่อยได้เขียนบันทึกบ่อยๆ เหมือนเมื่อก่อน ได้อ่านหนังสือบ้างไหมคะช่วงนี้

ให้เวลาเงียบๆ กับตัวเองบ้างนะคะ

สุขสันต์วันอาทิตย์ที่อาจยังทำงานของอาจารย์ค่ะ ;)

สวัสดีค่ะท่านอาจารย์วิชญธรรม

เป็นอย่างไรบ้างคะท่านอาจารย์ เห็นรูปจากบันทึกของคุณอักขณิชแล้ว หน่วยก้านพอจะเป็นสาวชาวนา ชาวสวน ผู้สนใจภาพลักษณ์เพียงเล็กน้อย และเป็นผู้ฝักใฝ่ในธรรมบ้างไหมคะเนี่ย อิอิอิ

ยังไม่ถึงกับพิจารณากายค่ะท่านอาจารย์ ตอนนี้เพียงหาความรู้ก่อนค่ะ ยังไม่ได้ลงมือปฏิบัติจริงจัง แม้จะพยายามคิดว่าการทำงานคือการปฏิบัติธรรมก็เถอะ ถึงแม้จะบอกว่าสามารถปฏิบัติสมาธิได้ทุกที่แต่ยังไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไหร่ค่ะ เมื่อวานไปนั่งดูนกมาครึ่งวัน รู้สึกช่วงนั้นจิตใจไม่ค่อยได้ออกไปจากบริเวณนั้นเท่าไหร่ค่ะ รู้สึกดีแบบสุดๆ แค่นี้ถือเป็นพัฒนาการมากมายค่ะ อิอิอิ;)

สุข สงบ ในวันปฏิบัติธรรมของท่านอาจารย์อีกวันนะคะ

ขอขอบคุณมิตรไมตรี ความห่วงใย กำลัังใจ จากกัลยาณมิตรทุกท่านค่ะ

สุขสันต์วันหยุดในวันนี้นะคะ

ขอให้หายปวดโดยเร็วนะคะน้องปริม

ชอบ Clip นี้จังค่ะ (a moment in heaven) ทั้งดนตรีและภาพประกอบ ขอแชร์นะคะ

 

อ่านบันทึกดีๆนี้ในช่วงบ่ายที่เงียบสงบ..เห็นมุมมองน่าสนใจหลายแง่มุม..ขอบคุณค่ะ..

  • เคยเขียนกลอนเมื่อเห็นดอกป๊อบปี้...ขอนำมาฝากครับ
  • ส้ม แสด แดง เหลืองอร่าม แสนงามงด
  • สีใสสด ใครหนอสร้าง ใครรังสรรค์
  • ป๊อปปี้งาม ยามพิศ ชื่นจิตครัน
  • แต่งามนั้น อาจซ่อนนัย ไฟมายา
  • เพราะในจริง อาจมีเท็จ เป็นเกล็ดซ้อน
  • ในความอ่อน อาจมีแกร่ง แห่งหินผา
  • ในรอยยิ้ม อาจซ่อนเร้น ความเย็นชา
  • ในความสวย อาจลวงตา ปิดอาจม
  • ในความเงียบ อาจมีดัง กังวานก้อง
  • ในความผ่อง อาจมีปลัก ความหมักหมม
  • จึงเปลือกนอก งดงาม ชื่นยามชม
  • อาจซ่อนปม เลวร้าย ในกายงาม
  • มีความสุขทุกวันครับ
  • ปณิธิ ภูศรีเทศ
  • หมายเหตุ
  • ผมมองโลกในแง่ร้ายไปหรือเปล่าครับ
  • ปณิธิ ภูศรีเทศ

ช่วยคนหนึ่งคนที่ทุกข์ใจ แบบนี้ยิ่งใหญ่มากครับ ความเข้าใจปลดทุกข์ได้ สติ ความหวังดี และอดทนฟังก็ช่วยลดความเครียดของเค้า หากท่านใดจะทำต้องเปี่ยมด้วยการมองที่อยากช่วยเหลือผู้คน ดีใจที่เค้าก๊ากได้นะครับ ขอบคุณคุณปริมครับ

สวัสดีค่ะคุณพี่ kunrapee

ขอบคุณมากค่ะในความห่วงใย ตอนนี้ปริมกลับมาเป็นคนเดิมแล้วค่ะ ปวดหัวหายไปแล้ว เลิกกาแฟได้แล้วค่ะ ;)

ดีใจที่คุณพี่ชอบฟังเพลงเบาๆ แบบนี้ค่ะ ฟังด้วยกันนะคะ

สุขสันต์บ่ายวันอาทิตย์ค่ะ

สวัสดีค่ะคุณพี่ใหญ่

มีความสุขในยามบ่ายวันอาทิตย์นะคะ

ขอบคุณค่ะ

สวัสดีค่ะท่านอาจารย์ปณิธิ

ในความเงียบ อาจมีดัง กังวานก้อง

จริงๆ เลยค่ะ ถึงแม้จะไม่มีเสียงดังจากภายนอก แต่ก็ยังมีเสียงดังจากภายใน

ท่านอาจารย์ไม่ได้มองโลกในแง่ร้ายเกินไปค่ะ แต่อาจารย์มองโลกตรงตามความเป็นจริงซึ่งยังไงก็ไม่มีบิดพริ้วไปได้ค่ะ และท่านอาจารย์ก็ถ่ายทอดออกมาได้จับใจยิ่ง

ปริมเองก็พยายามมองอย่างที่อาจารย์มองค่ะ เห็นบ้างในสิ่งที่อาจาย์เห็นทั้งสองด้านแต่เลือกที่จะไม่ใส่ใจกับบางสิ่ง โลกของเราใบเดียวกันค่ะ แต่ถ่ายทอดคนละมุมเท่านั้นเอง

ชื่นชมผลงานของท่านอาจารย์เสมอค่ะ

สวัสดีค่ะคุณเพชร

ในบางครั้งเพื่อนๆ เขาก็แค่ต้องการคนฟังที่ดีเท่านั้นค่ะ เพียงเราตั้งใจฟังเขาระบายเขาก็สบายใจแล้วไม่ต้องให้ทางออกอะไรค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ

 สวัสดีค่ะคุณปริม...

...จิตที่เมตตาย่อมนำมาซึ่งความสุขสงบทั้งกายและใจนะคะ จิตที่เปิดใจไปหากัลยาณมิตรพลันความคิดคลื่นหัวใจปล่อยวางสังขาร(อาการปวดหัวจึงทุเลาเบาบาง หลักการปล่อยแบบเบาๆแต่ไม่วางแก่น"สมถะวิปัสนา")"ในผู้อื่นย่อมมีเราอยู่ในนั้น"...

...ขอบคุณค่ะ...

สวัสดีค่ะคุณน้อย

ความจริงอาการปวดหัวหายไปก่อนหน้านี้แล้วค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

ในผู้อื่นย่อมมีเราอยู่ในนั้น ชอบประโยคนี้มากค่ะ

ขอบคุณมากนะคะ

มีอะไรจะสารภาพ.. ระหว่างเครียดในการทำงาน ฉันก็ท่องเน็ต เปิดโน่น ดูนี่ แล้วมาเจอบล๊อกของคุณปริม เกิดอาการหลงรักในภาษาที่คุณเขียน อ่านแล้วได้แง่คิดมากมาย จึงได้สมัครเป็นสมาชิกในgotoknowนี้ ขอบคุณนะค่ะที่เขียนบทความดีๆมาแบ่งปันกัน และขออนุญาตติดตามผลงานดีๆของคุณนะค่ะ :')

สวัสดีค่ะคุณ Join saliza,

ยินดีต้อนรับสู่โกทูโนว์ค่ะ ในที่นี้ปริมหวังว่าคุณจะได้อ่านบทความคุณภาพมากมายและมีกัลยาณมิตรที่คอยต้อนรับอย่างอบอุ่นค่ะ

ขอบคุณมากนะคะที่เข้ามาอ่านบันทึกของปริมค่ะ หวังว่าปริมคงได้อ่านบันทึกของคุณเช่นกันค่ะ

เป็นกำลังใจให้กันและกันในวันทำงานทุกๆ วันนะคะ ;))

สำหรับบ่ายวันเสาร์อย่างนี้ มีความสุขมากๆ ค่ะ