ท่านที่อ่านเทคนิคการแยกพระแท้ออกจากพระโรงงาน จะสังเกตว่าผมได้พยายามเน้นเทคนิคการดูเนื้อ องค์ประกอบ และการพัฒนาของเนื้อและผิวที่หลากหลายเป็นหลักในการแบ่งแยก

ที่แตกต่างจากตำราอื่นๆที่จะเน้นพิมพ์ ศิลปะ และตำหนิต่างๆ ที่ช่างสมัยใหม่ ได้พัฒนาฝีมือตามตำราต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว แม้จะไม่เหมือนทีเดียว ก็ใกล้เคียงมาก จนถึงระดับที่มือใหม่หัดส่องสับสน หลงหยิบไปตามๆกัน

ผมจึงพยายามหันกลับมามองในเชิงเนื้อหา และกระบวนการสร้างในสมัยโบราณ ที่มีข้อจำกัดมากมาย และได้ฝากร่องรอยไว้ในองค์พระ แบบที่ช่างไม่กล้าทำเลียนแบบ

เพราะร่องรอยที่เกิดขึ้นหลากหลายมาก ถ้าใช้แบบใดแบบหนึ่ง ก็จะเป็นเป้าให้นักส่องตีเก๊ได้โดยง่าย เพราะว่า “พบเหมือนๆกัน” ที่ถือว่า ผิดปกติอย่างแน่นอน

ดังนั้น สิ่งที่จะพบเห็นและสังเกตได้ง่ายมากๆ ก็คือ

  1. เนื้อพระไม่สม่ำเสมอทั้งองค์ เมื่อส่องดูในเนื้อพระ จะมีโลหะต่างๆปรากฏอยู่แบบ “ลายพร้อย” ลักษณะคล้ายลายตุ๊กแก ที่ไม่มีรูปแบบที่แน่นอน บางจุดสีเนื้อเงินมาก บางจุดสีเนื้อทองมาก ไม่ซ้ำกันเลยรอบองค์ แม้ในองค์เดียวกัน
  2. สนิมหลากหลายได้อายุ ทั้งชนิดและความหลากหลาย ทั้งในเนื้อ ผิวใน และที่ผิวด้านนอก โดยการสังเกต
  • การเกิดสนิมของโลหะที่อยู่ในเนื้อเป็นเม็ดสีตามลักษณะของสนิมโลหะที่เป็นองค์ประกอบ
  • การปรากฏของสนิมที่อยู่ที่ผิวเนื้อ ต้องสอดคล้องกับเนื้อโลหะที่รองรับข้างในเนื้อ
  • คราบสนิมที่เคลื่อนตัวออกมาอยู่ที่ผิวนอก ก็ต้องสอดรับกับโลหะและสนิมที่รองรับอยู่ที่ชั้นใน

3. ในบริเวณที่สนิมหลุดหายไป หรือพระล้างจนเห็นผิวเปิดชัดเจน จะยังปรากฏสนิมในเนื้อ และสนิมที่ผิวอยู่ และจะพบว่ามีลักษณะการเซทตัวของเนื้อผิวของโลหะ คล้ายๆการหดตัว หรือตกผลึก เป็นเส้นสัน และร่องเล็กๆ ทำให้ดูเป็นริ้วละเอียดยิบเมื่อมองด้วยกล้องกำลังขยายสูง และมองเป็นผิวไม่เรียบ ที่เลนส์กำลังขยายต่ำ

4. สำหรับภาพผิวที่ใหญ่กว่านั้น มองเห็นได้ง่ายขึ้นไปอีก แต่ไม่ทุกองค์ และมีลักษณะไม่แน่นอน ก็คือ

  • ลักษณะผิวโลหะที่แข็งตัวในระหว่างการเทเข้าเบ้า
  • เป็นจุดสังเกตพระหล่อโบราณ ที่หลอมโลหะด้วยอุณหภูมิต่ำ "แค่พอละลาย"
  • ที่มักเย็นตัวเป็นริ้วๆอยู่ในเบ้า ไม่แนบสนิทไปกับผิวเบ้า
  • ที่เป็นลักษณะเฉพาะองค์
  • ที่ต่างจากพระหล่อสมัยใหม่ ที่ใช้ความร้อนสูงกว่ามาก ลักษณะผิวรูปหล่อแบบนี้จะไม่ปรากฏให้เห็น
  • การจะทำปลอมให้เห็นซ้ำๆกัน ก็จะกลายเป็นเป้าการตีเก๊ได้ง่าย
    จึงน่าจะไม่นิยมทำปลอมแบบนี้ และ
  • สามารถใช้พิจารณา "พระแท้" ได้

ดังนั้น การพิจารณาความหลากหลายของเนื้อโลหะ ความหลากลายของสนิม และผิวเหี่ยว และผิวเย็นตัวในขณะเทพระรูปหล่อหลวงพ่อเงิน จึงสามารถใช้พิจารณาเบื้องต้น พร้อมๆ หรือก่อนการดูพิมพ์ และก่อนการดูตำหนิในรายละเอียด ก็จะสามารถคัดกรองพระเก๊ออกไปได้เกินครึ่งอย่างแน่นอน และเมื่อมีการฝึกสายตาอีกสักหน่อยก็อาจได้เกิน 90%

ที่เมื่อไปประกอบกับการดูตำหนิ และพิมพ์ก็น่าจะมั่นใจใกล้ 100% ครับ

ขอให้โชคดีครับ