ดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชั่นของไทยกับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ
- 1. บทนำ
คำว่า “คอร์รัปชั่น” เป็นคำที่ทับศัพท์มาจากภาษาอังกฤษ แต่กลายเป็นคำที่มีความหมายเข้าใจได้ในตัวโดยไม่ต้องแปล แต่เดิม การคอร์รัปชั่นมักหมายถึงการติดสินบนและเบียดบังทรัพย์สินของรัฐ อันมีความหมายเดียวกับคำว่า “ฉ้อราษฎร์บังหลวง” พัฒนาการของสังคมทำให้คำว่าคอร์รัปชั่นมีความหมายกว้างขึ้น คือหมายความรวมถึงการทุจริตฉ้อโกงทุกรูปแบบ (วิทยากร เชียงกูล, 2549:20)
การคอร์รัปชั่น เป็นรูปแบบการกระทำความผิดที่เรียกว่า อาชญากรรมคอปกขาว (White Collar Crime) หมายถึง อาชญากรรมซึ่งผู้กระทำความผิดเป็นบุคคลที่อยู่ในตำแหน่งหน้าที่การงาน ไม่ว่าในภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชน และได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่ดังกล่าวในทางไม่ชอบ เพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตน ซึ่งในอดีต การให้ความหมายของอาชญากรรมคอปกขาว หมายถึง การที่เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ แสวงหาประโยชน์ส่วนตน โดยอาศัยโอกาสในการปฏิบัติหน้าที่การงาน แต่ปัจจุบัน ขอบเขตความหมายได้ขยายไปครอบคลุมถึงการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบของผู้ประกอบธุรกิจในภาคเอกชน และการติดต่อสัมพันธ์ในลักษณะเอื้อประโยชน์ระหว่างผู้ประกอบธุรกิจกับผู้ดำรงตำแหน่งในราชการ โดยการต่างตอบแทนผลประโยชน์ซึ่งกันและกันโดยมิชอบ (จุฑารัตน์ เอื้ออำนวย, 2551:141-142) เช่น การฮั้วประมูลโครงการก่อสร้างของรัฐบาล, การให้สินบนแก่เจ้าพนักงานเพื่อความสะดวกในการขออนุญาตประกอบการต่างๆ
ความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยีข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็ว และการแข่งขันภาคธุรกิจที่รุนแรงมีผลกำไรมหาศาลเป็นเดิมพัน ทำให้การคอร์รัปชั่นหลากหลายไปด้วยรูปแบบและวิธีการ ทั้งการเบียดบังงบประมาณแผ่นดินเพื่อประโยชน์ตนหรือพวกพ้อง การรีดไถเรียกค่าตอบแทนจากผู้มีประโยชน์ได้เสีย การรับเงินสินบนต่างๆ การทุจริตได้แผ่ขยายไปสู่โครงการขนาดใหญ่ และกลายเป็นการดำเนินการอย่างเป็นระบบ มีเครือข่ายซับซ้อน มีความร่วมมือกับผู้ที่อยู่ในภาครัฐและเอกชนอย่างแนบเนียน ในขณะที่ประเทศไทยกำลังพัฒนาด้านเศรษฐกิจ การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment : FDI) มีความจำเป็นต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ กล่าวคือ การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ มักจะมาพร้อมกับเทคโนโลยี (Technology) และการถ่ายทอดความรู้ (Know-how) จากต่างประเทศ ซึ่งทำให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน เกิดการจ้างงาน ส่งผลต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว (อภิรัตน์ จิตต์, 2554:441)
เมื่อการคอร์รัปชั่นกำลังเป็นปัญหาที่รุนแรงเรื้อรังของประเทศไทย จากดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชั่น (Corruption Perceptions Index : CPI) ซึ่งจัดโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) ในปี พ.ศ.2554 ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการคอร์รัปชั่นมากเป็นอันดับที่ 80 จาก 183 ประเทศ ขณะที่การคอร์รัปชั่นกำลังเป็นวาระของโลก โดยนานาประเทศต่างใช้ความพยายามยกระดับมาตรฐานความแข็งแรงภาครัฐเพื่อต่อต้านคอร์รัปชั่น จึงเป็นข้อวิตกว่า การที่ประเทศไทยอยู่ในข่ายของประเทศที่มีการคอร์รัปชั่นมากที่สุดแล้ว จะมีผลกระทบต่อการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศมากน้อยเพียงไร
- 2. ผลกระทบของคอร์รัปชั่น
- ด้านเศรษฐกิจ
ในประเทศกำลังพัฒนาเช่นประเทศไทยนี้ ย่อมเป็นที่แน่นอนว่าการคอร์รัปชั่นมีผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นของผู้ประกอบการเมื่อต้องมีการจ่ายเงินใต้โต๊ะแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ การจ่ายเงินอำนวยความสะดวกโดยเป็นค่าดำเนินการเล็กๆน้อยๆเพื่อข้ามขั้นตอนกระบวนการ หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการต่อรองกับเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำร้อนน้ำชา การดูแลเลี้ยงดูตามธรรมเนียมคนไทย การกระทำดังกล่าวมีความเสี่ยงต่อการละเมิดกฎหมาย และอาจถูกยกเลิกในภายหลังหากถูกจับได้ว่ามีการทุจริตโดยเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ประกอบการ
ผู้ประกอบธุรกิจในประเทศกำลังพัฒนาบางกลุ่มกลับมองว่า การคอร์รัปชั่นทำให้บริษัทมีค่าใช้จ่ายลดลง เพราะสามารถข้ามขั้นตอนของทางราชการไปได้ ทั้งเงินสินบนก็จะเป็นแรงจูงใจให้ข้าราชการวางแผนกฎเกณฑ์ใหม่ แต่แท้ที่จริงแล้วหาได้เป็นเช่นนั้น หากคำนึงถึงผลตอบแทนของสังคม คอร์รัปชั่นเป็นผลเสียหายระยะยาว เพราะจะเกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมในระบบธุรกิจ เพราะบริษัทผู้ประกอบการที่ไม่มีเส้นสาย ไม่จ่ายสินบน หรือค่าตอบแทนแก่ข้าราชการในการอำนวยความสะดวกเพื่อเข้ารับสัญญา ขออนุญาตต่างๆ ก็จะเสียเปรียบ ส่วนบริษัทที่จ่ายสินบนแก่ข้าราชการก็ไม่มีความจำเป็นต้องพัฒนาศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เกิดผลเสียต่อเศรษฐกิจโดยรวม เพราะการปรับปรุงประสิทธิภาพของหน่วยธุรกิจ มีความจำเป็นในการแข่งขันในระบบเศรษฐกิจ ในภาครัฐบาล การคอร์รัปชั่นทำให้เกิดการบิดเบือนในการตัดสินใจทางเศรษฐกิจ เพราะเงินจะถูกนำไปลงทุนในโครงการที่ได้สินบน และได้ส่วนแบ่งค่าคอมมิชชั่นมากกว่าโครงการจำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเพื่อคนส่วนใหญ่อย่างยั่งยืน (วิทยากร เชียงกูล, 2549:31) ผลกระทบอย่างร้ายแรงในทางเศรษฐกิจสังคมโลก คือการที่นานาประเทศหลีกเลี่ยงที่จะมาลงทุน ประเทศไทยถูกมองว่าด้อยพัฒนา ทั้งที่ประเทศไทยพยายามสร้างกลไกทางกฎหมายไว้ชัดเจนและสามารถบังคับใช้ได้จริงก็ตาม (วิชา มหาคุณ, 2550,หน้า 4) เช่น การจัดตั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
- ด้านการพัฒนาประเทศ
ด้วยสภาพสังคมไทยมีความเป็นระบบอุปถัมภ์ (Spoil System) มาแต่ดั้งเดิม และยังคงไม่อาจลบล้างไปจากสังคมไทย ทำให้สาเหตุและปัญหาที่สำคัญของกาคอร์รัปชั่นในประเทศไทย มาจากโครงสร้างทางเศรษฐกิจและการเมือง ที่คนส่วนใหญ่ผูกขาดอำนาจและฐานะทางสังคม การเมืองแทรกแซงระบบบริหารราชการแผ่นดิน การช่วงชิงอำนาจทางการเมืองแฝงไปด้วยการช่วงชิงการจัดสรรทรัพยากรและจัดสรรผลประโยชน์ เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest) ของผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญทางการเมืองและระบบราชการ นำไปสู่การผูกขาดทางเศรษฐกิจ เป็นอุปสรรคต่อการแข่งขันอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม ในขณะที่ประเทศไทยกำลังพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ผู้ประกอบธุรกิจจึงขาดการพัฒนาประสิทธิภาพในระยะยาว การแข่งขันกับต่างประเทศในตลาดโลกจึงเป็นเรื่องยาก
นอกจากนี้ ในการที่ประชาชนต้องจ่ายเงินสินบนหรือค่าอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงบริการของรัฐ เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคมจากการได้รับการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียม ประชาชนที่มีฐานะดีกว่า จ่ายสินบนได้มากกว่า ก็มีโอกาสได้รับการบริการจากรัฐมากกว่า ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นจึงทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ได้รับการบริการที่มีคุณภาพจากรัฐลดลง ผลเสียหายทางการเมืองคือ ทำให้ขาดการพัฒนาประชาธิปไตยและการสร้างระบบบริหารจัดการที่ดี (Good Government) ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในการบริหารประเทศ, กฎหมาย และความถูกต้อง จนไม่มีจิตสำนึกในการต่อต้านคอร์รัปชั่น ลุกลามจนเกิดผลเสียหายทางสังคม เมื่อประชาชนเห็นชอบกับระบบอุปถัมภ์ โดยไม่คำนึงถึงคุณธรรมและความเป็นธรรม จากการที่คนไทยเริ่มเห็นการคอร์รัปชั่นเป็นเรื่องปกติ ดังผลสำรวจของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ในวันที่ 6 กันยายน 2555 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันต่อต้านคอร์รัปชั่น พบว่า ประชาชน 46% ยอมรับได้ หากมีการคอร์รัปชั่นแล้วตนเองได้ประโยชน์ด้วย ซึ่งผู้ตอบส่วนใหญ่ 70% เป็นเด็กรุ่นใหม่ ซึ่งหากปล่อยไว้จะกลืนกินความดีและจริยธรรมในสังคม เมื่อทรัพยากรมนุษย์ไม่มีการพัฒนาค่านิยมและจิตสำนึกที่ดี ก็เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ
ะะ
- 3. ปัญหาคอร์รัปชั่นในมุมมองของนักวิชาการเศรษฐศาสตร์
นักวิชาการเศรษฐศาสตร์มุ่งเน้นผลกระทบของการคอร์รัปชั่นที่มีต่อตัวแปรทางเศรษฐกิจต่างๆ เช่น ประสิทธิภาพในการจัดสรรทรัพยากรและการกระจายรายได้ แอน ครูเกอร์ (Kruger, 1974, อ้างถึงใน ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์, 2553:147) เห็นว่า การคอร์รัปชั่นในหน่วยงานของรัฐ (การติดสินบน) เป็นผลมาจากการที่ประชาชนพยายามที่จะหลีกเลี่ยงข้อจำกัดหรือกฎเกณฑ์ของรัฐ ที่มีต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ข้อจำกัดของรัฐ เช่น โควตาการนำเข้า ดังนี้ จะเป็นตัวขัดขวางการดำเนินงานอย่างอิสระของกลไกการตลาด จึงก่อให้เกิด “ค่าเช่าทางเศรษฐกิจ” หรือ “ส่วนเกินทางเศรษฐกิจ” ซึ่งเป็นการสูญเสียทรัพยากรไปอย่างเปล่าประโยชน์
ซาลิม ราชิด (Rashid, 1981, อ้างถึงใน ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์, 2553:147) เห็นว่า การบริการของข้าราชการและของรัฐ เป็นสินค้าที่มีจำกัด คนที่มีฐานะดีเท่านั้นจึงจะมีสิทธิได้รับสินค้าสาธารณะเหล่านี้ โดยการติดสินบน คอร์รัปชั่นจึงเป็นตัวเพิ่มความไร้ประสิทธิภาพ ถ้าการคอร์รัปชั่นสามารถควบคุมให้อยู่ในขอบเขตที่จำกัดได้ มันก็จะเป็นตัวหล่อลื่นและเพิ่มประสิทธิภาพของบุคคล แต่เมื่อเกิดการขยายตัวของการคอร์รัปชั่นจนกลายเป็นโรคเรื้อรังของสังคม การคอร์รัปชั่นก็จะเป็นตัวหยุดการเพิ่มประสิทธิภาพ และกลายเป็นรายได้ส่วนหนึ่งของข้าราชการ สิ่งนี้จะทำให้ข้าราชการพยายามแสวงหาสินบนมากกว่าที่จะทำงานตามที่ตนได้รับมอบหมาย ระบบก็จะถูกเบี่ยงเบนไปจากที่ควรจะเป็น และกลายเป็นการเพิ่มการไร้ประสิทธิภาพให้มากขึ้น
งานศึกษาของมุชตาค เอช คาห์น (Kahn, 1998, อ้างถึงใน ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์, 2553:151) เรื่องเกี่ยวกับเครือข่ายของระบบอุปถัมภ์ และพัฒนาการของระบบทุนนิยม คาห์นใช้การวิเคราะห์แบบผสมผสานระหว่าง
อุปสงค์ – อุปทาน ทฤษฎีกรรมสิทธิ์ในการครอบครอง และเศรษฐศาสตร์การเมือง เพื่อที่จะบ่งชี้ว่า ภายใต้สภาวการณ์แบบใดที่การคอร์รัปชั่นจะส่งผลในด้านบวกต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ และสภาวะแบบใดที่ส่งผลในด้านลบ คาห์นมีความเห็นที่ตรงข้ามกับครูเกอร์ โดยเห็นว่า ค่าเช่าหรือส่วนเกินทางเศรษฐกิจนี้ อาจเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมก็ได้ โดยให้ทัศนะว่า นักลงทุนใช้การคอร์รัปชั่นเพื่อให้รัฐบาลจัดสรรสิทธิในการผูกขาดให้กับตน เช่น สิทธิในสัญญาสัมปทาน การเอื้อการผูกขาดก็จะเป็นการเอื้อประโยชน์ในการพัฒนาอุตสาหกรรม คาห์นยอมรับความคิดที่ว่า การคอร์รัปชั่นมีส่วนช่วยในการหล่อลื่นวงล้อของระบบเศรษฐกิจ และเร่งรัดการทำงานของแต่ละบุคคลให้เร็วขึ้น แต่เมื่อสรุปถึงผลที่มีต่อประสิทธิภาพในระยะยาวแล้ว จะเป็นไปในทางลบเสมอ เพราะในที่สุดแล้ว เจ้าหน้าที่ก็จะหวังแต่สินบนมากกว่าการพยายามทำตามหน้าที่ของตน
งานวิจัยของคริสเตียน บี จอร์สโก (Christian Bjornskov, 2011, pp.138) ได้หยิบยกเอาประเด็นเรื่องเหตุผลทางเศรษฐกิจกับการคอร์รัปชั่นว่า ผลกำไรของบริษัท ประกอบด้วยทางเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ การยอมรับภาระค่าธรรมเนียมในการขออนุญาตประกอบการหรือการทำตามระเบียบ กับ การพยายามจ่ายสินบนแก่เจ้าหน้าที่แทน เป็นการหลีกเลี่ยงการจ่ายค่าธรรมเนียม
- 4. ภาพลักษณ์การคอร์รัปชั่นของประเทศไทย
องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) เป็นองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อรณรงค์แก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่นที่มีเครือข่ายใน 120 ประเทศทั่วโลก ร่วมกับมหาวิทยาลัย Gottingen ประเทศเยอรมัน จัดอันดับภาพลักษณ์การคอร์รัปชั่น (Corruption Perception Index : CPI) ในประเทศต่างๆทั่วโลกขึ้นเป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2538 เป็นต้นมา โดยการดำเนินการในการสำรวจระดับความรู้สึก การรับรู้ของกลุ่มตัวอย่างต่อปัญหาคอร์รัปชั่นในประเทศนั้นๆ โดยข้อมูลในการทำ CPI เป็นข้อมูลจากการสำรวจ อาทิ สำนักโพลล์ต่างๆ หน่วยงานวิจัยที่มีชื่อเสียง และสถาบันองค์กรอิสระระหว่างประเทศซึ่งเป็นที่ยอมรับทั่วโลก แตกต่างกันในแต่ละปี เช่น Economist Intelligence Unit, สำนักแกลล์ปโพลล์, สถาบันเพื่อการพัฒนาการบริหารจัดการ IMD, ที่ปรึกษาความเสี่ยงทางธุรกิจและทางการเมือง, World Bank World Economic Forum, หน่วยงานในองค์กรสหประชาชาติ เป็นต้น ค่า CPI มีคะแนนตั้งแต่ 0 (คอร์รัปชั่นมากที่สุด) – 10 (คอร์รัปชั่นน้อยที่สุด)
ประเทศไทย
|
2554 |
อันดับ 80 (183 ประเทศ) |
คะแนน 3.4 |
|
2553 |
อันดับ 78 (178 ประเทศ) |
คะแนน 3.5 |
|
2552 |
อันดับ 84 ( 180 ประเทศ) |
คะแนน 3.4 |
|
2551 |
อันดับ 80( 180 ประเทศ) |
คะแนน 3.5 |
|
2550 |
อันดับ84 ( 179 ประเทศ) |
คะแนน 3.3 |
|
2549 |
อันดับ 63 (163 ประเทศ) |
คะแนน 3.6 |
ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ สสช. National Statistic Office http://service.nsc.go.th
ข้อมูลจาก http://thaipublica.org/2011/12/7-things-index-corruption-2011/
คะแนน CPI เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการรณรงค์ให้รัฐบาลและประชาชนของประเทศต่างๆทั่วโลกได้ตระหนักถึงความรุนแรงของปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นที่เกิดขึ้นในประเทศของตนเองและประเทศอื่นๆทั่วโลก เพื่อความร่วมมือแก้ปัญหาอย่างจริงจัง (จุรี วิจิตรวาทการ, ม.ป.ป.) โดยตั้งแต่มีการจัดอันดับภาพลักษณ์ ปี พ.ศ.2538 จนถึงปี พ.ศ.2554 ประเทศไทยมีค่าดรรชนีอยู่ระหว่าง 2.79-3.8 เป็นที่ประจักษ์ว่าค่าของดรรชนีอยู่ในระดับต่ำ ภาพลักษณ์การคอร์รัปชั่นของประเทศไทยอยู่ในระดับที่รุนแรงและเรื้อรังมาตลอดสิบกว่าปี
- 5. สถิติการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ
การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment : FDI) หมายถึง การที่ผู้มีถิ่นฐานประเทศหนึ่ง ไปลงทุนอีกประเทศหนึ่ง ทั้งนี้ การลงดังกล่าวต้องเป็นการลงทุนเพื่อผลิตสินค้าและบริการ และผู้ลงทุนประสงค์จะเข้าไปมีส่วนในการตัดสินใจหรือเป็นเจ้าของ FDI อาจเรียกว่าบรรษัทข้ามชาติ (Multinational Enterprises : MNs หรือ Multinational Corporation : MNCs)(ชูลีรัตน์ คงเรือง, 2552, หน้า 163)
โดยการที่ประเทศไทยกำลังพัฒนา การที่มีการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศจะเอื้อประโยชน์แก่การพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรมเป็นอย่างมาก ดังที่ได้กล่าวไว้ตอนต้น กล่าวคือ การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศส่งผลให้เกิดการแพร่กระจายความรู้และเทคโนโลยีทางด้านการผลิต การบริหารจัดการ และการกระจายสินค้าและบริการ เป็นการเพิ่มการแข่งขันในประเทศผู้รับทุน สร้างโอกาสในการพัฒนาเป็นผู้ส่งออก
สถิติการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ
|
ประเทศ/ปี |
2548 |
2549 |
2550 |
2551 |
2552 |
2553 |
2554 |
ม.ค.-มี.ค.55 |
|
กลุ่มประเทศอาเซียน |
58,361 |
125,202 |
76,405 |
30,053 |
50,277 |
38,611 |
35,256 |
15,735 |
|
ญี่ปุ่น |
122,806 |
88,932 |
117,832 |
106,474 |
46,905 |
113,544 |
139,360 |
130,462 |
|
จีน |
469 |
1,089 |
3,039 |
519 |
856 |
21,340 |
4,208 |
1,945 |
|
เกาหลีใต้ |
1,203 |
3,792 |
1,370 |
3,302 |
3,772 |
6,876 |
22,167 |
157 |
|
สหรัฐฯ |
30,366 |
3,296 |
47,894 |
5,182 |
-16,985 |
23,591 |
14,378 |
9,131 |
ข้อมูลจาก สำนักความร่วมมือการลงทุนต่างประเทศ http://www2.bot.or.th/Statistics
จากตาราง เห็นได้ว่าในปี พ.ศ.2548 ซึ่งขณะนั้นการจัดอันดับดรรชนีคอร์รัปชั่นไทยอยู่ในอันดับ 59 จากประเทศที่มีการคอร์รัปชั่นมากที่สุด ถือว่าเป็นปีที่มีปัญหาคอร์รัปชั่นรุนแรง แต่หลังจากปี พ.ศ.2548 เป็นต้นมากระทั่งปัจจุบัน ประเทศไทยยังคงเป็นประเทศที่อยู่ในข่ายของประเทศที่มีการคอร์รัปชั่นสูง แต่จำนวนเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศก็ยังคงเพิ่มสูงขึ้น และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นต่อไป
บทสรุป
การคอร์รัปชั่นกำลังเป็นปัญหาที่รุนแรงเรื้อรังของประเทศไทย จากดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชั่น (Corruption Perceptions Index : CPI) ล่าสุดในปี พ.ศ.2554 ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการคอร์รัปชั่นมากเป็นอันดับที่ 80 จาก 183 ประเทศ ขณะที่การคอร์รัปชั่นกำลังเป็นวาระของโลก โดยนานาประเทศต่างใช้ความพยายามยกระดับมาตรฐานความแข็งแรงภาครัฐเพื่อต่อต้านคอร์รัปชั่นนั้น จากการศึกษาชี้ให้เห็นว่าการคอร์รัปชั่นมีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศ
เมื่อประเทศไทยกำลังพัฒนาด้านอุตสาหกรรม โดยส่วนหนึ่งต้องอาศัยการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เมื่อประเทศไทยมีภาวะการคอร์รัปชั่นสูง จึงเกิดข้อวิตกว่าจะมีผลกระทบต่อการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศมากน้อยเพียงไร แต่เมื่อพิจารณาสถิติการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศแล้ว เห็นว่า มีผู้ประกอบการ นักลงทุนชาวต่างชาติให้ความสนใจและเข้ามาลงทุนด้านอุตสาหกรรมและบริการอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มมากขึ้น เป็นข้อสังเกตว่า สถานการณ์การคอร์รัปชั่นในประเทศไม่มีผลต่อปัจจัยในการลงทุนของผู้ประกอบการ เป็นข้อสนับสนุนแนวคิดที่ว่า นักลงทุนใช้การคอร์รัปชั่นเพื่อให้รัฐบาลจัดสรรสิทธิในการผูกขาดให้กับตน เช่น สิทธิในสัญญาสัมปทาน การเอื้อการผูกขาดก็จะเป็นการเอื้อประโยชน์ในการพัฒนาอุตสาหกรรม การคอร์รัปชั่นมีส่วนช่วยในการหล่อลื่นวงล้อของระบบเศรษฐกิจ และเร่งรัดการทำงานของแต่ละบุคคลให้เร็วขึ้น
แต่อย่างไรก็ตาม ค่าตัวเลข CPI เป็นการสะท้อนความเห็นจากความรู้สึก (Perception) ของผู้ทำธุรกิจกับประเทศต่างๆ อาจไม่สามารถสะท้อนถึงคนในประเทศได้ว่ามีลักษณะคอร์รัปชั่นมากน้อยเพียงใด และแม้ว่าการลงทุนด้านอุตสาหกรรมจะไม่มีความสัมพันธ์กับการคอร์รัปชั่นในประเทศก็ตาม แต่การคอร์รัปชั่นส่งผลร้ายต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว กล่าวคือ การพัฒนาทั้งทางด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และการทำงานของภาครัฐเพื่อประชาชนต้องไปในทิศทางเดียวกัน พัฒนาไปพร้อมกัน การคอร์รัปชั่นจะเป็นตัวหยุดการเพิ่มประสิทธิภาพ และกลายเป็นรายได้ส่วนหนึ่งของข้าราชการ สิ่งนี้จะทำให้ข้าราชการพยายามแสวงหาสินบนมากกว่าที่จะทำงานตามที่ตนได้รับมอบหมาย ระบบก็จะถูกเบี่ยงเบนไปจากที่ควรจะเป็น การทำงานของทางราชการก็ขาดประสิทธิภาพ มุ่งหวังแต่ผลประโยชน์นอกระบบที่จะได้จากผู้ประกอบการ นำไปสู่การผูกขาดทางเศรษฐกิจ เป็นอุปสรรคต่อการแข่งขันอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม ในขณะที่ประเทศไทยกำลังพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ผู้ประกอบธุรกิจจึงขาดการพัฒนาประสิทธิภาพในระยะยาว
บรรณานุกรม
หนังสือ
จุฑารัตน์ เอื้ออำนวย. (2551). สังคมวิทยาอาชญากรรม. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์. (2554). นักการเมืองไทย:จริยธรรม ผลประโยชน์ทับซ้อน การคอร์รัปชั่น. กรุงเทพฯ:
สายธาร.
วิทยากร เชียงกูล. (2549). แนวทางปราบคอร์รัปชั่นอย่างได้ผล. กรุงเทพฯ: สายธาร.
บทความ
จุรี วิจิตรวาทการ. (ม.ป.ป.). ดรรชนีชี้วัดภาพลักษณ์การคอร์รัปชั่นประจำปี พ.ศ.2554 . สืบค้นเมื่อ 6 กันยายน 2555, จาก http://www.transparency-thailand.org
ชูลีรัตน์ คงเรือง. (2552). ช่องทางและปัจจัยที่กำหนดผลกระทบภายนอกจากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ. วารสารสงขลานครินทร์ฉบับสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 15(1), 163.
วิชา มหาคุณ. (2550).นโยบายของรัฐกับการปรับปรุงกฎหมายเพื่อป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบกับผลประโยชน์ทับซ้อน. วารสารศาลยุติธรรมปริทัศน์, 1(8), 4-5.
Bjornskov Christian. (2011). Combating Corruption: On the Interplay between Institution Quality and Social Trust. The Journal of Law and Economics,
ข้อมูลเยอะมากเลยครับ เราจะช่วยกันแก้ปัญหานี้ได้อย่างไรครับ