- คุยคั่นรายการ

 

1. อการานฺต หมายถึง อ ที่เป็น การานฺต

การานฺต มาจาก การ (ตัวอักษร, เสียง) และ อนฺต (ท้าย), การานฺต จึงหมายถึงเสียงท้ายสุด

 

2. เรื่องกริยา

1) กริยาสมบูรณ์ ที่แจกรูปตามบุรุษ เรียกว่า กริยาอาขยาต (เรียกกริยาคุมพากย์ก็มี) หรือ ลการ ภาษาอังกฤษว่า main verb หรือ finite verb

 

2) การแจกรูปกริยา ภาษาอังกฤษเรียกว่า conjugation ปัจจัยที่เติมท้ายเพื่อบอกบุรุษ, พจน์ เรียก วิภักติกริยา ก็ได้

 

3) กริยา(หมายถึง ตัวที่สำเร็จแล้ว หรือ tense หรือ ลการ นั่นแหละ) ในภาษาสันสกฤตเป็น 10 แบบ กริยาเหล่านั้นมาจากธาตุ  ธาตุทั้งหมดแบ่งได้ 10 หมวด  คือ หมวดที่ 1 – หมวดที่ 10

 

4) ธาตุหมวดที่ 1, 4, 6 และ 10 นับเป็นกลุ่มที่ 1, ธาตุหมวด 2, 3, 5, 6, 7, 8, 9 เป็นกลุ่มที่ 2 เราจะเรียนกลุ่มแรกให้หมดก่อน

 

5) การสร้างเค้าจากธาตุนั้น แบ่งเป็นกลุ่ม แต่ละกลุ่มมีวิธีการสร้างเค้าต่างกัน ตอนนี้เรายังเรียนการสร้างเค้ากลุ่มแรก (ใช้ 4 ลการ)

 

3. คำนาม

1) การแจกรูปนาม ภาษาอังกฤษเรียกว่า declension ปัจจัยที่เติมท้ายเพื่อบอกการก, พจน์ เรียกว่า วิภักตินาม ก็ได้

 

2) เพศของนามนั้น มีอยู่ทั่วไปในภาษาอินเดีย-ยุโรป แต่มีลักษณะแตกต่างกันไป เช่น ในภาษาสเปน อิตาลี นามเพศหญิงลงท้ายเสียงอา นามเพศชายลงท้ายเสียงโอ เป็นต้น

 

4. ส่วนที่ยากอย่างหนึ่งของภาษาสันสกฤต คือ สนธิ เพราะเมื่อสนธิแล้ว หลายๆ คำจะเชื่อมรวมกันหมด หากไม่ชำนาญ ก็จะหาศัพท์เดิมไม่เจอ เมื่อหาศัพท์เดิมไม่เจอ ก็แปลไม่ถูก เช่น

गलद्दर्पसौगन्ध्यलोलालिमालं แยกได้เป็น गलत्   दर्प  सौगन्ध्य लोल  अलि  मालं

स्फुरच्छुण्डदण्डोल्लसद्बीजपूरम् แยกได้เป็น स्फुरत्  शुण्ड  दण्ड  उत्-लसत्   बीजपूरम्

 

5. ไวยากรณ์ภาษาสันสกฤตมีสองแนวทาง คือ แนวทางตะวันตก กับแนวทางอินเดีย (ฝรั่งมักเรียนนักไวยากรณ์แบบอินเดียว่า native grammarians หรือ Hindu grammarians) ของตะวันตกจะมีระเบียบอธิบายเป็นวิทยาศาสตร์มากกว่า ทั้งสองแนวทางมีขัดแย้งกันบ้างในแง่ของการอธิบายที่ไปที่มา แต่ไม่ขัดแย้งในแง่การใช้ โดยเฉพาะการเรียกศัพท์ตัวเดิม หรือ ธาตุ แต่ไม่ว่าจะเรียกอย่างไร รูปสำเร็จก็เหมือนกัน (การอธิบายที่มา เชื่อมโยงกับศัพท์ในภาษาอินโด-ยุโรป ซึ่งนักไวยากรณ์ตะวันตกได้เปรียบ เพราะรู้ภาษากรีกและละตินมาก่อน)

 

ด้วยเหตุนี้ จึงไม่ต้องแปลกใจ ถ้าคนอินเดียจะบอกว่าเราท่องผิด เรียนผิด(ไปจากเขา) แต่เราก็อ่านได้ เขียนได้ เหมือนกัน

 

6. ภาษาสันสกฤตที่เรียนในเบื้องต้นเป็นภาษาแบบแผน หลังสมัยพระเวท ซึ่งแตกต่างจากภาษาสมัยพระเวทพอสมควร ทั้งเรื่องการแจกนาม กริยา เทนส์ ความหมายศัพท์ แต่โดนแก่นสารแล้ว ถือว่าเหมือนกัน ถัดจากนี้จึงจะค่อยไปเรียนไวยากรณ์พระเวท

 

7. อันที่จริง ควรจะทำแบบฝึกหัดมากๆ จะได้จำคล่องเขียนคล่อง แต่จะใช้เวลาค่อนข้างมาก เนื้อหามีเยอะ ในขั้นนี้ผู้เรียนลองฝึกสร้างประโยคเองได้แล้ว

 

8. ความรู้ไม่มีใครปล้นไปได้ก็จริง แต่มันค่อยๆ เสื่อมสลายไปได้ เมื่อไม่ได้ใช้ ดังนั้น ผู้เรียนควรจะหมั่นท่อง อ่าน เขียน อยู่เสมอ ไม่งั้นลืมหมด ไม่รู้ด้วย