ประเด็นสำคัญจากการสะท้อนผล
รศ. เอื้อจิตร พัฒนจักร
วันนี้เป็นบทสรุปการเรียนเรื่อง "การลบ" ของนักเรียนชั้น ป.๑ (จากการเข้าสังเกตการณ์การจัดการเรียนการสอนของครู ตามแนวทางที่วางไว้ในหนังสือเรียนของญี่ปุ่น – ผู้บันทึก) พบว่าในการอธิบายสิ่งที่เหลืออยู่ (ว่ายังเหลืออยู่เท่าไร) เด็กมีความสุขที่จะอธิบาย แต่เมื่อต้องอธิบายถึงสิ่งที่ต่างกันอยู่ (ว่าต่างกันอยู่เท่าไร) เด็กยุ่งยากใจมากที่จะอธิบาย
ความยุ่งยากใจที่พบในวันนี้เป็นผลของการเรียนรู้ในบทเรียนก่อนหน้า ครูต้องไม่ใจร้อนในการปูพื้นฐานความเข้าใจ เพื่อให้เด็กทำความเข้าใจความหมายของการลบ ควรเน้นมากกว่าเรื่องของการวาดภาพสะท้อนความเข้าใจ และให้โอกาสเด็กได้อธิบายมากขึ้น การเรียนรู้แบบนี้เน้นที่วัฒนธรรมการเรียนรู้ร่วมกันในชั้นเรียน
ผศ.ดร.ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์
ถ้าศึกษาตัวอย่างโจทย์ในหนังสือเรียนให้ดี จะพบว่าครูยังสามารถที่จะเปิดพิ้นที่เพื่อการพัฒนา (การจัดการเรียนการสอน) ออกไปอีกได้อย่างไร ดังโจทย์ตัวอย่างเช่น
6-2
6-2=4
4-3
4-3=1
เป็นการเคลื่อนย้ายความเข้าใจผ่านสถานการณ์ จาก 6-2=4 เป็น 4-3=1 อย่างเป็นลำดับ และเป็นการนำเอาความสนใจของเด็กเบียดแทรกเข้ามาในโลกของคณิตศาสตร์ว่าเราจะเดินผ่าน action ตัวไหน เพื่อให้เด็กเข้าใจในแนวคิดนี้ได้จริงๆ
ยกตัวอย่างเช่น การแสดงรูปธรรมของจำนวนเป็นผลกล้วย โดยการใช้ไดอาแกรม แล้วมีการขีดเส้นรอบกล้วยจำนวนหนึ่ง แล้ววาดโยงต่อเป็นลูกศรที่แสดงทิศทางของการลากออกมา
การสอนแนวคิด one to one correspondence ด้วยการโยงเส้นจับคู่ เพื่อดูจำนวนที่เหลืออยู่ เมื่อดูจากภาพเด็กจะเห็นสภาพที่เปลี่ยนไปแล้ว เช่นกล้วยที่ปอกเปลือกออก
“ทุกอย่างต้องมีความหมาย สร้างขึ้นมาด้วยมือ ด้วยความเข้าใจของเขาเอง ตั้งแต่ป. ๑”
นอกจากนี้ยังมีคำว่า “กว่า” แสดงสภาพเดิมที่ต่างไป โดยใช้เครื่องมือการโยงเส้นจับคู่มาทำให้เห็นชัดเด่นชัดขึ้น
คำว่า “เหลือ” (อยู่เท่าไร) “ต่าง” (กันเท่าไร) เป็นคำที่ให้ความหมายเหมือนกัน
“การเน้นผลลัพธ์ไม่ได้ช่วยส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ หรือกระบวนการคิดของเด็ก”
สิ่งที่ควรทำ
- ให้สถานการณ์
- ให้เครื่องมือ
- ครูเห็นจิตพิสัย เด็กมีคณิตศาสตร์ที่ตัวเองชอบ (จากการคิดสร้างสถานการณ์ที่ตอบโจทย์)
- ให้ความสำคัญกับ individual และแนวคิดของกลุ่ม
- สร้างให้เด็กได้ต้นทุน (ความคิด ความเข้าใจ) สำหรับคาบต่อไป... คาบต่อไป