หลังจากที่น้องแค็ปที่ใช้อยู่ได้จากไปแล้วอย่างสงบ ก็ได้เวลาต้องเปลี่ยนแค็ปใหม่ ทีนี้ก็มีทางเลือกอยู่สองทาง คือ ใช้น้องแค็ปใหม่แกะกล่อง หรือจะลองเอาน้องแค็ปเก่าที่เคยใช้งานแล้ว ที่ยังพอจะใช้งานได้ ไม่ถึงกับน่าเกลียด ตอนนั้น run ไปได้ 910 runs แต่ในอดีตมีความจำเป็นต้องเปลี่ยน เนื่องจากจำเป็นต้อง set spectral dye ให้ผ่าน ซึ่ง การ set spectral dye นี้ ค่อนข้างจำเป็นมากที่ควรใช้น้องแค็ปที่ใหม่ หรือค่อนข้างใหม่ ไม่เช่นนั้นอาจ set ไม่ผ่านได้ครับ  สมัยโน้น ผ่านมาแล้วสัก 3 ปีได้ครับ น้องแค็ปถูกเก็บไว้โดยแช่ไว้ใน 1xCE buffer เป็นเวลา 3 ปี โดยไม่ได้เหลียวแล พอไปค้นดู ก็เจอว่า buffer แห้งสนิท เป็นคราบเกลือติดอยู่ที่ก้น tray ไม่รู้ว่า buffer แห้งไปตั้งแต่ปีไหน  สิ่งแรกที่คิดถึงคือ แค็ปน่าจะตัน แต่ถ้าไม่ลองก็ไม่รู้ การจะใช้น้องแค็ปใหม่เป็นเรื่องจ้อยครับ เพราะจะเปลี่ยนเมื่อไหร่ก็เปลี่ยนได้เลย ก็เลยเลือกทางเลือกที่สอง ลองเล่นกับน้องแค็ปเก่าดูสักตั้ง

     เมื่อตั้งสมมติฐานเริ่มต้นว่า น้องแค็ปตัน เพราะ buffer แห้งไปนานแล้ว สิ่งแรกที่ควรต้องทำคือ ทะลวง probe เผื่อว่า polymer ที่แห้ง อาจจะแห้งอยู่แค่บริเวณ probe ยังไม่ได้แห้งลึกเข้าไปจนถึง capillary ซึ่งมีโอกาสมากที่จะเป็นเพียงเท่านี้ เพราะ capillary มีเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กมาก การที่ polymer จะแห้งตันลึกเข้าไปถึง capillary จึงมีโอกาสเกิดขึ้นค่อนข้างน้อย จากนั้นก็ต้องหาหางม้า มาแหย่เข้าไปบริเวณ probe ครับ  เจ้าหางม้า ในที่นี้ผมหมายถึง วัสดุที่เป็นแท่งเล็กๆ มีลักษณะ แข็ง สามารถสอดเข้าไปในท่อขนาดเล็ก เพื่อทำความสะอาดภายในได้ครับ ปกติมักใช้แท่งลวดเล็กๆ ผมเคยเก็บไว้ 1 แท่ง นานมาแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเก็บไว้ที่ไหน ประสาคนขี้ลืมครับ เก็บไว้ดีเกิน เวลาอยากใช้ เลยหาไม่เจอ ก็ถือเป็นเรื่องปกติครับ ทีนี้เมื่อหาไม่เจอ ก็ต้องหาวัสดุใหม่ใช้ทดแทนครับ เดินหาทั่วห้องแล็บ แล้วในที่สุดก็มาจ๊ะเอ๋กับ น้องแค็ปเก่าที่ probe หัก ยังไม่ได้ทิ้ง เอาล่ะ ในที่สุด เราก็เจอวัสดุทดแทนแล้ว

     ไม่ใช่อะไรอื่น ก็ capillary นั่นเอง เลยไปหากรรไกรมาตัดครับ ขนาดกำลังดีเหมาะมากกับงานนี้ แล้วความแข็ง ความเหนียว กำลังพอเหมาะเลยครับ

     พอได้หางม้าแล้ว ก็เอามาแหย่ แทงเข้าออก บริเวณ probe ทั้งสี่ จัดการทะลวงท่อให้เรียบร้อย  จากนั้นก็ install น้องแค็ปนี้ ใส่เข้าไปในเครื่อง แล้วลองสั่ง run เล่นสักหนึ่ง run

     ผลการ run electrophoresis ได้ออกมาอย่างภาพข้างล่างครับ  จะเห็นว่า ใช้ได้  3 cap ครับ คือ 1, 3 และ 4  ส่วน cap 2 มี peak ไม่คมชัด ลักษณะของ peak มีฐานกว้างกว่าปกติ แต่ความสูงใช้ได้ครับ (low resolution peak) 

    ลองทะลวง probe 2 เล่นอีกสักพัก แล้วสั่ง run ใหม่ ยังให้ผลเหมือนเดิมครับ ดังภาพข้างล่าง

     ค่อนข้างชัดเจนครับว่า cap 2 ยังมี partial clot คือตันบางส่วน หรืออาจมี polymer ไปเกาะติดบน cap แล้ว PCR product วิ่งได้เร็วกว่า cap อื่นๆ นิดหน่อยครับ  อาการลักษณะอย่างนี้ ถ้าเป็นเมื่อก่อน ก็ทิ้งน้องแค็ปนี้ครับ เพราะมี 4 cap ใช้ได้แค่  3 cap สั่ง run ไป ก็เปลือง polymer 25% แล้ว polymer ก็มีราคาแพงเหลือเกิน แต่ช้าก่อน เมื่อจะเล่น ก็ต้องเล่นให้ถึงที่สุด นั่นคือ เป็นโอกาสที่ดีครับ ที่จะได้ทดลองขัดสีฉวีวรรณให้น้องแค็ป ด้วยน้ำยาที่เตรียมขึ้นเอง PSU Cap-Regenerated solution.....ดูสิ...ว่าสิ่งที่คิดไว้ จะถูกต้องหรือไม่