ประสบการณ์การสอน KM นิสิต ป.ตรี

  ติดต่อ

  • ดิฉันได้รับเชิญจากภาควิชาเทคนิคการแพทย์ คณะสหเวชฯ มน. เป็นผู้สอนในรายวิชา การบริหารจัดการทางห้องปฏิบัติการในวันนี้ (14 ก.ย. 2549  9.00 - 11.00 น.)
  • ตามที่ประมวลรายวิชาระบุไว้ หัวข้อที่สอน คือ การบริหารจัดการความรู้ เนื้อหาที่สอน คือ การพัฒนาบุคลิกภาพ  จำนวน 3 คาบ
  • คำอธิบายรายวิชา  มีดังนี้
    • ศึกษาการดำเนินงานในห้องปฏิบัติการที่ทำการวิเคราะห์และการให้บริการทางการชันสูตรทางห้องปฏิบัติการ  การบริหารงานบุคคล  การจัดการหน่วยงาน  การวิเคราะห์วิธีทำงาน  การประเมินผลงาน  การควบคุมคุณภาพ  ผลวิเคราะห์และการประกันคุณภาพของห้องปฏิบัติการเวชศาสตร์ชันสูตร  การควบคุมการดำเนินงานและระบบสารสนเทศ  เพื่อการจัดการด้วยวิธีการทางคอมพิวเตอร์

 

  • เป็นครั้งแรกจริงๆ ที่ดิฉันจะต้องสอนเรื่อง KM ให้กับนิสิต ป.ตรี
  • เป็นนิสิตต่างสาขาที่ดิฉันหาได้มีความรู้ในสาขานั้นๆไม่ (ดิฉันมีความรู้ในสาขารังสีเทคนิค)
  • แม้มีความรู้ KM อยู่บ้างก็ตาม  แต่ก็ต้องไม่ลืมวัตถุประสงค์ของรายวิชานั้นๆ ด้วย
  • ดังนั้น  ดิฉันจึงคิดหาวิธีการสอนใหม่ (ซึ่งดิฉันก็ยังไม่เคยใช้มาก่อน ลองเสี่ยงดู...)
  • นั่นก็คือ การสอนด้วยการเล่านิทาน : Story telling
  • นิทาน ที่ดิฉัน หยิบ มาใช้ให้เหมาะกับ หัวข้อที่สอนที่สุด คือนิทานเรื่อง "Who Moved My Cheese" ของ Spencer Johnson,M.D.
  • ดิฉันบอกกับนิสิตตอนต้นชั่วโมงว่า ขอให้ทุกคนทำตัวสบายๆ  เพราะอาจารย์จะสอนแบบใหม่  ไม่ใช้วิธีการบรรยาย  อาจารย์กำลังจะเล่านิทานให้ฟัง  นิทานนี้ใช้เวลาเล่าประมาณ 1 ชั่วโมง
  • ขอให้ทุกคนทำใจให้เหมือนเด็กน้อยอายุ 10 ขวบ ฟังด้วยด้วยใจสดชื่น เบิกบาน  ฟังด้วยใจที่เปิดกว้าง  ตั้งใจฟังโดยไม่โต้เถียง (ในใจ) อย่ารีบบอกว่าใช่ หรือไม่ใช่  อย่าเพิ่งคล้อยตาม  อย่าเพิ่งขัดขืน ไม่ตัดสินว่าถูกหรือผิด  ซึ่งอย่างนี้เรียกว่า Deep Listening
  • ว่าแล้วดิฉันก็เริ่มอ่านนิทานให้นิสิตฟัง อย่างตั้งใจ

 

  • ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงจริงๆ  ครึ่งชั่วโมงแรก ดิฉันค่อนข้างปริวิตกว่าเด็กๆ จะเบื่อ  และไม่ตั้งใจฟัง  ดิฉันเตรียม Power point ด้วยนะ  คอยแทรกเป็นระยะๆ  มีประโยคสั้นๆ พร้อมภาพประกอบ เพื่อกระตุ้นให้อยู่ในความสนใจ
  • อัศจรรย์ใจ เป็นอย่างยิ่ง ที่ 1/2 ชั่วโมง ผ่านไปแล้ว สีหน้าและแววตาของเด็กๆ ยังจดจ่อกับการฟังเหมือนไม่รู้สึกเบื่อหน่าย
  • ดิฉันจึงรู้สึกว่า 1/2 ชั่วโมงหลัง  ดิฉันเล่าได้ดีขึ้น ด้วยความมั่นใจว่าวิธีนี้ work
  • พอนิทานจบลง  ดิฉันจึงได้เผยความในใจแก่นิสิตว่า  เมื่อคืนขณะเตรียมสอน อาจารย์ยังลังเลและกลัวอยู่เลยว่า  จะสอนแบบเก่าดี หรือจะสอนแบบใหม่ที่คิดขึ้นมา
  • power point ที่เตรียมไว้ ก็มีทั้งสองแบบ  แบบเก่าเป็นเชิงทฤษฎี  แบบใหม่ก็ยังไม่เคยใช้  จะสอนแบบไหนดีน้อ?
  • ในที่สุดอาจารย์ก็ตัดสินใจได้ว่า  ในการสอนการบริหารจัดการองค์กร  ถ้าเราไม่สอนให้นิสิตบริหารจัดการตนเองได้แล้ว  เขาจะไปบริหารจัดการคนอื่น หรือองค์กร ได้อย่างไร  เพราะฉะนั้น ขอลองสอนแบบใหม่ดูสักตั้ง

 

  • หลังจากนั้น ดิฉัน ก็แจกกระดาษ A4  (reuse) ให้นิสิตคนละแผ่น  ให้ทุกคนเขียนความรู้สึก และ/หรือความรู้ ที่ได้รับจากการเรียนในวันนี้  โดยให้หลักกว้างๆ 4 ข้อ ว่า
    • ก่อนเรียนคิดว่าอาจารย์จะสอนอย่างไร คิดว่าจะได้อะไรจาการเรียนในวันนี้
    • เรียนแล้วเป็นอย่างไร/ได้อะไร
    • เป็นอย่างที่คิดไว้หรือไม่
    • และที่ได้เรียนรู้มีความประทับใจอะไรบ้าง
  • หรือแม้ใครจะเขียนต่างไปจากนี้ก็ได้  ขอให้เขียนมาจากใจ  อ้อ! ดิฉันบอกนิสิตด้วยว่า อย่างนี้เรียกว่า AAR : After Action Review  ใช้เวลา ประมาณ 15 นาที

 

  • ดิฉันออกจากห้องเรียน พร้อมด้วย AAR ของนิสิต ปึ๊งใหญ่ (47 แผ่น)
  • อ่านแล้วชื่นใจ  เลยอยากเอามาถ่ายทอดให้ชาว Blog ที่สนใจได้ทราบด้วย
  • เพื่อให้สบายใจว่า มีเยาวชนที่กำลังจะเป็นอนาคตของชาติ ที่กำลังเติบโตอย่างมีคุณภาพ มีความรู้ คู่คุณธรรม  นำสังคมได้
  • ดิฉันจะทยอยนำลงในบันทึกชื่อ  My After Learning Review ต่อไป 

   

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ธนารุณ บอก...Dhanarun's Blog

หมายเลขบันทึก: 50069, เขียน: , แก้ไข, 2012-02-11 15:54:07+07:00 +07 Asia/Bangkok, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 4, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #การจัดการความรู้#การสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ#นิทาน

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (4)

     ส่วนหนึ่งของความสุขและการพัฒนาที่ QAU ได้จากการทำ KM ก็มาจาก AAR ของผู้เข้าร่วม  Workshop  และของทีม (ฟาใหญ่ ฟาน้อย) หลัง Workshop เหมือนกันค่ะอาจารย์

เรียนรู้ไม่หยุดหย่อน และรวดเร็วจริงๆ นะแม่ฟาน้อย
ปารมี
IP: xxx.136.195.53
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะอาจารย์มาลินี

เรียกว่า KM เข้าไปในทุกอณูของชีวิตการทำงานของอาจารย์ได้ไหมคะ   ไม่ว่าจะบริหาร บริการ หรือการสอน อาจารย์ก็สามารถประยุกต์ใช้ KM ในงานได้อย่างธรรมชาติ  เป็นรูปแบบการสอนที่น่าสนใจมากๆ ค่ะ

 

สวัสดีค่ะอาจารย์ปารมี  ไม่เจอกันตั้งนาน คิดถึงจังเลย :*)

KM  ไม่ทราบเค็มรึเปล่า  ที่แน่ๆ ดิฉันติดความเค็ม  อ้อ! แต่ต้องเป็นความเค็มแบบไทยนะคะ คือเค็มแบบน้ำปลา ถ้าเค็มอย่างอื่นชอบน้อยลงมา

KM คงเป็นตระกูลเดียวกัน ดิฉันจึงติด KM มากเหมือนกันค่ะ