ทุจริตแต่ไม่ผิดระเบียบ

"ทำอย่างไร เมื่อทุจริตแต่ถูกระเบียบกำลังจะกลายเป็นวัฒนธรรมการทำงานในแวดวงราชการของไทย"

จากการทำงานในหน่วยงานเล็กๆ ของราชการทำให้ได้ข้อสรุปอย่างหนึ่งว่า การใช้งบประมาณของทางราชการนั้นถึงแม้จะทุจริตอย่างไร แต่สามารถสร้างหลักฐานขึ้นมาให้ถูกระเบียบได้ก็เป็นสิ่งที่สามารถทำได้และดีต่อตัวผู้ทำด้วย แต่ถ้าสุจริตแล้วผิดระเบียบกลับดูเป็นเรื่องที่งี่เง่าและโง่สำหรับคนที่ทำ 

คนที่ทุจริตแต่รู้้ระเบียบจึงกลายเป็นกลุ่มคนที่มีความสุขมากในการทำงานราชการเพราะสามารถแสวงหาผลประโยชน์เข้าตนเองและพวกพ้องได้มากกว่า แต่คนที่สุจริตแต่ไม่เก่งระเบียบกลับเป็นกลุ่มคนที่ทำงานลำบาก

ปัจจุบันสังคมไทยกลายเป็นสังคมที่ใช้ระเบียบเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับตนเองและพวกพ้อง รู้ระเบียบมากก็ทุจริตมาก เพราะไร้จิตสำนึกและไร้จริยธรรม เรามีระเบียบมีกฎหมาย มีโครงการ หน่วยงานตรวจสอบมากมายที่จะป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น แต่ไม่มีหน่วยงานใดที่สามารถแก้ปัญหานี้ได้อย่างจริงจัง มีแต่ตีปีบชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น คนที่รู้ระเบียบจึงยังคงใช้ระเบียบใช้กฎหมายต่างๆ มาสร้างประโยชน์ให้แก่ตนเองอย่างไม่สิ้นสุด ยกตัวอย่าง ผู้อำนวยการโรงเรียนโรงเรียนหนึ่งต้องการนำเงินมาใช้บริหารโรงเรียน และรู้ว่าถ้ามีเด็กนักเรียนมาพักในหอพักนักเรียนจะสามารถเบิกงบประมาณได้ ก็นำรายชื่อนักเรียนเข้ามาอยู่ในหอพักนักเรียนจำนวนมากทั้งที่ความจริงมีเด็กนักเรียนเข้ามาอยู่ในหอพักแค่ไม่กี่คน แต่ตามระเบียบบอกว่าเบิกตามรายชื่อชื่อมีเท่าไรก็เบิกเท่านั้น เช่น นักเรียนมีชื่อ 26 ก็เบิกเงินครบ 26 แต่ในความเป็นจริงมีนักเรียนหอพักแค่สองคน เป็นต้น นี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้นยังมี กรณีอื่นๆ อีกมากมายที่เข้าข่ายทุจริตแต่ถูกระเบียบ 

ถ้ายังเป็นอย่างนี้ต่อไปสังคมไทยคงจะไม่พัฒนาไปไหน นอกจากล้าหลังและตกต่ำลงเป็นสังคมที่คนดีอยู่ไม่ได้ คนที่อยู่ได้เป็นคนไม่ดีถ้าวันนั้นมาถึงจริงๆ จะเป็นอย่างไร ลองคิดดูเล่นๆ แต่ถ้าเป็นจริงเมื่อไรคุณจะอยู่ตรงไหนของสังคม