ที่ขับถ่ายห้องน้ำห้องส้วมอยู่ที่ไหนครับ......อ่อ ก็ไปเข้าที่........

 

(อ่านตอนที่1)

 

“อยู่หัวนานานไหมครับ” ผมชวนคุย “ไม่นานเท่าไร ฝืดเคืองครับ ที่นี่ดีกว่า” ผมมองไปทางซาเล้งของเขา โชคดีที่มีรถจักรยานยนต์ต่อแขนต่อขาให้ทำมาหากินได้ไกล จากหัวนามาถึงนี่คงไม่น้อยกว่าหกกิโลเมตร “ไม่คิดกลับไปที่หัวนาอีกแล้วหรือ” เขานั่งบนตั่งพลาสติกเล็กเตี้ยเก่าแก่ คาดว่าได้มาจากแถวๆนี้ ทอดสายตามองน้ำเดือดเหมือนกำลังคิดถึงบางสิ่งบางอย่างในช่วงหนึ่งของชีวิตที่ผ่านมา “อาจกลับครับ ถ้าที่นี่เริ่มฝืดเคือง” พูดขณะหยิบถุงพลาสติกเทข้าวสารลงหม้อน้ำเดือด พร้อมกล่าวต่อไปเรื่อยๆ “ห้าสิบบาทเมื่อก่อนซื้อข้าวได้ถังหนึ่ง ตอนนี้ซื้อได้กิโลเดียว” เขามองข้าวเม็ดสุดท้ายหล่นลงในหม้อน้ำเดือด แล้ววางถุงลงด้านข้าง

 

            ชีวิตของเขาเรียบง่ายสบายไปเรื่อยๆ กองขยะคือแหล่งทรัพยากรของเขา “ช่วงนี้เก็บขยะที่ไหนบ้าง” เขานั่งมองข้าวเดือด ตอบคำถามแบบไม่ต้องมองหน้าคนถาม “วนอยู่แถวหัวหินนี่เองครับ ไม่วิ่งมากนัก เปลืองน้ำมัน” “ที่นอนอยู่แถวหน้าร้านเซเว่น ที่กินอยู่แถวๆ กองขยะนี่ ที่ขับถ่ายห้องน้ำห้องส้วมอยู่ที่ไหนครับ” “อ่อ ก็ไปเข้าแถวปั๊มน้ำมัน อาบน้ำ กรอกน้ำดื่มได้ด้วย สารพัดประโยชน์” มองข้าวเดือดอย่างเอาใจใส่เป็นพิเศษ “เราไปใช้สถานที่เขาแบบนี้ เขาไม่ว่าเอาหรือ” “แล้วแต่โชคหรือดวงครับ คุณธรรมเป็นเรื่องส่วนบุคคล บางคนก็ด่าว่ารุนแรงขับไล่ บางคนจิตใจดีก็ไม่ว่าอะไร บางคนก็ให้ข้าวปลาอาหารเครื่องใช้ไม้สอยมาอีกด้วย”

 

            “บ้านเดิมอยู่ที่ไหนครับ” ถามถึงบ้านเดิมเขานั่งคิดเล็กน้อย “กุยบุรีครับ” “อ่อ มีญาติอยู่ที่นั่น” “ครับ แม่ยังอยู่ มีบ้านให้เช่าพออยู่ได้” “กลับไปหาแม่บ้างหรือเปล่า” “ไม่ค่อยได้กลับเท่าไร ไม่อยากรบกวนแม่” “เคยเรียนหนังสือไหม” “เคยครับเรียนปอสี่แค่นั้น” “ทำไมไม่เรียนต่อเล่า” “ผมต้องช่วยแม่เลี้ยงวัว” “วัวมากไหม” “มากครับ ตอนนั้นนะ ตอนนี้ขายหมดแล้ว” “หลังจากนั้นทำงานอะไร” “รับจ้างทั่วไป แล้วก็ไปเป็นทหาร ออกจากทหารก็ไปบวชพระที่วัดเขาน้อย” “เอ ก็ดีนี่ครับ สึกมาทำไม” เขามีภูมิธรรมด้านศาสนาไม่น้อย “พระต้องเป็นทั้งกายและใจ ผมยังไม่สงบครับ เลยคิดว่าสึกดีกว่า” “เป็นแนวคิดที่ดีนะ” ผมเห็นคล้อยตามกับเขา “บวชนานไหม” “พรรษากว่าๆ ครับ”

 

            “เคยแต่งงานมีลูกเมียบ้างหรือไม่” “เคย แต่เอ ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าเมียได้หรือไม่” “อ้าว ทำไมเล่า” “ก็พอใจกันก็ตามมาอยู่ด้วยกันอยู่พักหนึ่ง เบื่อแล้วเขาก็ไป มันเหมือนไม่ใช่เมีย” ก็น่าจะจริงของเขา ที่ว่าไม่รู้ว่าใช่เมียหรือไม่ “อยู่ด้วยกันนานไหม” “ไม่ถึงปีดีหรือครับ” ชีวิตของเขาเดินทางผ่านหลายสิ่งหลายอย่างพอควร

 

            “สึกออกมาแล้วทำอะไรต่อ” ถามเรื่อยตามประเด็นที่ตอบง่าย “เหมือนเดิมครับ รับจ้างทั่วไป แล้วก็เก็บขยะขาย ตอนหลังถูกรถชนปางตาย ออกจากโรงพยาบาลแล้วทำงานหนักไม่ได้ เลยเหลือแค่เก็บขยะขายอย่างเดียว” เขาตอบคำถามขณะราไฟจากกองเพราะข้าวสุกได้ที่แล้ว เหลือถ่านแดงไว้นิดหน่อยให้ข้าวระอุ เรียก “ดงข้าว” “รถชนหนักไหมครับ” แทนคำตอบ เขาลุกขึ้นยืนพร้อมเปิดเสื้อตรงท้อง เผยให้เห็นแผลเป็นแนวยาวจากลิ้นปี่เลยขอบกางเกงลงไป “นึกว่าไม่รอด แต่อย่างว่าครับ คนเรายังไม่ถึงคาด” “กลัวตายไหมเล่า” “ไม่หรอกครับ ชีวิตก็แค่นี้ เกิดได้ตายได้ ช้าหรือเร็วเท่านั้น”

 

            “ดื่มเหล้าหรือเปล่าครับ” “มีบ้างนิดหน่อยครับ” คำตอบเหมือนยังหลีกเลี่ยงบางประเด็น แต่ “ตอนผมสึกนั้น ผมรับศีลมีแค่สี่ข้อ” “อ้าวทำไมหรือ” “เว้นไว้ขอหนึ่ง” “ข้อไหนหรือครับ” “ข้อห้า สุราเมระยะมัชชะฯ” “เว้นไว้ทำไม ดีหรือสุรานะ” ผมแกล้งถามให้เขาแสดงความคิดเห็น “ไม่ดีหรอกครับ แต่มันอดไม่ได้” พูดเสร็จเขายิ้มกว้างอย่างสบายอารมณ์

 

            “ตอนบวชอยู่สวดมนต์ได้เยอะไหม?” ผมอยากชวนเขาสวดมนต์เลยแกล้งถามอ้อมๆ เอาหน่อย “ได้หมอเลยครับ โดยเฉพาะอภิธรรมเจ็ดบท” เขาพูดถึงบทสวดงานศพ อภิธรรมเจ็ดบทที่พระพุทธองค์ทรงแสดงแก่เทพบุตร ที่เคยเป็นพุทธมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ “แล้วตอนนี้ได้สวดมนต์อยู่บ้างหรือไม่” ผมเข้าประเด็นสำคัญ “ก็สวดบ้าง” เขาตอบแบบกึ่งรับกึ่งสู้ “ชินบัญชรสวดได้หรือไม่” “เคยได้ครับ แต่ตอนนี้ไม่ได้แล้ว” “ทำไมเล่าครับ” “ไม่ค่อยได้สวดเท่าไร เลยลืม”

 

            “จะกลับมาสวดอีกได้หรือไม่” เขายิ้มเขินเล็กน้อย “แหม มันไม่ค่อยว่างเท่าไร” “ก็เอาเวลางานของเรานี่แหละสวดมนต์ไปด้วย” “อย่างไรครับ” เขาทำหน้างง “ก็สวดไประหว่างเวลาที่เราขับรถซาเล้งไป ระหว่างการเก็บขยะไปท่องไปด้วยก็ได้นี่ครับ” เขายิ้มรับเฉย เลยไม่รู้ว่าเขามีความคิดอย่างไร และจะปฏิบัติตามได้หรือไม่ แอบคิดว่า หากเขามีบุญอาจนำเอาการสวดมนต์ ซึ่งเป็นบุญขั้นสูงในพระศาสนาไปใช้ ชีวิตของเขาอาจมีค่ากว่าคนอาชีพอื่นก็ได้

 

            หลังจากพบปะพูดคุยกันวันนั้น ผมยังแวะเวียนกลับไปหาเขาบ้างตามโอกาสอันควร ผมมองกองขยะด้วยมุมมองที่เปลี่ยนไปกว่าเดิม กองขยะที่เรามองว่าเป็นกองสิ่งไร้ค่า หรือกองของสิ่งปฏิกูล กลายเป็นกองสมบัติของคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ยึดเอากองขยะเป็นแหล่งทรัพยากรเพื่อการดำรงชีวิต

 

(1) คุณค่าของขยะ