ภาพหนึ่งที่ได้กับตนเอง หลัง เดินจงกรม ณ ตอนนี้คือ น้องภัสเป็นครูที่ดี ที่เป็นกระจกสะท้อนนิสัย ความดื้อดึง ความแข็งกระด้างที่มีในจิตใจของหนู หนูเห็นน้องแล้วหนูมองเห็นตนเองชัดขึ้น
ครูที่แท้อันดีเยี่ยมผู้นี้ทำให้หนูได้เห็นตนเอง ผนวกกับครูผู้มีพระคุณท่านคอยชี้แนะและหมั่นสะท้อนภาพให้หนูได้ฝึกทบทวนกับตนเองเสมอ ๆ
พอเห็นความชั่วในตนเองแล้วรู้สึกขึ้นมาสองสามคำเจ้าค่ะ
“น่ารังเกียจ”
“น่าสงสาร”
“น่าสมน้ำหน้า”
อยู่ที่ใจขณะที่เข้าไปรับรู้กับตนเองว่าเป็นอย่างไรเจ้าค่ะ
เวลารู้สึกเห็นนิสัยตนเองว่า “น่ารังเกียจ บางทียอมรับไม่ได้ก็ท้อไปเลย เช่นราคะเยอะมาก มากจนรับไม่ได้ที่สภาพภายนอกกลับสวมเสื้อขาวผ้าถุงดำและก็ยังอยู่ในบริเวณวัด
แต่ด้วยความเมตตาของครูผู้มีพระคุณให้เครื่องแก้กับหนูไว้ว่า
“อย่าไปรังเกียจเขา เพราะมันทุกข์ถึงได้เป็นแบบนี้”
เขาสั่งสมมานาน ก็ต้องฝึกฝน มี 3 ระดับ
“อดทนอดกลั้น ข่มใจ”
พอรู้สึกว่า “น่าสงสาร”
ก็จะมีความรู้สึกว่า “จะช่วยยังไงดี บอกอะไรมันก็ไม่ทำยังจะมาทำเป็นเรียกร้องความสนใจ”
และสมน้ำหน้า
บางทีหนูก็เอาไว้ ตอกย้ำกับตนเอง เพื่อจะได้ฮึกเหิมมีกำลังใจ เพราะจิตหนูบางทีต้องด่าแรง ๆมันถึงก็จะกล้าละความชั่ว แล้วทำความดีให้เพิ่มขึ้น
การมีกระจกสะท้อนตนเองดีนะคะ เห็นคนอื่นเหมือนเห็นตนเองและเจ้าค่ะ