ต้นขจร เป็นไม้เลื้อยประเภทหนึ่งที่ดูแลไม่ยากสรรพคุณทางยาหลากหลาย

          ประมาณต้นปีแม่บอกครูนกว่า น้าเอาต้นขจรมาให้ปลูก  วันเวลาผ่านไปมาถึงช่วงกรกฏาคมเป็นต้นมาบ้านเราจะมีดอกขจร ถือว่าเป็นครั้งแรกของบ้านเราที่ปลูกต้นขจรซึ่งเป็นไม้เลื้อยประเภทหนึ่ง ทำให้ครูนกสืบค้นข้อมูลดอกขจรด้วยหวังว่าจะนำเข้าสู่ชุมนุมอนุรักษ์พืชสมุนไพรในท้องถิ่นภาคใต้โดยค้นทั้งในแง่มุมทั่วไปทางพฤกษศาสตร์ และในมุมมองทางวรรณคดี

          ข้อมูลทางพฤกษศาสตร์เบื้องต้นของต้นขจร  
ชื่อวิทยาศาสตร์   Telosma minor  
ชื่อวงศ์                 Asclepiadaceae 
ชื่อสามัญ             Cowslip Creeper 
ชื่อท้องถิ่น            บางท้องที่เรียกดอกสลิด

ลักษณะทั่วไป
           ดอกขจร เป็นไม้เลื้อยเถาเล็กแตกยอดจำนวนมาก ทุกส่วนของลำต้นมีน้ำยางขาว ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามเป็นใบคู่เป็นรูปหัวใจ กว้างและยาว 6–10 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบเว้า ขอบใบเรียบ มีช่อดอกสีเหลืองอมชมพูอ่อนออกเป็นช่อแบบซี่ร่ม ดอกย่อยมีกลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันส่วนปลายแยก 5 แฉกกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดสั้นๆ ปลายกลีบแยกเป็น 5 แฉก ดอกบานไม่พร้อมกันดอกอ่อนสีเขียว เมื่อบานเริ่มหอมตั้งแต่ช่วงบ่าย ดอกออกมากตั้งแต่ต้นฤดูหนาว นำดอกขจรมาเป็นผัก ทำอาหารรับประทานได้

การปลูก
           ขจรเป็นไม้ที่ขึ้นได้ดีในดินทุกสภาพ แต่ถ้าจะให้ดีควรปลูกในดินร่วนปนทราย หรือดินที่มีความร่วนซุยมากๆ ขจรเป็นไม้ที่ชอบแดดจัดไม่ต้องการน้ำมากนัก และทนต่อสภาพความแห้งแล้งได้ดี ดังนั้นการรดน้ำให้รด 2 วันต่อครั้ง การขยายพันธุ์ขจรสามารถทำได้โดยการปักชำกิ่ง หรือทาบกิ่ง
สรรพคุณทางยา
          ใช้รากผสมยาหยอดรักษาตา รับประทานทำให้อาเจียนถอนพิษเบื่อเมา ทำให้รู้รสอาหาร ดับพิษ 
คุณค่าทางอาหารของดอกขจร 
           ทั้งยอดอ่อน ผลอ่อน และดอกของขจรสามารถนำมาทำอาหารได้ทั้งนั้น โดยเฉพาะใช้เป็นผักต้มหรือผักลวกจิ้มน้ำพริกหรือทำเป็นอาหารอื่น ๆ เช่น แกงส้มดอกขจร ยำดอกขจร แกงจืดดอกขจร ข้าวต้มดอกขจร เป็นต้น และส่วนที่มีคุณค่าทางอาหารมากที่สุดคือส่วนยอดอ่อน ทั้งนี้ดอกขจรมีคุณค่าวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินซี แคลเซียม และฟอสฟอรัสสูง  ยอดอ่อนและดอกขจรในปริมาณ 100 กรัม มีวิตามิน แร่ธาตุต่าง ๆ คือวิตามินเอ มากถึง 3,150 I.U. วิตามินซี 45 มิลลิกรัม แคลเซียม 70 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 90 มิลลิกรัม
การนำมาปรุงอาหาร  (อ้างอิงจาก
http://www.panmai.com/Food/List_01.shtml)
-   แกงส้มดอกขจร    
-   แกงจืดดอกขจร
-  ข้าวต้มดอกขจร
-   ดอกขจรผัดน้ำมันหอย  
        เมนูแรกของบ้านเราคือ แกงส้มดอกขจรกับปลาทู  ทำไมต้องปลาทูเพราะเป็นปลาที่มีอยู่แล้ว  เป็นอีกวันที่ได้ทานแกงส้มอร่อย
 
สรรพคุณของดอกขจร และ ประโยชน์ของดอกขจร
- ยอดอ่อน ดอก ลูกอ่อน บำรุงธาตุ บำรุงตับ ปอด แก้เสมหะเป็นพิษ ราก ทำให้อาเจียน ถอนพิษเบื่อเมา 
- มีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน รักษาหวัดที่เกิดจากการตากลมหรืออากาศเย็น ช่วยบำรุงตับ บำรุงสายตา บำรุงเลือด บำรุงฮอร์โมนของสตรี ช่วยขับเสมหะ และแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ  
- ราก เป็นเครื่องยาสมุนไพรใช้หยอดรักษาตา อีกทั้งมีสรรพคุณทำให้อาเจียน ถอนพิษเบื่อเมา ดับพิษได้ 
        หากนำดอกขจรไปสืบค้นในทางวรรณคดีพบว่า ในวรรณคดีเรื่อง พระอภัยมณี ซึ่งประพันธ์โดย สุนทรภู่ โดยเฉพาะตอน พระอภัยติดท้ายรถนางละเวงและพยายามตามเกี้ยว  ได้กล่าวว่า 

 "เย็นยะเยียบเงียบสงัด        พระพายพัดมาอ่อนอ่อน
รวยรินกลิ่นขจร                          หอมเกสรสุมาลี"
         จากบทกลอนครูนกน่าจะได้กลิ่นหอมรวยริน  แต่ยังไม่ชัดเจนค่ะ คงต้องไปอยู่ใกล้ๆต้นขจรในช่วงเวลาเหมาะๆ
          ดีใจที่ได้มีโอกาสดูแลต้นขจรและทำความรู้จักเพราะสรรพคุณหลากหลาย การดูแลก็ไม่ยากเกินไปคือจัดให้ได้รับแสง เติบโตได้ในดินทุกประเภทหากนำเข้าสู่ชุมนุมอนุรักษ์พืชสมุนไพรในท้องถิ่นภาคใต้ก็หวังว่าเด็กๆ จะได้รับประโยชน์ในการนำดอกขจรมาส่วนหนึ่งของวงชีวิต