สรุปการบรรยายโดยทีมงาน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

การบรรยายหัวข้อ

“ประเด็นสำคัญในปัจจุบันทางการจัดการ : Human Capital towards 3V” โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

วันที่ 2 กันยายน 2555

 

ดร.จีระ  ได้เชิญ น.ศ.ปริญญาเอกสวนสุนันทามาเรียนร่วมกัน

จึงได้ฝากการบ้านปริญญาเอกสำหรับการเรียนในวันนี้

เวลาได้ฟัง ได้ยินเรื่องทุนมนุษย์

ประสบการณ์วันนี้ ไปสร้าง 3 V ได้อย่างไร

 

3V

  1. Value Added
  2. Value Creation
  3. Value Diversity

Value Added – การสร้างมูลค่าเพิ่มจากสิ่งที่มีอยู่แล้วไปต่อยอดเพิ่มขึ้น

Value Creation –  สร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ

Value Diversity – เอาความหลากหลายเป็นพลัง

การสร้าง 3 V คนเรามีเป้าหมายสูง ต้องมียุทธวิธีไปสู่เป้าหมายนั้น ปัจจัยสำคัญคือตัวเรา

สิ่งที่ฝากไว้คือ

  • เปรียบเทียบ 4 L’s กับ Peter Senge
  • การเรียนยุคใหม่ต้องค้นหาด้วยตนเอง
  • นักเรียนปริญญาโทควรมองอะไร
  • ความรู้ไม่ได้อยู่ที่ได้ปริญญา แต่อยู่ที่ความใฝ่รู้ และเอาชนะอุปสรรค
  • อุปสรรค

 

1. The 4 discipline of execution

2. มนุษย์ไม่เหมือนทุนอย่างอื่น เนื่องจากหายใจได้ โลภได้ เกลียดได้ รู้สึกได้ เศรษฐศาสตร์บริหารธุรกิจกับทุนมนุษย์จึงไปด้วยกัน

  • ปริญญาโท เรียนไปเพื่ออะไร

ประเด็นสำคัญในการจัดการทุนมนุษย์

  1. 3 V
  2. รู้ภาพใหญ่ไปหาภาพเล็ก
  3. ปลูกแล้วเก็บเกี่ยว
  4. Execution

** นักศึกษาในห้องต้องแยกระหว่างปริมาณกับคุณภาพให้ได้

เริ่มต้นจากการมีพื้นฐานให้เก่งก่อน

1.คนดี

2.มีความสุข

การปลูก การเก็บเกี่ยว

  • ถ้าเอาทุนมนุษย์ไปสร้าง 3 V จะเป็นอย่างไร
  • ปัญหาของคนไทยคือรู้ Concept แต่ไม่ Dept

กฎของPeter Senge

  • Personal Mastery รู้อะไร รู้ให้จริง
  • Mental Models     มีแบบอย่างทางความคิด
  • Shared Vision      มีเป้าหมายร่วมกัน
  • Team Learning    เรียนรู้เป็นทีม ช่วยเหลือกัน
  • System Thinking มีระบบการคิด มีเหตุมีผล

ในอนาคตเราต้องพร้อมที่จะปรับความคิดของเรา

2 R’s

  • Reality - มองความจริง      
  • Relevance - ตรงประเด็น    

ทุนมนุษย์อยู่ที่การใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า

  • การคุ้มอยู่ที่ทุนทางสังคม คือการได้ประโยชน์ ได้ Benefit  ,Opportunities Cost คุ้ม

ตรงประเด็น

  • หลักสูตรจะ Fail เพราะคนสอนไปศึกษาคนฟัง
  • ความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่สอนเยอะ แต่อยู่ที่ตรงประเด็นหรือไม่  ถ้าตรงประเด็นจะได้เครื่องมือมหาศาล

Macro กับ Micro มีความเชื่อมโยงกันอย่างไร

  • ก่อนทำงาน 0-20 ปี ประเทศไทย มีระบบการศึกษา มีสื่อต่าง ๆ เราต้องพยายามให้การศึกษาดีถึงมีทรัพยากรมนุษย์มีคุณภาพ ปลูกต้องทั้ง Macro และ Micro
  • ธุรกิจ SMEs ในปัจจุบันไม่คิดจะพัฒนาคนของเขาเลยเพราะคิดว่าไม่คุ้ม ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องสำคัญมาก ที่ต้องพัฒนาทุนมนุษย์ให้เตรียมพร้อมสู่การเข้า AEC ที่จะเปิดในอีก 3 ปีข้างหน้า  ดังนั้นเวลามองธุรกิจเมื่อร่ำรวยแล้ว เราต้องส่งความช่วยเหลือมาสู่ข้าราชการบ้าง

ช่วงปลูก

มีการปลูก 2 ช่วง คือ ช่วงเด็ก และช่วงวัยทำงาน

ช่วงเด็ก  ช่วงทุนมนุษย์ที่เกิดมาในตัวของเรา

ทุนมาจาก Concept ทางหลักเศรษฐศาสตร์ ทุนคือ สิ่งที่เสียไป

ทุนมนุษย์แตกต่างจากทุนอื่นเพราะหายใจได้ และต้องไปสัมพันธ์กับทุนอื่น

อดัม สมิทธ์ พูดว่าทำไมทุนมนุษย์แต่ละคนได้เงินเดือนไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับศักยภาพของทุนมนุษย์

E = α0 + α1Y1 + α2Y2 + x

การศึกษาสูงขึ้น รายได้จะสูงขึ้นตามไปด้วย  ถ้ามนุษย์มีการลงทุนเพิ่มขึ้น ทางการศึกษา วัฒนธรรม ฯลฯ มนุษย์ก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ปัจจุบันโมเดลอันนี้อธิบายได้ไม่ครบเพราะอะไร

โมเดลนี้เป็นการวัดเชิงปริมาณ แต่ปัจจุบันมนุษย์เราไม่ได้วัดที่ปริมาณอย่างเดียว ขึ้นอยู่กับการใช้ทรัพยากรมนุษย์เหล่านั้น ขึ้นอยู่กับสิ่งที่วัดไม่ได้  ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางคุณภาพที่มองไม่เห็น  มีปัจจัยอี่น ๆ ที่แทรกเข้ามาทำให้รายได้และการลงทุนไม่ได้ขึ้นอยู่กับการศึกษาอย่างเดียว

จุดอ่อนของทฤษฎีนี้วัดได้ไม่เกิน 30%

 

P. Schultz จาก University of Chicago ก็ทำวิจัยใช้หลักของ Becker พบว่า ชาวนาในสหรัฐ ถ้าคนไหนมีความรู้หรือปัญญามาก.. ผลผลิตของสินค้าเกษตรหรือ Labor Productivity ของเขาก็เพิ่มขึ้น Productivity ของคน คือ Output/แรงงาน

Production กับ Productivity แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นเวลาเรียน Human Capital ต้องเรียนทั้ง Supply และ Demand เพราะถ้าเราจะมี 3 V ขึ้นมาได้ต้องมีคนที่บ้าคลั่งสินค้าของเรา

 

Hypothesis แรกก็คือ ปริมาณหรือการมองการศึกษาแบบเป็นทางการว่าจบอะไร ปริญญาตรีต้องดีกว่า ม.6 ก็ยังสำคัญอยู่ แต่จะสำคัญน้อยลง เพราะพบว่าคนเรียนน้อยก็อาจจะมีคุณภาพดีเท่ากับหรือมากกว่าคนเรียนมากก็ได้หรือที่มีคำว่า“ปัญญาอาจจะไม่ใช่ปริญญา”บุคคลที่เป็นตัวอย่างในเรื่องนี้คือ  “Bill Gates”

 

8K’s 5K’s มีที่มาจาก Concept Capital ที่ใช้ K ในภาษาเยอรมัน

8K’s

Human Capital               ทุนมนุษย์

Intellectual Capital        ทุนทางปัญญา

Ethical Capital               ทุนทางจริยธรรม  (คิดดี ทำดี หวังดีต่อส่วนรวม)

Happiness Capital        ทุนแห่งความสุข (เกี่ยวข้องกับ Work Life Balance เหมือนทฤษฎีจักรยาน ล้อหน้าคือ Work ล้อหลังคือ Life ไปด้วยกัน)

Social Capital                ทุนทางสังคม

Sustainability Capital    ทุนแห่งความยั่งยืน

Digital Capital                ทุนทาง IT

Talented Capital           ทุนทางความรู้ ทักษะ และทัศนคติ

Happiness Capital (Dr. Chira Hongladarom’s Model)

  1. สุขภาพทางร่างกายและจิตใจพร้อมไม่หักโหม (Healthy)
  2. ชอบงานที่ทำ          (Passion)
  3. รู้เป้าหมายของงาน  (Purpose)
  4. รู้ความหมายของงาน (Meaning)

5.      มีความสามารถที่จะทำให้งานสำเร็จ (Capability)

6.      เรียนรู้จากงานและลูกค้าตลอดเวลา(Learning)

7.      เตรียมตัวให้พร้อม (Prepare)

8.       ทำงานเป็นทีม อย่าทำงานคนเดียว  (Teamwork)

9.       ทำหน้าที่เป็นโค้ชให้แก่ทีมงานและลูกทีม (Coaching)

10.     ทำงานที่ท้าทาย  (Challenge)

11.     ทำงานที่มีคุณค่า (Enrichment)

Happiness Capital   (Sharp/Hongladarom’s Model)

  1. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ (Exercise)

      2. อย่าแบกงานที่หนักเกินไป (Put down your burden)

      3. ศักยภาพในการถ่ายทอดในงาน (Communicate Effectively)

      4. ทำงานในจุดแข็งของตัวเอง (Recognize your strengths)

      5. มุ่งมั่นในงาน (Keep Focus)

      6. ทำในสิ่งที่อยากทำไม่ใช่เพราะต้องทำ  (Reduce the ‘shoulds’)

      7. ทำงานในองค์กรที่มองคุณค่าของคนและงานคล้าย ๆ กัน  (Clarify your values)

      8. อย่าทำงานเครียดและวิตกกังวล (Overcome worry and stress)

      9. บริหารภาระงานให้เหมาะกับตัวเอง (Refine your workload)

     10.ใช้คำว่าขอบคุณกับลูกน้องและเพื่อนร่วมงาน (Choose your words)

     11.สร้างบรรยากาศในการทำงานให้มีความสุขร่วมกัน  (Create good environment)

 

สรุปคือ การทำงานอย่างมีความสุข วัดไม่ได้ ได้มีการทำวิจัยมหาวิทยาลัยรามคำแหงในการมีตัวแปรทุนที่เป็นอิสระ ความแตกต่างมีผลกระทบต่อตัว V 

Happiness Capital คือ Input ในทุนมนุษย์ ไปผสมกับอย่างอื่น สร้างคุณค่าเพิ่มขึ้นได้

ทุนทางสังคม (Social Capital / Networking)

  • Networking ขยายขึ้น ต้องถามตัวเองก่อนว่า มี Network กว้าง หรือ Network แคบ จุดอ่อนในห้องนี้ฐานแคบ จะไม่ค่อยมี Network ในวงกว้าง ไม่ค่อยรู้จักประชาชน
  • ทำอย่างไรถึงสร้างให้เกิด Networking ให้เกิด 3V 
  • มีข้อดี 2 อย่างคือ ต้นทุนไม่แพง

1. ต้นทุนทางด้าน Information

  1. เริ่มหารือกันเพื่อเกิด Mutual Benefit หรือ Win-Win
  • สิ่งสำคัญที่สุด คือ 1.หา Information ให้ได้  2. Reference การ Refer ถึงกัน ธุรกิจในอนาคตจะเป็น Reference  Customer  อาจารย์กับ ลูกศิษย์ คือ Value Creation ตัวจริง
  • Networking ที่ดีต้องมองในแนวนอน  เราสามารถดึงมาได้ ต้นทุนที่อันตรายมากที่สุดคือ มารยาทในการพูด ท่าทีการพูด การเข้าสังคม ควรฝึกการเข้าสังคม และการช่างสังเกต
  • Motivation ต่างกับ Inspiration
  • Education สอนให้มีปัญญา คุณธรรม จริยธรรม ถ้ามีปัญญา คุณธรรม จริยธรรมจะช่วยได้เยอะ

วิธีการสร้างทุนทางสังคมและเครือข่ายจากประสบการณ์ของผม

  • ต้องเป็นคนที่ชอบคบหาสมาคมกับคนหลายๆ กลุ่ม (Open mind)
  • มีโลกทัศน์ที่พร้อมจะเรียนรู้และรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น
  • มีโลกทัศน์ที่กว้าง
  • มีบุคลิกที่เข้ากับคนได้ง่าย
  • เตรียมตัวศึกษาบุคคลที่เราอยากจะรู้จัก เช่น ศึกษาจุดอ่อน จุดแข็ง
  • วิถีชีวิตของเขา
  • มีการติดตาม (Follow up) การสร้างเครือข่ายให้ได้ผลสูงสุด
  • ทำงานเป็นทีม และชอบทำกิจกรรม และเล่นกีฬา
  • อย่าเก็บตัวอยู่คนเดียวหรือใช้ชีวิตสันโดษมากไปจนไม่มีความมั่นใจ
  • ที่จะเข้าสังคม
  • มีทัศนคติที่เป็นบวก (Positive Thinking)
  • ชอบความหลากหลายในความคิด และวิถีชีวิตต่างๆ  

ทุนมนุษย์ต้องเริ่มจากปรัชญาเสียก่อน

ข้อดีของการที่เราอยู่ด้วยกันคือ หลักดี

Sequential Model 1 มาก่อน 2, 2มาก่อน 3 , 3 มาก่อน 4

 

5 K’s (ใหม่) : ทฤษฎีทุนใหม่ 5 ประการ

Creativity Capital          ทุนแห่งการสร้างสรรค์

Knowledge Capital    ทุนทางความรู้

Innovation Capital    ทุนทางนวัตกรรม

Emotional Capital        ทุนทางอารมณ์

Cultural  Capital            ทุนทางวัฒนธรรม

 

Blue Ocean ไม่ใช่แค่เทคนิคทางการตลาด

การขยาย Customer ได้ต้องมี Demand

Blue Ocean คือ  Shift เส้น Demand ให้ขยายขึ้น ราคาเท่าเดิม ลูกค้ามากขึ้น

ทฤษฎีอันนี้จะนำไปสู่ 3V Value Added, Value Creation, Value Diversity

 

ทฤษฎี 3V

1.การสร้าง Creativity เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี

2.การนำ Creativity ไปสู่ความคิดสร้างสรรค์เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

3.เมื่อมี Idea แล้ว Turn idea ไปสู่ Success