ระบบงาน

 

             ( ขอบคุณภาพประกอบจาก google)

 

วันก่อน ได้พบปะกับเพื่อนร่วมรุ่น และร่วมอาชีพคนหนึ่ง  ซึ่ีงยื่นเรื่องเออรีรีไทม์และได้รับการอนุมัติแล้ว 1 ตุลา 55 นี้ ก็นอนอยู่กับบ้านได้ คุณมะเดื่อถามว่า ทำไมจึงคิดเปลี่ยนเส้นทางชีวิต เพราะอายุราชการก็เหลืออีกหลายปี  เพื่อนตอบว่า  " เบื่อระบบ (ว่ะ)  ไม่รู้อะไรเป็นอะไร ยุ่งเหยิงไปหมด เป็นครู แต่วัน ๆ แทบไม่ได้สอน งานอะไรก็ไม่รู้มากมายก่ายกอง ยิ่งใกล้สิ้นปีงบประมาณ เดือนทั้งเดือนมีแต่อบรม ๆๆๆๆๆ  ยิ่งเดือนที่ใกล้สิ้นงบประมาณ  ตะบี้ตะบันจัดอบรมกันไม่เว้นแต่ละวัน  วัน ๆ ครูไปอบรม 5 - 6 คน แทบไม่เหลือติดโรงเรียน  แล้วยังจะมาเร่ง ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้สูงขึ้น  ต้น ๆ ปีการศึกษามีเวลามากมายก็ไม่จัดอบรม  มาจัดอัด ๆๆๆ เอาตอนนี้.....อย่างนี้ทุกปี  ทั้งปีทั้งชาติ .....ฯลฯ "   เออ....! จริงของเพื่อนมันว่า  เป็นอย่างนี้ทั้งปีทั้งชาติ ครูยุคใหม่ " ว่างเมื่อไหร่แล้วค่อยสอน"  พอจะสิ้นงบประมาณ จึงมาแย่งเวลานักเรียนจัดอบรม อ้างว่า เพิ่งได้งบประมาณมา..ถ้าอย่างนี้ก็ต้องไล่เบี้ยกันไปเป็นทอด ๆ น่ะแหละ 

    เดือนสิงหา-กันยา ของทุก ๆ ปี ครูแทบจะไม่ได้อยู่ รร. อบรมตลอด สารพัดสารพันเรื่องที่จะอบรม  ยังไม่ทันได้นำผลการอบรมเรื่องก่อนหน้านี้มาใช้ ก็อบรมเรื่องใหม่ต่อไป  จนครูสมองระบมไปหมด  นี่แหละการศึกษาเมืองไทย จัดการศึกษาให้หมดงบประมาณไปปี ๆ การติดตามผลก็แค่ให้รายงานในแบบฟอร์ม ก็สวยหรูทั้งหมดน่ะแหละ ไม่มีหรอกโรงเรียนไหนจะรายงานตามสภาพจริง  เด็กอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ก็มีเพิ่มขึ้นทุกปี  แต่เวลารายงาน ก็ต้องให้ลดลงทุกปี.....สมแล้วที่ติดอันดับท้าย ๆ ของอาเซียน  ชาติอื่น ๆ เขาแซงหน้าไปกันหมดแล้ว.......!!!!

ไม่รู้หน่วยงานอื่น ๆ เป็นอย่างนี้หรือเปล่าหนอ....นี่แหละความจริงละ...!

ปีหน้ามีเออรี่อีกหรือเปล่า.......คุณมะเดื่อจะได้เข้าแถวกะเขาด้วยสักคน...