สุขใจในวันฝนตก


ความสุขมันรายล้อมอยู่รอบตัว มันอยู่ที่เราจะมอง มองให้สุขเราก็สุขกว่าใคร

            วันนี้ตอนเย็นฝนตกหนัก  ผู้เขียนติดฝนอยู่ที่โรงเรียนกับเพื่อนครูคนอื่นๆ 2-3 คน  คนที่มีรถยนต์เขาก็กลับกันหมด  นั่งตรวจงานเด็กๆเสร็จแล้ว  นั่งนับเม็ดฝน   แต่นับเท่าไรก็ไม่หมดและไม่ท่าทีว่าจะซา หรือจะหยุดตก 

           จึงตัดสินใจ เก็บกระเป๋าและเอกสารไว้ในโต๊ะทำงาน  หยิบเสื้อฝนขึ้นมาสวม  ทับด้วยหมวกกันน็อคอีกที  หันไปผยักหน้าชวนเพื่อนๆว่า  เราไปกันเถอะ เหมือนเขาจะรอสัญญาณ  ผู้เขียนส่งยิ้มให้ทุกคนแล้วก็เดินไปที่รถ  สตาร์ทน้องแดงคู่ใจ  ตะบึงฝ่าสายฝนมุ่งหน้าไปเคหะ แห่งความรักและความอบอุ่นของเรา

           ขับรถด้วยความเร็ว..20-40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง  10 นาทีก็ถึงบ้าน มีเจ้าข้าวต้มและน้องพลอย วิ่งกระดิกหางมารับ  ผู้เขียนคิดในใจว่าอย่างน้อยก็มี 2 ตัวที่รอเราอยู่   จอดรถสะบัดเสื้อฝนตากไว้ที่เก้าอี้หน้าบ้าน  ไขกุญแจวิ่งเร็วๆไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาเช็ดหน้าเช็ดหัว  จาม 2-3 ที เฮ้อเจ้าเชื้อหวัดคงแวะมาทักทาย  รีบอาบน้ำสระผม  เป่าจนผมแห้งใส่ชุดนอนเลย (เป็นการประหยัด)  มาเปิดข่าวนั่งดู  เปิดเมล์   เปิดเฟสบุ๊ค  ทักทายเพื่อนๆไป 2-3 คน 

                              เจ้าข้าวต้ม  แสนซื่อสัตย์

            เข้าครัวเตรียมอาหารเย็นให้หลานสาว"กิ่งแก้ว"(ลูกน้องสาว) ที่มาอยู่ด้วย เขาไม่ชอบกินข้าวเย็น  ตัดสินใจนึ่งปลาทับทิมขาว 2 ตัว ทำน้ำพริก และลวกผักใกล้บ้าน  เช่น ดอกแค  ยอดมะรุม ผักกาดขาว ดอกอัญชัน  แล้วก็นั่งรอหลาน

                                 ดอกอัญชันหน้าบ้าน

           ว่างแล้ว...นั่งครุ่นคิดว่า..ทำไมเราจึงไม่ซื้อรถยนต์ขับให้สบายๆ จะได้ไม่ต้องเปียกฝน  ทำไมเราจึงขายรถคันเก่า  แล้วซื้อใหม่ให้ลูก  ทำไมไม่ซื้อใช้เอง  มีเพื่อนฝูงหลายคนถาม "รอตกเบิกเงินวิทยะฐานะ"หรือ  เราเคยตอบว่าเปล่า  เรามีคำตอบอยู่ในใจตลอดเวลาว่า  ...บ้านอยู่ห่างกับโรงเรียนกิโลเมตรกว่าๆ (ไม่ถึง 2 ก.ม.) ..เมื่อไม่มีรถก็ไม่ต้องดูแลรักษา ..ไม่ต้องจ่ายค่าน้ำมันแพง  ไม่ต้องทำประกันรถ..ไม่ต้องต่อทะเบียน (ปีหนึ่งก็หลายบาท)  ...ไม่ต้องกลัวอันตราย....ได้พูดจาทักทายหรือส่งยิ้มกับคนในหมู่บ้านบ้าง ..วันนี้ยังได้ประโยชน์ตรวจงานเด็กจนแล้วเสร็จ  ได้พูดคุยเสวนากับเพื่อนๆหลังเลิกงาน...

 

       การซื้อให้ลูกคันเดียวได้ใช้  2  คน (พี่กับน้อง)  อีกไม่นานคงได้ใช้ 3...4..5..(ลูกสะใภ้..หลานๆๆ ในอนาคต  )เพราะเขากำลังเจริญเติบโต ขณะที่เรากำลังจะหมดแรง   คิดแล้วคิดอีก  เราตัดสินใจไม่ผิดหรอก  มันมีผลดีมากกว่า   ก็เป็นแค่ครูจนๆต้องอยู่อย่างพอเพียงจะได้ไม่สร้างภาระให้ลูกหลาน

                   หลานสาวกับยาย (แม่ของผู้เขียน)

      17.30 น. หลานสาวกลับจากโรงเรียน  นั่งเขียนบันทึกรอหลานอาบน้ำ แล้วก็กินอาหารเย็นพร้อมกัน  เฮ้อ ..ความสุขมันรายล้อมอยู่รอบตัวเรานี่เอง  .. 

                            หลานสาว "กิ่งแก้ว"    

หมายเลขบันทึก: 500292เขียนเมื่อ 27 สิงหาคม 2012 18:48 น. ()แก้ไขเมื่อ 3 กันยายน 2012 18:58 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกันจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (9)

สุขใจจริงๆมาอ่านแล้วเห็นภาพ มีความสุขกับครอบครัวและการทำหน้าที่ของ แม่ ลูก และ แม่ครัวเสน่ห์ปลายจวัก นะคะพี่สอน

มาต่อจากภาพบนว่า กางร่มกันแดดนะคะ ไม่เข้าเรื่องฝนตก แต่ชอบความน่ารักของเจ้านายน้อยของคุงแม่สอนนะคะขอเอาภาพมาให้ครบองค์ นานๆมาที่ จัดเต็ม ..นะคะ (ภาพนี้ "รักมากมายเหนื่อยก็ได้พักพิง" )

มาชื่นชมความสุขจากความสงบ เรียบง่ายค่ะคุณครู

ราตรีสวัสดิ์ค่ะ

สวัสดีค่ะ พี่ครูสอน

มีผักสดผักลวกจากสวนมาร่วมวงด้วยค่ะ :))

แม่อายุมากแล้ว ทานอาหารง่ายๆ ไม่ทานผักมานานแล้ว

แต่พอเราตั้งถาดผักกับถ้วยน้ำพริก จิ้มเคี้ยวต่อหน้าสักพัก แม่พลอยอยากด้วยค่ะ

ตอนนี้ ทั้งต้นข่าอ่อนๆ แม่กลับบอกว่า สดๆหอมกว่าลวกนะ :)

แม่จึงทานผักอร่อยกับเราด้วย ดีใจมากๆค่ะ

จิ้มแจ่วที่ไม่ใส่พริก แม่มีความสุขเห็นๆเลยค่ะ

ขอบพระคุณความสุข ความอบอุ่นกับลูกกับหลาน กับอาหารรอบบ้านนี้มากนะคะ

Ico_img_2465


 

Blank   สิ่งเดียวที่มีค่ามากที่สุดในชีวิต  คือสองคนนะแหละน้องตูม  เป็นทั้งกำลังใจ  ความหวัง  และความสุขของเขา  ในชีวิตบั้นปลายคงหวังเพียงเป็นผู้สนับสนุนและส่งเสริมเขาอยู่เบื้องหลัง  ให้เขาก้าวไปข้างหน้าอย่างถูกต้องและมั่นคง  /ขอบคุณค่ะที่แวะมาเป็นกำลังใจ

 

@ กานดา

            ขอบคุณค่ะคุณกานดา

Blank   ผักน่าทานค่ะ  ตอนนี้ครูสอนกำลังลดอาหารพวกแป้งอยู่  เห็นแล้วหิวเลยค่ะ  ขอบคุณมากๆ ค่ะ

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี
L3nr
ระบบห้องเรียนกลับทาง