พวกมหายานเขามีหลักสำคัญว่าเมื่อไปถึงประตูนิพพานแล้วจะไม่ยอมเข้านิพพาน แต่จะกลับมาเกิดใหม่เรื่อยๆ (เป็นพระโพธิสัตว์)   เพื่อมาสอนมนุษย์ จนกว่ามนุษย์ทุกคนจะเข้านิพพานพร้อมกันทั้งหมด (ดังนั้นเขาจึงต้องการเรือลำใหญ่ เพื่อบรรทุกมนุษย์ทุกคนไปสู่นิพพาน)

 

ซึ่งเป็นหลักการแนวคิดที่ดีมากๆเลย  และ "ขายได้"  แต่ในทางปฏิบัติผมว่ายาก  ผมว่าสู้เข้านิพพานเลยแบบหินยานเราไม่ได้หรอก  เพราะสมดังภาษิตที่เขาว่า “ความรู้ทำให้องอาจ”

 

การเข้านิพพานนั้นถือเป็นความรู้ที่สุดยอด พอมีความรู้แล้วก็องอาจ พอองอาจแล้วก็สอนได้อย่างมีพลัง น่าเชื่อถือกว่าไปยืนมองอยู่ริมประตูนิพพาน (แต่ไม่ยอมเข้าไป)   ซึ่งการสอนที่น่าเชื่อถือนี้น่าจะทำให้คนจำนวนมากเข้าถึงนิพพานได้มากขึ้น แล้วเกิดการแตกตัว 1-2-4-8-16 อย่างรวดเร็ว 

 

ส่วนการไม่เข้านิพพานแล้วมาสอนนั้น มันขาดพลัง แม้กลับมาเกิดใหม่มาสอนอีกกี่ชาติ ก็ขาดพลังในการสอน อาจไม่มีวันสอนใครเข้านิพพานได้เลย  อาจสร้างเรือลำใหญ่ไว้เก้อก็ได้นะ

 

อีกทั้งการไปดูถูกหินยานเขาว่า “เห็นแก่ตัว” นั้นก็เป็นการยกหูชูหางตนเอง 

 

เลยไม่แคล้วโดนผมแซวเสียดสี (เป็นประกิด) ว่า

 

Those who have bigSelves, built a big raft.

Those who have smallSelves, built small rafts.

 

ผู้มีอัตตาใหญ่ให้ไปเรือลำใหญ่

ผู้มีอัตตาน้อยให้ไปเรือลำน้อย

 

แต่มหายาน หินยาน เรา แม้จะแซวกันไปมาก็ไม่เคยรบกันหรอกนะ ก็อยู่ร่วมกันฉันท์เพื่อนร่วมทุกข์เสมอ  แต่ในบางศาสนานั้นต่างนิกายกันก็รบกันนัวเนียลมตายไปมากเพียงเพราะความเชื่อทางศาสนาต่างกัน

 

...คนถางทาง (๒๐ กันยายน ๒๕๕๕)