มหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี ร่วมกับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จัดอบรมให้ความรู้การใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยกับนักศึกษาปีที่ 1

การใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย

มนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.ราชภัฎอุบลฯ อบรมการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยให้กับนักศึกษา

            เมื่อวาน 26 สิงหาคม 2555 ผมได้มีโอกาสได้ไปร่วมเล่าเรื่อง “การใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย” ร่วมกับอาจารย์ดร.สุขวิทย์ โสภาพล ให้กับนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ของคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ซึ่งมีนักศึกษาและคณาจารย์กว่า 300 คน ให้ความสนใจและร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้เป็นอย่างดียิ่ง

        การใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นที่จะต้องบอกกล่าวเล่าแจ้งกัน สำหรับนักศึกษาที่กำลังจะย่างก้าวเข้าสู่รั้วของมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนผ่านในชีวิตครั้งสำคัญ เพราะนักศึกษาที่จะเข้ามหาวิทยาลัยนั้นเพิ่งจะก้าวผ่านพ้นวัยมัธยม ดังนั้น การใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยถือเป็นช่วงเวลาสำคัญช่วงหนึ่งของชีวิตที่มักจะมีความแปลกใหม่เกิดขึ้นกับชีวิตอยู่เสมอ ทั้งเรื่องของเพื่อนใหม่ สถานที่ใหม่ ๆ และการปรับตัวเพื่อให้เข้ากับสังคมของมหาวิทยาลัยนั้น ๆ บางคนอาจจะรู้สึกประหม่า หรือทำตัวไม่ถูกว่าจะต้องทำอะไรอย่างไรดี

ท่านรองคณบดี ให้กำลังใจกับนักศึกษา

“เคล็ดที่ไม่ลับ” สำหรับการชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยให้มีความสุข

               การใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยนับว่าเป็น การใช้ชีวิตที่มีอิสระทั้งด้านเวลา การแสดงความคิดเห็น การร่วมกิจกรรมต่าง ๆ   เป็นโอกาสสำคัญในการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่วัยการทำงานในอนาคต ซึ่งทำให้นักศึกษาต้องเรียนรู้ในการปรับตัวเพื่อรองรับกับการใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่ซึ่งแตกต่างจากการเรียนในโรงเรียน ดังนั้น ในฐานะศิษย์รุ่นพี่ จึงใคร่ที่จะขอแนะแนวทางที่ช่วยส่งเสริมให้นักศึกษาใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยได้อย่างมีความสุขและประสบความสำเร็จและเป็นบัณฑิตที่มีคุณภาพ ดังนี้

1. สร้างความเข้าใจกับผู้ปกครอง เมื่อเราไปเรียนในมหาวิทยาลัยเราต้องอธิบายแนวทางการจัดการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยให้ผู้ปกครองทราบด้วยว่ามหาวิทยาลัยจัดการเรียนการสอนอย่างไร เพราะเราต้องเข้าใจด้วยว่าพื้นฐานของครอบครัวแต่ละคนไม่เหมือนกัน เพราะผู้ปกครองบางคนท่านไม่เคยผ่านการเรียนในมหาวิทยาลัย เพื่อท่านจะได้รับทราบเกี่ยวกับการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยเพื่อท่านจะได้เตรียมการที่จะสนับสนุนเราได้ถูกต้อง

2. การปรับตนเองและการปรับตัวให้เข้ากับสังคม เป็นความพยายามที่จะเปิดตัว เปิดใจรับกับสิ่งใหม่ๆ ที่กำลังจะเข้ามาในอนาคตอันใกล้ เช่น คุมเวลาตื่นนอนให้ได้ทุกวัน เพราะจะเป็นการจัดระบบมันสมองได้อย่างดีเยี่ยม การควบคุมตนเองต่อสิ่งเร้าในสังคมและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป “เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม”แต่ ไม่ใช่ “เห็นช้างขี้แล้วตามช้าง” นอกจากนั้นนักศึกษาจะต้องฝึกเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนการสอนในระดับปริญญาตรีนั้นมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อให้นักศึกษามีความรู้แตกฉานลึกซึ้งในสาขาวิชาที่เรียน ดังนั้น...จึงมีการกำหนดเวลาเรียนในห้องเรียนน้อย เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาใช้เวลาที่เหลือในการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง และหากนักศึกษาคนใดมีความใฝ่รู้และพยายามศึกษาด้วยตนเองมาก ระดับความลึกซึ้งในสาระความรู้ของแต่ละรายวิชาก็จะมากขึ้นตามไปด้วย 

3. รู้จักคบเพื่อนและคบให้ถูก เพื่อน หมายถึง .....คนที่เรารู้จักสนิทสนม คุ้นเคยด้วย อาจมีอายุเท่ากับเราหรือใกล้เคียงกัน และอาจเป็นเพศเดียวกันหรือต่างเพศกันกับเราก็ได้ เพื่อนจะร่วมเรียนด้วยกัน เล่นด้วยกัน และทำกิจกรรมต่างๆร่วมกันกับเรา ดังนั้นเราจะต้องคบเพื่อนที่ดี และเราก็ต้องเป็นเพื่อนที่ดีด้วยเช่นกัน ซึ่งขอสรุปลักษณะของเพื่อนที่ดี  ดังนี้

1. มีความรักและความหวังดีต่อกัน อย่างจริงใจ ไม่โกหก ไม่หลอกลวง ซึ่งกันและกัน

2.  ไม่ชักชวนกันทำในสิ่งที่ผิด หรือสิ่งที่ไม่เหมาะสม เช่น ชวนกันหนีเรียน ทดลองสูบบุหรี่ หรือดื่มของมึนเมา เสพสิ่งเสพติด เป็นต้น

3. มีน้ำใจรู้จักช่วยเหลือซึ่งกันและกัน พูดจาสุภาพ อ่อนโยน ไม่พูดคำหยาบคาย และไม่รังแกเพื่อน

4. มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เช่น แบ่งปันขนมให้เพื่อน ให้เพื่อนยืมอุปกรณ์การเรียน การติว

4. เข้าทำกิจกรรมทางมหาวิทยาลัย คือ... เมื่อทางมหาวิทยาลัยมีงานก็เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อที่จะได้ประสบการณ์    การดำเนินงานด้านกิจกรรมนิสิตนักศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาโดยทั่วไปย่อมมีจุดมุ่งหมายในการพัฒนานิสิตนักศึกษาในด้านต่างๆ        เพื่อที่จะช่วยส่งเสริมทางด้านวิชาการและพัฒนาความสัมพันธ์ทางด้านสังคม     รู้จักกฎระเบียบ    ข้อบังคับของมหาวิทยาลัย    มีความเข้าใจ   และยอมรับตนเอง     สามารถปรับตัวในด้านการเรียน     การใช้ชีวิตอย่างมีความสุข    โดยรู้จักการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์อันเป็นการส่งเสริมค่านิยมที่ดี

อาจารย์ดร.สุขวิทย์ กำลังฝึกทักษะการบริหารเวลา

5. การรู้จักที่จะให้อภัย ในการให้อภัยถ้าเป็นไปได้ก็อย่าให้มีวงจำกัดอยู่แค่ในรั้วมหาวิทยาลัย ถ้าจะดีควรจะเผยแพร่ไปสู่ผู้อื่นด้วยจะดีกว่า เพราะเมื่อเรารู้จักการให้อภัยในสิ่งที่คนอื่นทำผิดพลาดเปรียบกับสำนวนไทยที่ว่า เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร

6.  หัดเข้าชมรม เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์หลายอย่าง มหาวิทยาลัยของคุณคงมีชมรมให้คุณเลือกอย่างมากมายไม่ว่าจะเป็น ด้านกีฬา คนตรี การพัฒนาคุณสามารถเลือกได้ตามความต้องการ

7. อย่าเดินหลังเที่ยงคืน   โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นหญิงสาววัยขบเผาะ คุณยิ่งต้องระวังเอาไว้เลย ช่วงพระอาทิตย์ตกดินเป็นต้นไปพวกมิจฉาชีพมาเดินกันขวักไขว่ทางที่ดีท่านควรที่จะ พาเพื่อนเดินไปด้วยสักคน

8. อย่าท่อง Web ที่ไม่ควรเข้าหรือเล่น Face book มากเกินไป เพราะการ chat msn การเล่น hi5 นานๆ ทำให้เสียเวลา นอกจากนั้นการคุยโทรศัพท์นานๆ ก็ทำให้เสียเวลามากเช่นกัน ดังนั้นจึงควรกระทำเท่าที่จำเป็น แต่อาจผ่อนคลายด้วยการออกกำลังกาย หรือการนั่งสมาธิ

อาจารย์อุทัย กำลังพูดถึงเรื่องการเข้าร่วมกิจกรรม

9. เลือกหอพักให้ดี ถ้าคุณเป็นหญิงสาวคุณอาจเลือกหอพัก ที่เป็นหญิงล้วน เพราะอาจพักหอหญิงและหอชายรวมกัน มันอาจเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้นมาก็ได้

10. เข้าหาอาจารย์ คุณคิดว่าอยู่ในมหาลัยคบเพื่อนอย่างเดียวไม่พอหากเข้าไปหาอาจารย์ นักศึกษาจะได้รับคำปรึกษามากมาย และในขณะเดียวกันอาจารย์ก็ต้องแปลงร่างเป็นนักจิตวิทยา

11. มาเรียนอย่างสม่ำเสมอ การที่คุณมาเข้าเรียนสายนั้นอาจทำให้คุณ พลาดอะไรบางอย่างไปอย่างไม่คาดคิดเช่น พลาดการเช็คชื่อ หรือแนวข้อสอบ

นักศึกษานั่งฟังอย่างใจจดใจจ่อ

         นอกจากข้อควรปฏิบัติทั้ง 11 ประการแล้วตัวเองยังมองว่านักศึกษาที่จะเป็นบัณฑิตที่มีคุณภาพในอนาคตจะต้องเป็นคนที่ช่างคิด และคิดไปในทางที่สร้างสรรค์ อีกทั้งจะต้องเป็นคนที่...

12. คิดทุกอย่างก่อนที่จะทำอะไรลงไป การที่คุณจะทำอะไรลงไปนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน หรือจกรรมคุณควรทำอย่างไตร่ตรองก่อนที่จะลงมือปฏิบัติ การใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยนั้นนักศึกษาจึงต้องมีสติและมีความรับผิดชอบต่อตนเองอย่างมากไม่ทำตามความคึกคะนองโดยไม่มองถึงผลที่จะตามมาในการกระทำนั้น ๆ ต้องเรียนรู้ที่จะคบเพื่อนที่ดี ชักชวนกันทำสิ่งที่ดี และต้องเรียนรู้ที่จะปรึกษาอาจารย์ในปัญหาที่เผชิญอยู่ เพื่อขอคำแนะนำและความช่วยเหลืออย่างถูกวิธี

        อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงบางส่วนที่พอจะเป็นแนวทางในการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยให้เกิดความสุขกับการเรียนได้ ดังนั้นก็ขอให้นักศึกษาได้ระลึกเสมอว่าตอนนี้เราคือนักศึกษา เราจะต้องทำอะไรที่ดีที่สุดเพื่อตัวเราและคุณพ่อ คุณแม่ ที่กำลังเฝ้ารอความสำเร็จของพวกเรา และเมื่อวันนั้นมาถึงผมเชื่อว่าทุกคนคงได้ปลื้มและชื่นชมกับบัณฑิตใหม่ถ้วนหน้า

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เกษตรประณีต



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

หายไปนานเลยนะครับ ที่อุบลฯ มีกิจกรรมน่าสใจดีนะครับ

หมายเลขบันทึก

500320

เขียน

27 Aug 2012 @ 22:02
()

แก้ไข

03 Dec 2012 @ 11:11
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
ดอกไม้: 1, ความเห็น: 1, อ่าน: คลิก
บันทึกที่เกี่ยวข้อง