ผมเพิ่งกลับมาจากสัมมนาเรื่องความเหลื่อมล้ำฯ ที่ มรภ.ชัยภูมิ เนื้อเรื่องเป็นการกล่าวถึงสถานภาพของลูกจ้าง (พนักงานหลายหลายสายพันธุ์ เช่น อัตราจ้าง รายวัน ชม. เดือน ฯลฯ) ในสถาบันอุดมศึกษาไทย มีสมาชิกเข้าร่วมในวันนั้น  (๒๑-๒๒ กันยายน) มากกว่า ๒๐๐ คน นอกจากนั้นเป็นการหาทางออกที่ดีให้แก่พนักงานมหาวิทยาลัย จากมุมมองของหลายฝ่าย เช่น สกอ. ตัวแทนบริการในมหาวิทยาลัยฯลฯ และรับฟังความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมสัมมนา ซึ่งมีทั้งพนักงานสายสนับสนุนและวิชาการ

  เรื่องหนึ่งที่ได้ฟังคือ กรณีอดีตข้าราชการ ตำแหน่งอาจารย์ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ได้เปลี่ยนสถานภาพจากข้าราชการเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย โอดครวญว่า "ถ้ารู้อย่างนี้ขอเป็นข้าราชการดีกว่า"

  ข้อความนี้เป็นสิ่งเตือนใจสำหรับใครก็ตามที่อยู่ในสถาบันอุดมศึกษา ต้องการเปลี่ยนสถานภาพจากสิ่งหนึ่งไปสู่สิ่งหนึ่ง เพราะเห็นว่าสิ่งที่จะไปใหม่นั้นดีกว่าเก่าแน่นอน ผนวกกับมีสิ่งจูงใจอื่นๆอีกมากมาย ต้องหันกลับมาทบทวนให้ดี

  พนักงานมหาวิทยาลัยสายวิชาการในเวลานี้ จำนวนหนึ่ง บางคนจบปริญญาเอก ไปสอบบรรจุเป็นข้าราชการสอนอยู่ในสังกัดสพฐ.(เพื่อนของผมท่านหนึี่งตอนนี้เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนแล้ว แต่ต้องยอมรับว่าเขาลื่นดี ฮิฮิ) แง่มุมหนึ่งเป็นเรื่องที่ดีกับการเอาคนมีฐานความรู้อีกขั้นหนึ่งไปทำหน้าที่สร้างฐานของชาติ อีกแง่หนึ่งน่าคิดคือระดับการศึกษาแบบนี้ควรอยู่ ณ มุมใดของสังคมไทย

  จากข้อมูลที่ได้ฟังในการสัมมนา นอกจากเป็นเรื่องสิทธิ หน้าที่ และสถานภาพของพนักงานมหาวิทยาลัยแล้ว เป็นเรื่องของการรับรองสถานภาพ ซึ่งนอกจากกฎหมายที่มหาวิทยาลัยออกกันเองแล้ว ยังไม่มีกฎหมายแกนกลางใดรับรองสถานภาพพนักงานมหาวิทยาลัยได้อย่างชัดเจน ด้วยฝ่ายบริหารมองว่า แต่ละมหาวิทยาลัยชัดการกันเองได้ โดยไม่ได้ลงไปมองในส่วนลึกระดับพื้นที่จริงว่าพนักงานมีสถานภาพอย่างไร เมื่อพนักงานมหาวิทยาลัยอยู่แบบลอยๆ ในการสัมมนาที่ยึดเป็นเรื่องหลักคือการขับเคลื่อนให้มี "พรบ.พนักงานมหาวิทยาลัยในสถาบันอุดมศึกษา" สิ่งนี้เกิดจากการรวมตัวของพนักงานมหาวิทยาลัยสร้างเป็นเครือข่าย ไม่ใช่เกิดจากคำสั่ง อย่างไรก็ตาม เมื่อเอาผู้ิเชี่ยวชาญเข้ามาให้ความเห็น อาจแบ่งเป็น ๒ ประเด็นใหญ่ๆคือ ในเมื่อจะเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยก็ต้องมีความยืนหยุ่นมากกว่าการเป็นข้าราชการในมหาวิทยาลัยที่ผ่านมา เพราะพบแล้วว่า ระบบราชการที่ผ่านมามันตีบตัน อีกประเด็นหนึ่งคือการเดินตามแนวของข้าราชการในสถาบันอุดมศึกษา

  อย่างไรก็ตาม มีการอ้างถึงงานวิจัยของ......ว่า พนักงานในมหาวิทยาลัยราชภัฏขอเปลี่ยนสถานะเป็นข้าราชการดีกว่า ส่วนพนักงานมหาวิทยาลัยอื่นๆ จำนวนหนึ่งต้องการเดินหน้าต่อ กับการเป็นมหาวิทยาลัยนอกระบบ