KT ย่อมาจาก Knowledge Translation (ผมย่อเอง)     องค์การอนามัยโลกเขาส่งเสริม KT มาก ถึงขนาดจัดทำวารสาร WHO Bulletin ฉบับเดือน สค. ๔๙ เป็นฉบับ Knowledge Translation for Global Health (www.who.int/whobulletin/)     ผมเห็นด้วย ว่า KT มีความสำคัญ     แต่ยังไม่สำคัญเท่า KM หรือ KD (Knowledge Dynamics - เป็นคำที่ ศ. โนนากะ นิยมใช้     ท่านไม่ชอบคำว่า Knowledge Management พราะท่านบอกว่า ตัวความรู้นั้นเราเข้าไปจัดการไม่ได้     แต่ไปทำให้มันเกิดพลวัต (dynamics) ได้     ผมเห็นด้วยกับ ศ. โนนากะ    แต่หยวนว่าใช้ KM จนติดปากติดตาติดใจแล้วก็ยอมเลยตามเลย) 

      ถามว่า KT ต่างจาก KM (KD) อย่างไร     ผมคิดคำตอบขึ้นเอง (ไม่รู้ว่าถูกหรือผิด) ว่า KT เน้นที่การแปลง "ความรู้แจ้งชัด" ที่ได้จากการวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์     คือเอาความรู้แจ้งชัด หรือความรู้เชิงทฤษฎีมาใส่บริบทแล้วเอาไปใช้     KT จึงอยู่ใต้ความคิดที่ค่อนข้างเป็นเส้นตรง     และเป็นมิติเดียว  มีจุดเริ่มต้นและจุดจบ

       แต่ KM (KD) เริ่มได้จากหลายจุด     เริ่มจากความรู้แจ้งชัดก็ได้     เริ่มจากความรู้ฝังลึกของผู้มี Best Practice นอกองค์กรก็ได้ เริ่มจากการตั้งวง ลปรร. ในกลุ่มเพื่อนร่วมงานก็ได้     และจริงๆ แล้ว KM ต้องทำหลากหลายแบบหรือใช้ทุกแบบ     โดยความรู้ที่หมายปอง คือความรู้ฝังลึก หรือความรู้ปฏิบัติ     โดยนัยนี้อาจมองว่า KT เป็นส่วนหนึ่งของ KM ก็ได้

       ที่สำคัญ KM มีจุดเริ่มต้น แต่ไม่มีจุดจบ     คือทำต่อเนื่อง และยกระดับความรู้เรื่อยไป     ทำเป็นกลุ่ม เป็นเครือข่าย     แลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ    

       ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ "พระเอก นางเอก" ของกิจกรรม     ผมเข้าใจว่าของ KT พระเอกนางเอกคือนักวิจัย     แต่ของ KM คือ "คุณกิจ" ซึ่งหมายถึงบุคคลหรือกลุ่มบุคคล ระดับผู้ปฏิบัติหน้างาน     

       ดังนั้นพลัง และคุณค่าของ KT กับ KM (KD) ไม่เหมือนกัน     คุณค่าด้านสร้างความสัมพันธ์แบบใหม่ในหมู่ผู้ร่วมงาน     คุณค่าด้านความเคารพเห็นคุณค่าซึ่งกันและกัน ฯลฯ  น่าจะไม่เหมือนกัน  หรือแตกต่างในระดับคนละสเกล (สูงกว่ากันเป็นสิบเท่าขึ้นไป) 

       กล่าวอีกนัยหนึ่ง KT มีดีกรีของ empowerment ต่อบุคคลที่เป็นคนเล็กคนน้อย ต่ำกว่า KM

       และกิจกรรม KT ยังมีลักษณะ provider - oriented    ในขณะที่กิจกรรม KM เน้น user - oriented

วิจารณ์ พานิช
๒๙ สค. ๔๙