ผู้เขียนได้รับเกียรติอีกครั้งไปเป็นกรรมการให้คะแนน การประกวดนวัตกรรม ในกิจกรรม KM Day ประจำปี 2555 จัดโดยคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งมีแม่งานหลักคือ น้องอึ่ง เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2555 ที่ผ่านมา จึงอยากนำประสบการณ์จริงในการเป็นกรรมการมาเล่าสู่กันฟัง
นส.สมพร พวงประทุม

เพื่อเตรียมความพร้อมให้ตนเอง ผู้เขียนต้องทำการบ้านพอสมควร วันนั้นมีคณะกรรมการ 4 ท่านซึ่งมาจากสหวิชาชีพ ประกอบด้วย อาจารย์ผศ. ดร.จันทรรัตน์ เจริญสันติ จากคณะพยาบาลศาสตร์ อาจารย์ รศ.ภญ.พรทิพย์ มโนชาญ จากคณะเภสัชฯ น้องกัตติกา ละอองศรี จากงานประชาสัมพันธ์ มช. และตัวผู้เขียนเอง โดยมีกระบวนกรหลักของงาน คือ อาจารย์นพ.สุธี ฮั่นตระกูล ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นรองนายกเทศมนตรีนครเทศบาลพิษณุโลก วันนั้นก่อนเริ่มงานทีมกรรมการเราล้อมวงพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจในการตัดสินให้ตรงกัน เพราะวันนี้เป็นวัน KM Day เกณฑ์ที่เราตัดสิน ก็ต้องยึดตามกระบวนการของการจัดการความรู้ โมเดลปลาทู นั่นหมายถึงงานที่นำเสนอต้องประกอบด้วย 3 ส่วน คือ
- Knowledge Vision (KV : หัวปลา) งานนั้นต้องมีเป้าหมาย มีทิศทางในการทำงานที่ชัดเจน ต้องมีคำตอบให้ได้ว่า “ เราทำเรื่องนี้ เพื่ออะไร”
- Knowledge Sharing (KS : ตัวปลา) งานนั้นต้องมีการ ลปรร ซึ่งถือว่าเป็นส่วนสำคัญเพราะมีบทบาทในการกระตุ้นให้คนทำงานมีการแบ่งปันประสบการณ์ โดยเฉพาะความรู้ฝังลึกในตัวคน เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนความรู้ ยกระดับความรู้สู่การเป็นนวัตกรรม
- Knowledge Assets ( KA : หางปลา) งานนั้นต้องมีคลังความรู้ หรือขุมความรู้ ที่เกิดจากการสะสมเกร็ดความรู้ ที่ได้จากการ ลปรร จากตัวปลา ซึ่งการเก็บนี้อาจเป็นได้หลายรูปแบบ เช่น เก็บเป็นเอกสาร เป็นคู่มือการทำงาน หรือ ใช้ IT มาช่วย และที่สำคัญ คือต้องมีการเผยแพร่ออกไป เพื่อแลกเปลี่ยนหมุนเวียนกับผู้อื่น เป็นการยกระดับความรู้ไปเรื่อยๆ
ทีมกรรมการ

เมื่อตกลงกันแล้ว กรรมการเราตกลงกันว่าเพื่อความสะดวกในการให้คะแนนทุกรายละเอียดต้องอยู่ในกระดาษแผ่นเดียว จึงได้ตารางดังข้างล่างนี้
ตารางการให้คะแนน
วันนั้นงานที่นำมาประกวดมีจากหลายๆหน่วยงานทั้งในและนอกองค์กรเภสัชศาสตร์ เช่น จากคณะแพทย์ศาสตร์, คณะพยาบาลศาสตร์ คณะนิติศาสตร์, ฝ่ายการพยาบาลจากโรงพยาบาลมหาราชเชียงใหม่ และ นวัตกรรมก็มีหลากหลายรวม 19 นวัตกรรม ซึ่งเป็นงานระดับองค์กร ระดับฝ่าย ตลอดจนถึงระดับหน่วยงานเล็กๆ รูปแบบมีทั้งที่ต้องใช้วิชาการที่ยุ่งยาก จนถึงระดับง่ายๆแต่ใช้ความรู้ฝังลึก ( Tacit K.) จริงที่มีในตัวคนมาช่วยกันลงมือทำจริง
วิธีการให้คะแนนไม่ยุ่งยาก เริ่มด้วยเราเรียนรู้รายละเอียดจากใบงานที่แต่ละงานส่งมซึ่งก็พอได้รายละเอียดแต่ไม่มากเท่าเมื่อตอนเดินฟังการบรรยายของแต่ละบูธ เพราะได้มีโอกาสซักถามในสิ่งที่ไม่ได้นำเสนอ ซึ่งตอนนี้แหละที่คะแนนจะผุดหรือผลุบ วิธีการให้คะแนน
- เมื่ออ่านเอกสารที่แต่ละงานส่งมาแล้ว ผู้เขียนก็เริ่มให้คะแนนตามตารางที่กำหนดเท่าที่สามารถให้ได้ตามหัวข้อหรือรายละเอียดที่มี
- หลังจากนั้นมาเติมเต็มคะแนนในส่วนที่ต้องฟังจากการบรรยาย และการซักถามอีกครั้ง
- ต้องรวมคะแนนให้เร็วทั้ง 2 ส่วน เพราะทีมงานต้องนำรายชื่อจากการตัดสินไปจัดทำประกาศนียบัตร เพื่อแจกให้กับผืที่ชนะผลการประกวดได้ทัน
ผู้เขียนขอเล่าตัวอย่าง นวัตกรรมที่ได้รับรางวัล The Best ในวันนั้น ลองอ่านดูนะคะ
นวัตกรรม The Best

เรื่อง ...คณะเภสัชศาสตร์ สะอาด ร่มรื่น และเขียวขจี
โดย ... กลุ่มงานบริหารทั่วไป สนง.คณะเภสัชศาสตร์
ครั้งแรก หลังจากที่ผู้อ่านได้อ่านรายละเอียดในเอกสารที่ส่งมาแล้ว รู้สึกว่า เป็นเรื่องที่มีการใช้กระบวนการจัดการความรู้ค่อนข้างชัด คือ มีทั้งKV KS ชัดแต่ในส่วนของ KA ยังไม่ชัด แต่เมื่อได้ฟังการนำเสนอจาก คุณสัมพันธ์ วงศ์เทพ ก็ถึงบางอ้อ ผู้เขียนขอเขียนที่คุณสัมพันธ์เล่ามาอย่างย่อๆ ให้อ่าน ลองอ่านดูนะคะ...
ถาม KV ...ทำไมถึงอยากทำเรื่องนี้…..
เพราะทีมงานอยากสนับสนุนช่วยให้คณะเภสัชศาสตร์และมหาวิทยาลัย เป็นคณะและมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพ ซึ่งหมายถึง เน้นให้บุคลากรทุกระดับและนักศีกษารับรู้และตระหนักถึงความสำคัญในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในชีวิตประจำวัน งานหมวดสวนและสนามจึงขอมีส่วนร่วมในการดำเนินโดยจัดทำโครงการตามแนวคิดนี้ เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะสร้างเสริมสุขภาพในการรักษาสิ่งแวดล้อมให้สะอาดและสวยงาม
แล้ว KS ทำอย่างไร
- เขาก็ล้อมวงคุย ใครมีประสบการณ์อะไรก็เอามาแบ่งปัน
- ช่วยกันออกแบบ Land scape แบบแพลนตามพื้นที่ที่จะตกแต่ง
- จัดหาพันธุ์ไม้ต่างๆ เช่น ไม้ดอก ไม้ประดับ สมุนไพรต่างๆ ทั้งที่เพาะปลูกเอง และไปแลกเปลี่ยนมาจากหน่วยงานอื่น
- เมื่อทุกอย่างพร้อม เริ่มลงมือปลุกพันธุ์ไม้ตามที่ได้ออกแบบไว้ โดยมีการศึกษาหาความรู้เพิ่มว่า พันธุ์ไม้แต่ละชนิดเติบโตได้ดีในพื้นที่ลักษณะเช่นไร
- ดูแล บำรุงรักษาให้เติบโตและสวยงาม
- จัดทำป้ายชื่อทั้งภาษาไทยและวิทยาศาสตร์ สำหรับในส่วนของสมุนไพรได้เขียนถึงสรรพคุณไว้ด้วย เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้แก่ นักศึกษาและบุคลากรทั่วไปขององค์กร
มีการจัดการ KA อย่างไร
ก็มีการจัดเก็บเป็นบันทึกขั้นตอนในการสร้างสวนสวย เป็นคู่มือการทำงาน เพราะถือเป็นส่วนของคลังความรู้ หรือขุมความรู้ ที่เกิดจากการทำจริง และที่สำคัญ คือ มีการเอาไปแลกเปลี่ยนและแบ่งปันกับหน่วยงานอื่นๆทั้งในและนอกมหาวิทยาลัย เพื่อนำมาปรับใช้กับผลงานของตนเองให้ดียิ่งๆขึ้นเป็นการยกระดับความรู้ของตนเองไปเรื่อยๆ

จะเห็นว่าใครๆก็สามารถสร้างนวัตกรรมที่ดีๆใหม่ๆได้ ขอให้มีความตั้งใจจริงที่จะขับเคลื่อนและหมุนเกลียวความรู้ไปเรื่อยๆอย่างต่อเนื่องเท่านั้นพอ

ในภาพเป็นกิจกรรมหลังจากที่ทีมกรรมการขับเคลื่อนให้งาน KM Day ของคณะเภสัชศาสตร์จนลุล่วงด้วยดีแล้ว ก็ชวนกันหมุนเกลียวไปทำกิจกรรมสบายๆตามสไตล์คนทำงาน KM ค่ะ
ขอบคุณค่ะ
กึดเติงหาเจ้า.. สบายดีทุกท่านนะคะพี่เขี้ยว ดูสมบูรณ์ มีความสุขกันจริง ขอบคุณที่แบ่งปันได้เรียนรู้ไปด้วยค่ะ