ประเด็นสำคัญในปัจจุบันทางการจัดการ
สวัสดีครับชาว Blog
วันนี้ (เสาร์ที่ 1 กันยายน 2555) ผมได้รับเกียรติจากโครงการบริหารธุรกิจมหาบัณฑิตสำหรับผู้บริหาร คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ให้เป็นผู้บรรยาย และให้ความรู้กับนักศึกษาโครงการบริหารธุรกิจมหาบัณฑิตสำหรับผู้บริหาร รุ่นที่ 14 กลุ่ม Exclusive จำนวน 38 คน ในวิชาประเด็นสำคัญในปัจจุบันทางการจัดการ ประจำภาค 1 ปี การศึกษา 2555 ณ ห้องประภาสน์ อวยชัย ชั้น 2 อาคารหอประชุมพ่อขุนรามคำแหงมหาราช
ในวันเสาร์ที่ 1 กันยายน 2555 เวลา 17.00 - 21.00 น.
และวันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน 2555 เวลา 8.00 - 16.15 น.
ผมจึงขอใช้Blogนี้ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นกันครับ
...............................................
ภาพบรรยากาศการเรียนในวันเสาร์ (1/9/55)
สรุปการบรรยาย ประเด็นสำคัญในปัจจุบันทางการจัดการ
โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ทฤษฎี 3V
- Value Added มูลค่าของคนจะแตกต่างกันไป
- Value Creation หากมีความใฝ่รู้ ก็จะมีความคิดนอกกรอบได้
- Value Diversity
ทุนที่สำคัญที่ขับเคลื่อนทางธุรกิจ 4 ทุน คือ
1. เงิน (money)
2. คน (man)
3. ทรัพยากรธรรมชาติ
4. เครื่องจักร (material)
Production Function : โดยที่ประเทศไทยสนใจเรื่องทรัพยากรมนุษย์น้อยที่สุด เพราะไทยมีทรัพยากรธรรมชาติมาก เพราะเมื่อก่อนฝ่ายบุคลากรมีบทบาทน้อย และไม่พัฒนา
วิชา MBA คนส่วนใหญ่เรียนจบมาแล้วทำงาน Routine มักจะไม่เกิดประโยชน์ ต้องมีการคิดนอกกรอบ ประเทศไทยจึงจะอยู่รอดได้ในอนาคต
ปัจจุบันองค์กรจะมีเด็กรุ่นใหม่ที่เก่งเยอะ เพราะฉะนั้นคนทุกคนต้องมีการใฝ่รู้ ต้องมีการกระตุ้นตัวเองให้เป็นเลิศ
Michael Hammer กล่าวว่า ทุกวันนี้โลกเราเกิดการเปลี่ยนแปลงจากเรื่อง ธุรกิจ สังคม วัฒนธรรม ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สามารถทำนายได้ในอนาคต จึงจะต้องมีวิธีการจัดการทุนมนุษย์
สิ่งสำคัญ คือ การเปลี่ยนแปลง ต้องมีการพัฒนาให้คนให้พร้อมกับการเปลี่ยนแปลง
ท่านพารณ อิศรเสนา ณ กล่าวว่า คน คือ ทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่ามากที่สุดขององค์กร
1. การปลูกทรัพยากรมนุษย์
2. ใช้ประโยชน์จากคนเหล่านั้นได้อย่างไร เรียกว่า เก็บเกี่ยว (Harvest) เพื่อดึงความเป็นเลิศออกมา สิ่งแรกที่ควรศึกษา คือคุณธรรม จริยธรรม
3. ทำอย่างไรให้สำเร็จ
4. เข้าใจความเปลี่ยนแปลงของทุกอย่างที่อยู่นอกองค์กร เช่น สภาพแวดล้อม เศรษฐกิจสังคม การเมือง
การเอาชนะอุปสรรค ต้องวิ่งไปหามูลค่าเพิ่ม
1. ต้องค้นหาตัวเอง ขาดอะไร มีจุดอ่อนอะไร
2. องค์กรได้อะไร
3. ประเทศได้อะไร
4. โลกได้อะไร
เป้าหมายของอ.จีระ คือ การมาให้ความรู้ แล้วนศ.มาจากต่างที่ ซึ่งมีความหลากหลาย อยากให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน
สุภาษิตจีน กล่าวว่า ปลูกพืชล้มลุก.. 3-4 เดือน
ปลูกพืชยืนต้น.. 3-4 ปี
พัฒนาคน.. ทั้ง
คือ ความสำเร็จในการปรับพฤติกรรมของคน
ปัญหาวันนี้ คือ คนรุ่นเก่า และใหม่ คุยกันไม่รู้เรื่อง ทำให้ไม่ทำงานร่วมกัน ซึ่งจะต้องมีการทำงานด้วยกันจึงจะเกิดประโยชน์ ซึ่งการพัฒนาคนจะใช้เวลา
ความทะเยอทะยานของคนในประเทศไทย มีจำกัด ซึ่งอยู่ที่จิตวิญญาณ
วัตถุประสงค์วันนี้
หลักการรู้- รัก - สามัคคี
- รู้ คือ จะทำอะไรต้องไปศึกษาให้รู้จริง
- รัก คือ จะทำอะไรต้องสร้างฉันทะกับสิ่งนั้นๆ
- สามัคคี คือ ทำอะไรก็ให้ทำเป็นทีม ร่วมมือ ร่วมใจกันทำให้มีประสิทธิภาพ
กฎของ Peter Senge : ไม่ควรสนใจการเรียนเพื่อสอบอย่างเดียว ต้องมีการอยากรู้อยากเห็น (Curiosity)
- Personal Mastery รู้อะไร รู้ให้จริง
- Mental Models มีแบบอย่างทางความคิด จุดอ่อนของคนไทย คือ ชอบลอก ชอบเชื่อสมมติฐานผิดๆ สังคมไทยทุกวันนี้ คือ เด็ก คิดไม่เป็น หรือ เรียกว่า Wisdom
- Shared Vision มีเป้าหมายร่วมกัน
- Team Learning เรียนรู้เป็นทีม ช่วยเหลือกัน
- System Thinking มีระบบการคิด มีเหตุมีผล ถ้าไม่มีความคิดเป็นระบบก็ไม่สามารถทำอย่างอื่นได้
ทฤษฎี 4L’s
1. Learning Methodology มีวิธีการเรียนรู้ที่ดี
2. Learning Environment สร้างบรรยากาศในการเรียนรู้
3. Learning Opportunities สร้าง/เกิดโอกาสจากการเรียนรู้
4. Learning Communities สร้าง/เกิดชุมชนแห่งการเรียนรู้
ทฤษฎี 3L’s
1. Learning from pain เรียนรู้จากความเจ็บปวด ความล้มเหลว
2. Learning from experiences เรียนรู้จากประสบการณ์
3. Learning from listening เรียนรู้จากการรับฟัง
ทฤษฎี 2R’s
1. Reality - มองความจริง สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้
2. Relevance - ตรงประเด็น
ทฤษฎี 2I’s
1. Inspiration – จุดประกาย
2. Imagination - สร้างแรงบันดาลใจ
ทฤษฎี C-U-V
1. Copy น้อยๆ
2. Understanding มากๆ
3. Value Creation/Value added
- การศึกษาเป็นการลงทุนที่ใหญ่ที่สุด
ประเด็นสำคัญในปัจจุบันทางการจัดการทุนมนุษย์
- 3 V
- ปลูก
- เก็บเกี่ยว
- Execution
+ Macro - Micro
ให้แต่ละโต๊ะสรุป 3 ประเด็น ที่อยากได้จากการเรียน
โต๊ะ 1
1. อยากได้ประสบการณ์ของอ. ทั้งชีวิตส่วนตัว และการงาน ทั้งที่สำเร็จ และล้มเหลว
2.กลยุทธ์การบริหารคน และการรักษาคนในองค์กรที่เก่ง
- ทั้งเรื่องความหลากหลายของเชื้อชาติ
3.กลยุทธ์ในการให้พนักงานมีความภักดีกับองค์กร
ความทะเยอะทะยาน คือ การทำให้เรามีเป้าหมายที่สูง ทั้งตัวเอง และส่วนรวม เหมือนการหาความรู้ การใฝ่รู้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด แต่ต้องทำให้ถูกต้องตามคุณธรรม และจริยธรรม
โต๊ะ 2
1. การจัดระบบความคิด เพื่อให้เกิดมุมมองที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล
- ต้องมีเหตุและผล คิดนอกกรอบ
- ประเทศไทยต้อง Back to Basic
- data à information àKnowledgeà Value Added
2. วิธีการดึงศักยภาพของคนออกมา เพื่อความยั่งยืน
- การกระตุ้นให้คนเป็นเลิศ เป็นทั้งศิลปะ และวิทยาศาสตร์
- ต้องให้ CEO มาช่วย
- โลกอนาคตมีใหม่ๆมาเสมอ ซึ่งสิ่งสำคัญคือ คน ในการนำพาองค์กรให้สำเร็จ
- หลักการเรียนที่สำคัญ คือ ต้องมี New Parameter อยู่เสมอ
3. อยากให้อาจารย์สอนเรื่องทุนทางอารมณ์และทัศนคติ
โต๊ะ 3
1.อยากทราบวิธี แนวคิดกับการค้นหาศักยภาพของตัวเรา โดยใช้ระบบการคิดเป็นระบบ
2.ทำอย่างไร เมื่อพัฒนาแล้ว จะรักษาไว้กับตัวเรา
- ตรงกับทฤษฎี Life Long Learning
3.ในอนาคตที่โลกเปลี่ยนแปลง ทำอย่างไร เราจึงจะเอาชนะและอยู่รอดได้
โต๊ะ 4
1.อยากได้ประสบการณ์ทั้งภายใน และภายนอกว่ามีนวัตกรรมอะไรที่ใช้ในการบริหารคน
2.มีวิธีเก็บเกี่ยวและผลักดันศักยภาพอย่างไร ให้เกิดเป็นความยั่งยืน
3.ทำอย่างไรจึงจะเอาชนะอุปสรรค ที่เกิดจากความไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ
โต๊ะ 5
1.กลยุทธ์วิธีการที่จะบริหารคนรุ่นเก่าและใหม่ โดยไม่เกิดความขัดแย้ง
- สามารถนำทฤษฎี 8K 5K มาประยุกต์ได้
2.วิธีการพัฒนาศักยภาพและวิธีการคิดให้ก้าวผ่านกำแพงของตัวเอง
3.อยากรู้วิธีการพร้อมของ HR และตัวเองในการรองรับAEC
-ให้เวลาอยู่กับตัวเอง ให้ นิ่ง และลึกเพื่ออยู่กับตัวเอง ประมาณ 30 นาที และอ่านหนังสือในสิ่งที่เราอยากอ่าน และอ่านหนังสือภาษาอังกฤษที่ดีไว้บ้าง
โลกเปลี่ยนจากยุคเกษตร ไปอุตสาหกรรม และยุค IT ซึ่งในอนาคตจะต้องเน้น
- Ethics+ การมีคุณธรรม เป็นคนดี
- sustainability+ การอยู่รอด อย่างยั่งยืน ขึ้นอยู่กับทุนมนุษย์ ซึ่งสิ่งที่ทำในระยะสั้นต้อง อยู่รอดในระยะยาว
- wisdom+ หากได้รับการกระตุ้นก็จะมีมากขึ้น
- creativity+ มาหลังจากจินตนาการ
- Innovation+ การนำไอเดียใหม่ที่สร้างสรรค์ไปสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อให้หลุดจากmiddle income trap
- intellectual capital ทุนทางปัญญา
ในอนาคตในเรื่องการพัฒนาทุนมนุษย์อีก 10 ปีข้างหน้า ต้องมองเรื่อง Intangible
การมองทรัพยากรมนุษย์อย่างครบวงจร ในเรื่องการออกแบบสถาปนิกในเรื่อง HR
- คุณสมบัติของทุนมนุษย์เป็นที่น่าสงสัยว่า เราผลิตบุคลการแบบไหน
- ทั้งปัญหาเรื่องการแข่งขัน ประชาธิปไตย ความยากจน สิ่งแวดล้อม โลกาภิวัตน์
- ถ้าเจ้านายไม่มีกาพัฒนาทุนมนุษย์ในองค์กร ก็จะมีปัญหาเรื่องการแข่งขัน ต้องมีการปลูก เพื่อทดแทนระบบการศึกษา
- สังคมไทย เป็นประเทศที่มีทรัพยากรมนุษย์อ่อนแอ เพราะเด็กไทยไม่สนใจเรื่องเรียน สนใจแต่เรื่องปริญญา เพื่อเป็นใบเบิกทางในการทำงานเท่านั้น
- ปริญญาไม่ใช่ปัญญา
ก่อนจะพัฒนาทุนมนุษย์ในระดับประเทศ เราคงจะต้องศึกษาสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอก รวมทั้งมีความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาประชากรขั้นพื้นฐาน ได้แก่
1. โครงสร้างประชากร เพราะไทยกำลังขาดแคลนแรงงาน เพราะอัตราการตายและเกิดมีอัตราใกล้กัน ส่วนใหญ่ การเกิดเป็นผู้หญิงที่เข้าสู่การทำงาน ซึ่งไทยมีจำนวนมากที่สุดในโลก ปัญหาในอนาคต ประชากรลดลง แต่คุณภาพก็ไม่ได้เพิ่มขึ้น
2. ปัจจุบันขาดแคลนแรงงาน และคุณภาพของแรงงาน
3. คนเข้าตลาดแรงงานส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง
4. การเคลื่อนย้ายแรงงานในประเทศต่างๆ การบริหารแรงงานที่มาจากหลายชาติ
สภาพแวดล้อมภายนอก หลายคนมองไปถึงโลกาภิวัตน์ และที่กำลังจะเกิดขึ้น คือ “ประชาคมอาเซียน (ASEAN Community:AC) และ “ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” (ASEAN Economic Community: AEC)จะกระทบต่อเราอย่างไร? สัญญาแรก คือ การตกลงหลายกลุ่ม ต้องนำมาประยุกต์กับ AEC
โลกาภิวัตน์และผลกระทบไม่ได้มีเรื่องเศรษฐกิจเท่านั้น
การบ้านวันนี้ 1 กันยายน 2555 : สรุปเทปคุณพารณ อิศรเสนา และศ.ดร.จีระ ว่าได้อะไร
- เกี่ยวอะไรกับ Macro Micro
- เกี่ยวอะไรกับการปลูก และเก็บเกี่ยว
- Execution
ส่งวันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน 2555
สิ่งที่ได้การเรียนในวันนี้ 2 เรื่อง
เรียน อาจารย์ จีระ ที่นับถือ ข้อมูลสรุปการบรรยายของอาจารย์ใน บล๊อกนี้ มีคุณค่ามากครับ เข้าใจง่าย และสรุปได้ครบถ้วน ผมขออนุญาตินำไปเผยแพร่ในเวปไซด์ของ ศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ www.thaiihdc.org เพื่อประโยชน์กับท่านอื่นๆที่ยังเข้าไม่ถึง บล๊อกของอาจารย์ครับ นับถือ ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท ป.ล.ลูกศิษย์อาจารย์กลุ่มนี้ เข้าบล๊อกของอาจารย์ไม่เป็นหรือครับ จึงใช้วิธีเขียนลงในกระดาษและให้ทีมของอาจารย์นำมาลงในบล๊อกอีกที อาจารย์คงต้องเพิ่มวิธีการที่ทันสมัยให้กับลูกศิษย์กลุ่มนี้ด้วยครับ ผมดูในรูปแล้ว ก็เป็นลูกศิษย์รุ่นกลางๆหรือรุ่นที่มีอายุไม่มากเท่าใด ขนาดรุ่นอาจารย์และรุ่นผมยังสามารถเรียนรู้และปรับตัวเองให้มาใช้คอมได้เลยครับ
สรุปการบรรยายโดยทีมงาน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
การบรรยายหัวข้อ
“ประเด็นสำคัญในปัจจุบันทางการจัดการ : Human Capital towards 3V” โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
วันที่ 2 กันยายน 2555
ดร.จีระ ได้เชิญ น.ศ.ปริญญาเอกสวนสุนันทามาเรียนร่วมกัน
จึงได้ฝากการบ้านปริญญาเอกสำหรับการเรียนในวันนี้
เวลาได้ฟัง ได้ยินเรื่องทุนมนุษย์
ประสบการณ์วันนี้ ไปสร้าง 3 V ได้อย่างไร
3V
Value Added – การสร้างมูลค่าเพิ่มจากสิ่งที่มีอยู่แล้วไปต่อยอดเพิ่มขึ้น
Value Creation – สร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ
Value Diversity – เอาความหลากหลายเป็นพลัง
การสร้าง 3 V คนเรามีเป้าหมายสูง ต้องมียุทธวิธีไปสู่เป้าหมายนั้น ปัจจัยสำคัญคือตัวเรา
สิ่งที่ฝากไว้คือ
1. The 4 discipline of execution
2. มนุษย์ไม่เหมือนทุนอย่างอื่น เนื่องจากหายใจได้ โลภได้ เกลียดได้ รู้สึกได้ เศรษฐศาสตร์บริหารธุรกิจกับทุนมนุษย์จึงไปด้วยกัน
ประเด็นสำคัญในการจัดการทุนมนุษย์
** นักศึกษาในห้องต้องแยกระหว่างปริมาณกับคุณภาพให้ได้
เริ่มต้นจากการมีพื้นฐานให้เก่งก่อน
1.คนดี
2.มีความสุข
การปลูก การเก็บเกี่ยว
กฎของPeter Senge
ในอนาคตเราต้องพร้อมที่จะปรับความคิดของเรา
2 R’s
ทุนมนุษย์อยู่ที่การใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า
ตรงประเด็น
Macro กับ Micro มีความเชื่อมโยงกันอย่างไร
ช่วงปลูก
มีการปลูก 2 ช่วง คือ ช่วงเด็ก และช่วงวัยทำงาน
ช่วงเด็ก ช่วงทุนมนุษย์ที่เกิดมาในตัวของเรา
ทุนมาจาก Concept ทางหลักเศรษฐศาสตร์ ทุนคือ สิ่งที่เสียไป
ทุนมนุษย์แตกต่างจากทุนอื่นเพราะหายใจได้ และต้องไปสัมพันธ์กับทุนอื่น
อดัม สมิทธ์ พูดว่าทำไมทุนมนุษย์แต่ละคนได้เงินเดือนไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับศักยภาพของทุนมนุษย์
E = α0 + α1Y1 + α2Y2 + x
การศึกษาสูงขึ้น รายได้จะสูงขึ้นตามไปด้วย ถ้ามนุษย์มีการลงทุนเพิ่มขึ้น ทางการศึกษา วัฒนธรรม ฯลฯ มนุษย์ก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ปัจจุบันโมเดลอันนี้อธิบายได้ไม่ครบเพราะอะไร
โมเดลนี้เป็นการวัดเชิงปริมาณ แต่ปัจจุบันมนุษย์เราไม่ได้วัดที่ปริมาณอย่างเดียว ขึ้นอยู่กับการใช้ทรัพยากรมนุษย์เหล่านั้น ขึ้นอยู่กับสิ่งที่วัดไม่ได้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางคุณภาพที่มองไม่เห็น มีปัจจัยอี่น ๆ ที่แทรกเข้ามาทำให้รายได้และการลงทุนไม่ได้ขึ้นอยู่กับการศึกษาอย่างเดียว
จุดอ่อนของทฤษฎีนี้วัดได้ไม่เกิน 30%
P. Schultz จาก University of Chicago ก็ทำวิจัยใช้หลักของ Becker พบว่า ชาวนาในสหรัฐ ถ้าคนไหนมีความรู้หรือปัญญามาก.. ผลผลิตของสินค้าเกษตรหรือ Labor Productivity ของเขาก็เพิ่มขึ้น Productivity ของคน คือ Output/แรงงาน
Production กับ Productivity แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นเวลาเรียน Human Capital ต้องเรียนทั้ง Supply และ Demand เพราะถ้าเราจะมี 3 V ขึ้นมาได้ต้องมีคนที่บ้าคลั่งสินค้าของเรา
Hypothesis แรกก็คือ ปริมาณหรือการมองการศึกษาแบบเป็นทางการว่าจบอะไร ปริญญาตรีต้องดีกว่า ม.6 ก็ยังสำคัญอยู่ แต่จะสำคัญน้อยลง เพราะพบว่าคนเรียนน้อยก็อาจจะมีคุณภาพดีเท่ากับหรือมากกว่าคนเรียนมากก็ได้หรือที่มีคำว่า“ปัญญาอาจจะไม่ใช่ปริญญา”บุคคลที่เป็นตัวอย่างในเรื่องนี้คือ “Bill Gates”
8K’s 5K’s มีที่มาจาก Concept Capital ที่ใช้ K ในภาษาเยอรมัน
8K’s
Human Capital ทุนมนุษย์
Intellectual Capital ทุนทางปัญญา
Ethical Capital ทุนทางจริยธรรม (คิดดี ทำดี หวังดีต่อส่วนรวม)
Happiness Capital ทุนแห่งความสุข (เกี่ยวข้องกับ Work Life Balance เหมือนทฤษฎีจักรยาน ล้อหน้าคือ Work ล้อหลังคือ Life ไปด้วยกัน)
Social Capital ทุนทางสังคม
Sustainability Capital ทุนแห่งความยั่งยืน
Digital Capital ทุนทาง IT
Talented Capital ทุนทางความรู้ ทักษะ และทัศนคติ
Happiness Capital (Dr. Chira Hongladarom’s Model)
5. มีความสามารถที่จะทำให้งานสำเร็จ (Capability)
6. เรียนรู้จากงานและลูกค้าตลอดเวลา(Learning)
7. เตรียมตัวให้พร้อม (Prepare)
8. ทำงานเป็นทีม อย่าทำงานคนเดียว (Teamwork)
9. ทำหน้าที่เป็นโค้ชให้แก่ทีมงานและลูกทีม (Coaching)
10. ทำงานที่ท้าทาย (Challenge)
11. ทำงานที่มีคุณค่า (Enrichment)
Happiness Capital (Sharp/Hongladarom’s Model)
2. อย่าแบกงานที่หนักเกินไป (Put down your burden)
3. ศักยภาพในการถ่ายทอดในงาน (Communicate Effectively)
4. ทำงานในจุดแข็งของตัวเอง (Recognize your strengths)
5. มุ่งมั่นในงาน (Keep Focus)
6. ทำในสิ่งที่อยากทำไม่ใช่เพราะต้องทำ (Reduce the ‘shoulds’)
7. ทำงานในองค์กรที่มองคุณค่าของคนและงานคล้าย ๆ กัน (Clarify your values)
8. อย่าทำงานเครียดและวิตกกังวล (Overcome worry and stress)
9. บริหารภาระงานให้เหมาะกับตัวเอง (Refine your workload)
10.ใช้คำว่าขอบคุณกับลูกน้องและเพื่อนร่วมงาน (Choose your words)
11.สร้างบรรยากาศในการทำงานให้มีความสุขร่วมกัน (Create good environment)
สรุปคือ การทำงานอย่างมีความสุข วัดไม่ได้ ได้มีการทำวิจัยมหาวิทยาลัยรามคำแหงในการมีตัวแปรทุนที่เป็นอิสระ ความแตกต่างมีผลกระทบต่อตัว V
Happiness Capital คือ Input ในทุนมนุษย์ ไปผสมกับอย่างอื่น สร้างคุณค่าเพิ่มขึ้นได้
ทุนทางสังคม (Social Capital / Networking)
1. ต้นทุนทางด้าน Information
วิธีการสร้างทุนทางสังคมและเครือข่ายจากประสบการณ์ของผม
ทุนมนุษย์ต้องเริ่มจากปรัชญาเสียก่อน
ข้อดีของการที่เราอยู่ด้วยกันคือ หลักดี
Sequential Model 1 มาก่อน 2, 2มาก่อน 3 , 3 มาก่อน 4
5 K’s (ใหม่) : ทฤษฎีทุนใหม่ 5 ประการ
Creativity Capital ทุนแห่งการสร้างสรรค์
Knowledge Capital ทุนทางความรู้
Innovation Capital ทุนทางนวัตกรรม
Emotional Capital ทุนทางอารมณ์
Cultural Capital ทุนทางวัฒนธรรม
Blue Ocean ไม่ใช่แค่เทคนิคทางการตลาด
การขยาย Customer ได้ต้องมี Demand
Blue Ocean คือ Shift เส้น Demand ให้ขยายขึ้น ราคาเท่าเดิม ลูกค้ามากขึ้น
ทฤษฎีอันนี้จะนำไปสู่ 3V Value Added, Value Creation, Value Diversity
ทฤษฎี 3V
1.การสร้าง Creativity เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี
2.การนำ Creativity ไปสู่ความคิดสร้างสรรค์เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
3.เมื่อมี Idea แล้ว Turn idea ไปสู่ Success
WORKSHOP
โจทย์: แบ่งกลุ่ม 6 กลุ่ม เพื่อวิเคราะห์ภาคส่วนที่สำคัญต่อการพัฒนา
ประเทศไทย ดังนี้
กลุ่มที่ 1 ภาคราชการและรัฐวิสาหกิจ
กลุ่มที่ 2 ภาคเอกชน
กลุ่มที่ 3 ธุรกิจ SMEs
กลุ่มที่ 4 ภาคการศึกษา
กลุ่มที่ 5 กลุ่มอาชีพอิสระ
1) วิเคราะห์ผลกระทบจากสภาพแวดล้อมภายนอกและภายใน โลกาภิวัตน์ และ AEC ที่สำคัญที่สุด 3 เรื่อง
2) เสนอยุทธวิธีในการ “ปลูก” ทุนมนุษย์ที่ได้ผลของแต่ละกลุ่ม คืออะไร 3 ข้อ
3) อุปสรรคที่สำคัญที่สุดในขั้นตอน “ปลูก” คืออะไร? เสนอทางออกที่เหมาะสมเป็นโครงการ 1 โครงการที่ปฏิบัติได้
4) เสนอยุทธวิธีในการ “เก็บเกี่ยว” ทุนมนุษย์ที่ได้ผลของแต่ละกลุ่ม คืออะไร 3 ข้อ
5) เสนอเป็นโครงการที่ปฏิบัติได้ 1 โครงการเชิงนวัตกรรม
..............................................................................
กลุ่มที่ 1 ภาคราชการและรัฐวิสาหกิจ
1) วิเคราะห์ผลกระทบจากสภาพแวดล้อมภายนอกและภายใน โลกาภิวัตน์ และ AEC ที่สำคัญที่สุด 3 เรื่อง
1. สภาพแวดล้อมภายนอกต่าง ๆ เช่น เทคโนโลยี มีการแข่งขันที่สูงขึ้น
สภาพแวดล้อมภายใน คือ ผู้ใช้ภายในปรับเปลี่ยนระบบการทำงานให้รวดเร็ว
ขึ้น ให้สอดคล้องกับ AEC ที่จะเข้ามา
2. เน้นความพอใจและตอบสนองความต้องการให้แก่ลูกค้าได้ทันท่วงที เช่น
สินค้า หรือ บริการ
3. ลดขั้นตอนการทำงานให้น้อยลงและรวดเร็วขึ้น ให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจ
2) เสนอยุทธวิธีในการ “ปลูก” ทุนมนุษย์ที่ได้ผลของแต่ละกลุ่ม คืออะไร 3 ข้อ
- ปลูกฝังความซื่อสัตย์สุจริตให้เกิดเป็นวัฒนธรรมองค์กร
- อบรมเพิ่มศักยภาพให้พนักงานได้รับความรู้อยู่เสมอและต่อเนื่อง
- สร้างองค์กรให้พนักงานเกิดความสุขในการทำงานและเกิดความรักองค์กรและ
ความจงรักภักดีต่อองค์กร
3) อุปสรรคที่สำคัญที่สุดในขั้นตอน “ปลูก” คืออะไร? เสนอทางออกที่เหมาะสมเป็นโครงการ 1 โครงการที่ปฏิบัติได้
อุปสรรคที่สำคัญที่สุดในขั้นตอน “ปลูก” คือ
4) เสนอยุทธวิธีในการ “เก็บเกี่ยว” ทุนมนุษย์ที่ได้ผลของแต่ละกลุ่ม คืออะไร (3 ข้อ)
1. ให้พนักงานในองค์กรเกิดความรักและสามัคคีกัน
2. พัฒนาศักยภาพให้เต็มที่ถึงขีดสุด
3. ให้พนักงานรักองค์กร
5) เสนอเป็นโครงการที่ปฏิบัติได้ 1 โครงการเชิงนวัตกรรม
กลุ่มที่ 2 ภาคเอกชน
1) วิเคราะห์ผลกระทบจากสภาพแวดล้อมภายนอกและภายใน โลกาภิวัตน์ และ AEC ที่สำคัญที่สุด 3 เรื่อง
- จุดแข็ง
ด้านภูมิศาสตร์
การศึกษา
มีแหล่งวัตถุดิบและทรัพยากรธรรมชาติ
- จุดอ่อน
ทักษะด้านภาษา
ทัศนคติ มุมมองในการเลือกทำงาน
การขาดแคลนแรงงานด้านวิชาชีพ
- โอกาส
ทางด้านการค้า, การขนส่ง
โอกาสด้านการต่อรอง
โอกาสในการหาแหล่งวัตถุดิบมากขึ้น
- อุปสรรค
ต้นทุนค่าแรงสูง
ความไม่แน่นอนของการเมือง
ผลกระทบจากภัยธรรมชาติ
2) เสนอยุทธวิธีในการ “ปลูก” ทุนมนุษย์ที่ได้ผลของแต่ละกลุ่ม คืออะไร 3 ข้อ
- ปลูกฝังสร้างทัศนคติที่ดีให้แก่พนักงานภาคเอกชนและผู้นำต้องเป็นตัวอย่างที่ดี
- Learning Organization ผลักดันเรื่องยุทธศาสตร์หลักในการเตรียมพร้อมรับ AEC
- สร้างเครือข่าย = การสร้างการเชื่อมโยงระหว่างกันทั้งภายในและภายนอกองค์กร
3) อุปสรรคที่สำคัญที่สุดในขั้นตอน “ปลูก” คืออะไร? เสนอทางออกที่เหมาะสมเป็นโครงการ 1 โครงการที่ปฏิบัติได้
ความหลากหลายทางวัฒนธรรมของประเทศในอาเซียนทำให้ทำงานร่วมกันลำบาก เช่น ต่างเชื้อชาติ ภาษา ความเป็นอยู่
ทางออกที่เหมาะสมขอเสนอโครงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมเพื่อสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน อาจจะทำผ่านสมาคมหอการค้า หรือ อื่น ๆ
4) เสนอยุทธวิธีในการ “เก็บเกี่ยว” ทุนมนุษย์ที่ได้ผลของแต่ละกลุ่ม คืออะไร 3 ข้อ
- ให้ทุกคนสามารถรู้ศักยภาพของของตัวเอง และนำมาใช้งานให้เหมาะสมกับความสามารถ
- การพัฒนาให้มีการอบรมเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
- สร้างแรงจูงใจในการทำงาน
5) เสนอเป็นโครงการที่ปฏิบัติได้ 1 โครงการเชิงนวัตกรรม
- เสนอโครงการ AEC Work Force: ใช้ Cloud Computing มาเก็บและแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ระหว่างประเทศอาเซียน
กลุ่มที่ 3 ธุรกิจ SMEs
1) วิเคราะห์ผลกระทบจากสภาพแวดล้อมภายนอกและภายใน โลกาภิวัตน์ และ AEC ที่สำคัญที่สุด 3 เรื่อง
- เรื่องทุนจากประเทศคู่แข่ง
- เรื่องแรงงาน SMEs – ปัญหาเรื่องภาษาในการสื่อสาร
- เรื่องเทคโนโลยี/เครื่องจักร – คู่แข่งของเราอาจจะเหนือกว่า
2) เสนอยุทธวิธีในการ “ปลูก” ทุนมนุษย์ที่ได้ผลของแต่ละกลุ่ม คืออะไร 3 ข้อ
- พัฒนาความรู้ให้แก่บุคลากรอย่างต่อเนื่อง
- สร้างองค์กรแห่งกาเรียนรู้
- สร้างแนวคิดใหม่ ๆ และเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ
3) อุปสรรคที่สำคัญที่สุดในขั้นตอน “ปลูก” คืออะไร? เสนอทางออกที่เหมาะสมเป็นโครงการ 1 โครงการที่ปฏิบัติได้
- ผู้บริหารยังไม่เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาคน และผู้บริหารยังไม่มีความรู้และความตระหนักในความสำคัญของ AEC ดังนั้น ผู้บริหารต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติ โดย Benchmark กับคนอื่น ๆ สร้างชุมชนการเรียนรู้ของกลุ่ม SMEs
4) เสนอยุทธวิธีในการ “เก็บเกี่ยว” ทุนมนุษย์ที่ได้ผลของแต่ละกลุ่ม คืออะไร 3 ข้อ
- ให้อำนาจในการตัดสินใจกับลูกน้องที่มีความสามารถ
- มอบหมายงานที่มีความท้าทายให้แก่พนักงานที่มีความสามารถ
- โปรโมทตำแหน่งใหม่ให้พนักงานที่มีความสามารถ
5) เสนอเป็นโครงการที่ปฏิบัติได้ 1 โครงการเชิงนวัตกรรม
- จัดประชุมสัมมนาสำหรับกลุ่มนักธุรกิจ SMEs ในกลุ่มธุรกิจใกล้เคียงกัน จัดทำเว็บไซต์รวบรวมความรู้และประสบการณ์ จัดเป็น Knowledge Management
กลุ่มที่ 4 ภาคการศึกษา
1) วิเคราะห์ผลกระทบจากสภาพแวดล้อมภายนอกและภายใน โลกาภิวัตน์ และ AEC ที่สำคัญที่สุด 3 เรื่อง
- การลงทุนของการศึกษาจากประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน
- ครูเก่ง ๆ ออกไปสอนต่างประเทศ
- ขาดโครงสร้างมาตรฐานการศึกษา
- ขาดครูที่มีคุณภาพ
- ขาดแรงงานสายอาชีพ
2) เสนอยุทธวิธีในการ “ปลูก” ทุนมนุษย์ที่ได้ผลของแต่ละกลุ่ม คืออะไร 3 ข้อ
- เริ่มตั้งแต่วัยเด็ก – เรื่องโภชนาการ สภาพแวดล้อมในครอบครับ ปลูกฝังภาษาอังกฤษตั้งแค่วัยเด็ก
3) อุปสรรคที่สำคัญที่สุดในขั้นตอน “ปลูก” คืออะไร? เสนอทางออกที่เหมาะสมเป็นโครงการ 1 โครงการที่ปฏิบัติได้
ขาดความต่อเนื่องในการดำเนินการ
ตำแหน่ง
ขาดผู้นำ
ขาดแรงจูงใจ
เน้นแต่การสอบเข้า เรียนต่อ ไม่เน้นการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
4) เสนอยุทธวิธีในการ “เก็บเกี่ยว” ทุนมนุษย์ที่ได้ผลของแต่ละกลุ่ม คืออะไร 3 ข้อ
- พัฒนาคุณภาพการศึกษาให้สูงขึ้น
- พัฒนาโครงสร้างการศึกษา
5) เสนอเป็นโครงการที่ปฏิบัติได้ 1 โครงการเชิงนวัตกรรม
- โครงการแลกเปลี่ยนครูในกรุงเทพฯ กับครูต่างจังหวัด
- โครงการพัฒนาเด็กไทยให้มีความสามารถในการเขียน ทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ
กลุ่มที่ 5 กลุ่มอาชีพอิสระ (ไม่มีผู้บังคับบัญชา และใช้ความสามารถเฉพาะตัวเป็นหลัก)
1) วิเคราะห์ผลกระทบจากสภาพแวดล้อมภายนอกและภายใน โลกาภิวัตน์ และ AEC ที่สำคัญที่สุด 3 เรื่อง
- เกิดความหลากหลาย
- มีการพัฒนาวิสัยทัศน์ทางด้านอาชีพอิสระมากขึ้น
2) เสนอยุทธวิธีในการ “ปลูก” ทุนมนุษย์ที่ได้ผลของแต่ละกลุ่ม คืออะไร 3 ข้อ
- เพิ่มความคิดสร้างสรรค์
- ให้การศึกษามากขึ้น
- ให้ความร฿เรื่องการต้าระหว่างประเทศ
- รวมกล่มกันมากขึ้น
- เรียนรู้วัฒนธรรม
3) อุปสรรคที่สำคัญที่สุดในขั้นตอน “ปลูก” คืออะไร? เสนอทางออกที่เหมาะสมเป็นโครงการ 1 โครงการที่ปฏิบัติได้
- อุปสรรคที่สำคัญที่สุด คือ การรวมกลุ่มของอาชีพอิสระให้เป็นองค์กร – รัฐบาลควรส่งเสริมโดยมาตรการสร้างแรงจูงใจ เช่น สิทธิพิเศษทางภาษี ทางการลงทุน
4) เสนอยุทธวิธีในการ “เก็บเกี่ยว” ทุนมนุษย์ที่ได้ผลของแต่ละกลุ่ม คืออะไร 3 ข้อ
- ใช้แนวทาง HRDS
- ปลูกฝังทัศนคติที่ถูกต้อง เพื่อจะได้นำไปถ่ายทอดได้อย่างถูกต้อง
- สร้างความสามัคคี
5) เสนอเป็นโครงการที่ปฏิบัติได้ 1 โครงการเชิงนวัตกรรม
- ตัวย่างโครงการเกี่ยวกับสปา +การนวดเพื่อรักษา มารวมกันเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
อาจารย์จีระ วิเคราะห์ว่า การปลูกและการเก็บเกี่ยวทุนมนุษย์เป็นสิ่งที่ขจะช่วยประเทศของเราได้ในหลายมิติ สิ่งที่สำคัญที่สุดอย่าเรียงลำดับความสำคัญผิด เราจะต้อง Back to basic ก่อน
Principle ของทุนมนุษย์ คือ ปลูก เก็บเกี่ยว และทำให้สำเร็จ โดยมองทั้งในระดับ Macro และ Micro