Happy Ba. ..==> Happy Road...

ชาดา ~natadee
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
ถนน คน กับ ชีวิต .... คิด ถึง อดีต...

ในวันหยุดที่ผ่านมานี้ ฉันมีโอกาสขับรถไปต่างจังหวัด อีกเช่นเคย  ขณะที่กำลังเพลินอยู่กับการเล่นโค้งของถนน ที่ทำให้ฉันอดคิดถึงสมัยเด็กๆ  ทุกที

ฉันเริ่มขับรถได้เพราะป๊าสอน เมื่อตอนเรียนมหาวิทยาลัย  แม่บอกฉันว่าให้เอารถยนต์ไปเพราะว่า อย่างน้อยฉันก็ยังมีเหล็กหุ้มหนัง 555

ส่วนป๊า ที่ทำให้ฉันจำได้ไม่ลืมคือ ทุกครั้งตั้งแต่วัยเยาว์ เวลาที่ครอบครัวเราไปท่องเที่ยวช่วงปิดเทอม ฉันมักจะนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างเบาะคนขับและเบาะคนนั่งด้านหน้าเสมอ  ฉันชื่นชมป๊าที่ขับรถเก่งมาก ป๊าสอนวิธีการขับรถให้ฉันทุกเวลาที่เรานั่งรถไปด้วยกัน 

เมื่อตอนอยู่มหาวิทยาลัย ฉันเริ่มขับรถได้  แต่ยังไม่ชำนาญสักเท่าไหร่  แต่ป๊าก็เป็นคนเดียวที่นั่งข้างๆ โดยไม่ทำให้ฉันรู้สึกประหม่าหรือกลัว หรือตกใจ เหมือนเพื่อนหรือใครที่ขับรถได้แล้วจะคอยบอกว่า ระวัง   เบรกเร็ว  หรือ ไม่ก้ร้องวี้ดว้าย ทำเสียงดังให้ฉันตกใจ  ป๊าสอนให้ฉันเข้าโค้งโดยไม่ต้องเหยีบเบรก   สอนให้รู้วิธีประคองพวงมาลัยอย่างไรไม่ให้เมื่อยเวลาขับรถทางไกล  สอนให้รู้ว่า การขับรถต้องหัดมองให้ไกล ให้กว้าง แล้วที่ฉันทำจนติดเป็นนิสัยคือ มองกระจกมองหลังและกระจกข้างตลอดเวลา  ทำให้ฉันรู้ว่า มีอะไรที่แปลกปลอมจะเข้ามาชนกับรถเราหรือไม่   นี่คือสิ่งทำให้ฉันจึงไม่เคยขับรถชนเลยตั้งแต่ขับรถมาจนถึงบัดนี้

สิ่งที่ฉันเสียใจและจดจำมาจนถึงทุกวันนี้คือ เมื่อตอนวัยรุ่น ฉันไปสังสรรค์กับเพื่อนกลับมาค่อนข้างดึก(เรียกว่าเช้าก็ได้) ช่วงนั้นป๊าไม่ค่อยสบาย  เพิ่งออกจาก โรงพยาบาล  ฉันกับป๊าอยู่บ้านคนละหลังกัน แต่เวลาเสาร์อาทิตย์ฉันจะขับรถให้ป๊าทุกครั้ง ถ้าต้องไปต่างจังหวัด เพราะฉันไม่อยากให้ป๊าต้องขับรถเองในช่วงที่พักฟื้นร่างกาย  แต่วันนั้นเป็นวันที่ฉันจำได้ไม่ลืม  ฉันรู้สึกง่วงนอนมาก ตอนนั้นขับรถขึ้นเขา ถนนโค้งไปมา พอรู้สึกตัวก็รีบหาปั๊มน้ำมันแล้วเข้าไปล้างหน้า ช่วงนาทีชีวิตที่ฉันจำได้ว่า “หลับใน” เป็นอย่างไร    นับจากนั้นมาฉันไม่เคยที่จะฝืนขับรถไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม ฉันจะจอด อย่างมากก็นอนสักงีบ แล้วก็ค่อยไปต่อ

วันนี้  ฉันได้รับโทรศัพท์จากป๊า  อยากบอกว่าคิดถึงป๊าจังค่ะ  อยากขอบคุณที่สอนให้รู้ว่า ถนนที่ดี เวลาที่เราแล่นไปแล้วรู้สึกว่าเรากับถนนเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน  เหมือนที่เขาค้อ  หรือ ที่แม่สอด ที่เนินมหัศจรรย์ที่เราปลดเกียร์ว่างแล้วปล่อยให้รถวิ่งไปเองด้วยแรงดึงดูด  ธรรมชาติน่าทึ่งมากจริงๆ

วันนี้อีกเช่นกัน ที่มี่บอกฉันว่า เพื่อนขับรถได้แล้ว  ฉันไม่คิดว่าฉันจะสอนมี่ให้ขับรถได้เก่งได้เหมือนอย่างป๊าหรือเปล่า เพราะฉันคงจะเป็นห่วง และ กังวลสารพัด เวลาที่นั่งข้างๆ มี่  ปิดเทอมมี่คงต้องไปให้ป๊าสอนขับรถเองแล้วล่ะค่ะ อย่างน้อย อีกหน่อยมี่คงจะได้ขับรถพาพวกเราไปท่องเที่ยวกัน 

สิ่งที่ฉันคิดแต่ไม่ได้พูดกับมี่ไปคือ “มี่จะขับจริงๆ เหรอคะ  ก็เวลาขึ้นรถมาทีไร ก็เห็นมี่หลับทุกที” น่ะสิคะ

อย่างไรก็ตาม ก็ขอให้ทุกวันแห่งการเดินทางของชีวิตที่เหลือ  มีแต่เรื่องราวดีๆ  ให้จดจำตลอดไป ก็แล้วกันนะคะ

ขอบคุณภาพถนนสวยๆ จาก internet ด้วยค่ะ

^_____~.

ChAdAiNg

11  September 2012

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ข้อคิด..กำลังใจ



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 
  • อยากมอบดอกไม้ช่อโต ๆ จังเลยค่ะ
  • ประสบการณ์ชีวิตจริงของเราเป็นบทเรียนที่ดีให้กับทุกคนได้เป็นอย่างดีค่ะ
  • เส้นทางที่เหลืออยู่คือความไม่ประมาท ... เราจะได้ไม่พลาดสิ่งดี ๆ ในชีวิต ขอบคุณค่ะ
เขียนเมื่อ 

Happy Ba นะครับนางฟ้า ;)...

คิดถึงจัง

เหมือนกันเลยค่ะที่มีพ่อเป็นครูสอนขับรถให้..ขึ้นรถก่อนขับออกไปต้องยกมือไหว้คิดถึงพ่อเสมอ..