การสร้างเขื่อนคือสิ่งที่จำเป็นสำหรับคนไทย ต้องร่วมแรงร่วมใจอย่าให้ต่างชาติเหลือบไรในคราบนักอนุรักษ์เข้ามาต่อต้านงาน “น้ำ”

แต่ก่อนง่อนชะไรคนไทยมักไม่ได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับเรื่องน้ำเรื่องท่ามากมายนัก ทั้งน้ำท่วม น้ำนอง น้ำหลาก น้ำเหนือไหลบ่า ดินโคลนถล่ม ผู้คนล้มหายตายจาก นานๆ ทีจะได้ยินสักครั้งสองครั้งในอดีตเท่าที่จำความได้คือน้ำท่วมภาคใต้ ที่มีข้อมูลเขียนแทรกอยู่ในตำหรับตำราชั้นประถมศึกษาจำไม่ได้ว่าชั้นอะไรระหว่าง ป. 1 กับ ป. 2 ที่มีจดหมายเล่าเรื่องจากญาติของชูใจในเรื่องที่ให้ช่วยกันส่งของไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้   ที่เป็นเช่นนั้นเพราะประเทศไทยเรา..นั้นถือว่าอยู่ใจกลางระหว่างกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกัน ภาคตะวันตกก็มีประเทศเมียนมาร์เป็นกันชน ภาคตะวันออกก็มีทั้งเวียดนาม กัมพูชา ลาว ค้ำยัน ภาคใต้ก็ยังมี มาเลเซีย คอยปกป้องมิให้ภัยธรรมชาติซัดสาดถาโถมเข้ามาได้อย่างถนัดถนี่  ส่วนใหญ่พายุที่เคลื่อนซัดสาดฟาดเข้ามาก็จะอ่อนกำลังลงจนอยู่ในระดับดีเปรสชั่นเท่านั้น

แต่ในปีสองปีมานี้คนไทยกลับหวาดผวาทุกคราไป เมื่อได้ยินเรื่องราวที่เกี่ยวดองหนองยุ่งกับ “น้ำ” ก็มีอาการหน้าดำคร่ำเครียดอกสั่งขวัญแขวนขาดสติ จนนำไปใช้เป็นเรื่องถกเถียงเกี่ยงงอนแต่ไม่แก้ไขอะไร นำไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองสร้างเรื่องความแตกแยกอย่างไม่แยกแยะผิด ชอบ ชั่ว ดี มีปัญหาเรื่องน้ำคราใดก็ฝักใฝ่ใจจดใจจ่อล่อจะโทษอีกฝั่งอีกฝ่ายอยู่ถ่ายเดียว โดยไม่เฉลียวใจเลยว่าตนเองนั้นก็ต้องเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะต้องร่วมด้วยช่วยกันแบ่งปันทั้งน้ำใจแรงกายช่วยเหลือประเทศของตนด้วยอีกแรงหนึ่งเช่นกัน แม้กระทั่งการสงบนิ่งอยู่เฉยๆ ไม่ออกไปต่อปากต่อคำซ้ำเติมคนที่กำลังทำงานช่วยเหลือเจือจาน เพื่อให้ทุกคนมีสติ มีสมาธิในการทำงานที่อยู่ตรงหน้า เพราะปัญหาต่างๆที่สั่งสมมาคงไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่งในยุคนี้เป็นผู้ริเริ่ม คงจะเป็นเรื่องราวที่ต่อเนื่องเปลืองเวลามาช้านาน ทั้งเรื่องการตัดไม้ทำลายป่า การปฏิรูปที่ดิน การสร้างถนนคมนาคมกีดขวางเส้นทางน้ำ การสร้างและขยายเมือง การลักลอบอนุญาตให้มีการปลูกเรือนและรีสอร์ทในพื้นที่อนุรักษ์และป่าเขาลำเนาไพร จนต้องคราดไถ หักร้างถางโคนป่าไม้ไปมากต่อมาก นี่คือตัวอย่างที่ “คนไทย” ทุกคนในอดีตยันปัจจุบัน ปล่อยให้เกิดขึ้นมา

เพราะฉะนั้นความจริงแล้วในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทยมักจะได้ยินเรื่องปัญหาภัยแล้งเสียมากกว่าที่จะได้ยินได้ฟังปัญหาเรื่องน้ำท่วม  ฉะนั้นคนไทยไม่ต้องตกใจจนขาดสติเพียงแค่ร่วมแรงร่วมใจกันคิด ช่วยกันทำ นำปัญหาทุกอย่างมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ และประเมินสถานการณ์ให้ดีว่าจะต้องทำในเรื่องบริหารจัดการน้ำมากกว่าเรื่องทะเลาะเบาะแว้งหรือไม่ เพื่อให้ลูกหลานในอนาคตไม่ถูกน้ำท่วมและไม่แห้งแล้งขาดแคลนแหล่งน้ำในการอุปโภคบริโภค เพราะขืนปล่อยให้น้ำไหลลงไปสู่ทะเลจนหมด พื้นที่กักเก็บน้ำของประเทศก็อาจจะไม่พอเพียงเพียงพอต่อการทำการกสิกรรมอันเป็นอาชีพหลักที่ถักทอหล่อเลี้ยงผู้คนทั้งในและต่างประเทศมาอย่างยาวนาน  การสร้างเขื่อนคือสิ่งที่จำเป็นสำหรับคนไทย ต้องร่วมแรงร่วมใจอย่าให้ต่างชาติเหลือบริ้นไรในคราบนักอนุรักษ์เข้ามาต่อต้านงาน “น้ำ”  เพราะน้ำคือหัวใจในอาชีพที่บรรพบุรุษเราถนัดถนี่มากที่สุด  การเกษตรการเพาะปลูกคือของจริงไม่อิงนิยาย  รถยนต์ กลไก คอมพิวเตอร์ มือถือ  แทบเลต ต่อไปมนุษย์คงจะเข็ดเพราะกินไม่ได้ 

 

มนตรี  บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com