ขอแสดงความคิดเห็นครับ
การที่มหาวิทยาลัยออกนอกระบบ ผมเห็นด้วยในส่วนหนึ่ง ส่วนที่ว่า ระบบการบริหารงานทั่วไป ควรจะออกนอกระบบ คำว่า ออกนอกระบบในนิยามของผมนั้น คือ ต้องรวดเร็ว ฉับไว สนองความต้องการของผู้ใช้ได้ และเกิดประสิทธิภาพกับงานให้มากที่สุด ส่วนประเด็นที่ไม่อยากจะให้ออกนอกระบบ คือ ระบบการบริหารงานบุคคล ควรจะผูกติดไว้กับความเป็นข้าราชการจะดีกว่า เพราะเป็นหลักประกันความมั่นคงในชีวิตและป้องกันการถูกกลั่นแกล้งจากผู้บริหารที่ยังเป็นข้าราชการอยู่ จากข้อเท็จจริงที่ผมยังเห็นอยู่ในขณะนี้ ภายหลังมหาวิทยาลัยออกนอกระบบเกือบจะทุกแห่ง หรือกำลังพร้อมเตรียมตัว ยังไม่เห็นเลยว่า มีการเปลี่ยนอะไรเกิดขึ้น ระบบการบริหารงานก็เหมือนเดิม หรืออาจจะล่าช้ากว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ อีกทั้ง ยังเห็นการเล่นการเมืองภายในมหาวิทยาลัยมากกว่าเดิม เท่าที่ผมเห็นได้อย่างชัดเจน เมื่อออกนอกระบบแล้ว สิ่งที่เลวร้ายมากที่สุด เห็นจะเป็นเรื่องของการบริหารงานบุคคล ได้บุคคลที่ไม่มีคุณภาพเข้ามา เต็มไปด้วยเส้นสาย เพราะให้เอกสิทธิ์ในการรับบุคคลเข้ามาเป็นอาจารย์และเจ้าหน้าที่ จึงกลายเป็นช่องว่างให้ลูกหลานของผู้บริหาร หรือกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย เข้ามาทำงาน โดยไม่มีการกลั่นกรองและคำนึงถึงคุณภาพ ซ้ำยังเป็นการตัดสิทธิ์คนเก่ง ถามว่า กระบวนการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ดูเปลือกนอกนั้นใช่ แต่เอาเข้าจริงๆ แล้วไม่ใช่ เพราะการสอบคัดเลือก สอบแข่งขัน มีโพยคำตอบให้กันแล้ว พูดง่ายๆ ว่า มีธงคำตอบแล้วว่าจะเอาใคร ส่วนวิธีการนั้นไม่ใช่เรื่องยาก ดังนั้น ผมจึงมองเห็นวิกฤติของมหาวิทยาลัยในขณะนี้ โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยในท้องถิ่นต่างๆ วิกฤติคือ ได้บุคลากรที่ไม่มีคุณภาพเข้ามาทำหน้าที่ ขวัญและกำลังใจของบุคลากรในมหาวิทยาลัยลดลงตั้งเยอะ เพราะเมื่อเปรียบเทียบกับข้าราชการพลเรือน ข้าราชการครู และอื่นๆ รู้สึกว่า ด้อยค่าลงไปเยอะ กับคำว่า อาจารย์มหาวิทยาลัย เป็นเพียงลูกจ้างชั่ว...คราว หรือพนักงานของรัฐ ซึ่งต่างกับสถานภาพของความเป็นข้าราชการยิ่งนัก อันที่จริงอาจารย์มหาวิทยาลัยในสายตาของคนทั่วๆไป คือ คนที่เก่ง รอบรู้อย่างลึกซึ้งในศาสตร์นั้นๆ แต่ตอนนี้เรากำลังทำให้สถานะความเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยลดลงไปเรื่อยๆ จนไม่เหลืออะไรเลย แม้จะนำไปเปรียบเทียบกับพนักงานใน อบต. ก็สู้ไม่ได้ ถ้าลองพิจารณาเปรียบเทียบดูดีๆ อาจารย์มหาวิทยาลัย กว่าจะเรียนจบ ป.โท และ เอก ต้องใช้ความพยายามมากเพียงใด อีกทั้งยังเป็นวิศวกรสร้างคนเข้าไปทำงานในภาคส่วนต่างๆ แต่สิทธิประโยชน์ต่างๆ กลับด้อยกว่า อาชีพอื่นๆ กรณีอาจารย์สอนนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง จบ ป.เอก มาบรรจุ ในอัตราเงินเดือน 31000(พนักงานมหาวิทยาลัย) แต่ลูกศิษย์ที่พึงจบ ป.ตรี และสอบเนติได้ และสอบไปเป็นผู้พิพากษา ได้เงินเดือนเยอะกว่า ครูอาจารย์ ผมว่า มันไม่ยุติธรรมนะครับ เอาละครับ ไม่เป็งไร อย่างน้อย แม้ว่า เราจะไม่ได้เงินเยอะอะไรมากมาย แต่ขอยืนยันว่า อาจารย์มหาวิทยาลัย ต้องเป็นข้าราชการครับ อย่างน้อยก็เป็นหลักประกันจะไม่ต้องถูกประเมินจากคณบดี ประธานหลักสูตร กรณีที่ความเห็นไม่สอดคล้องกับพวกผู้บริหารเหล่านี้ และพวกนี้จะไม่ไต้องนำเอาประเด็นของการต่อสัญญามาเป็นประเด็นในการข่มขู่ และขอยืนยันว่า เป็นข้าราชการในมหาวิทยาลัยดังเดิม มีอิสระทางความคิดมากกว่าการเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย