บทเรียนจากทุ่งขาม

        การจัดนิทรรศการงานมหกรรมยกระดับการศึกษา         ณ ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพค อารีนา เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี ระหว่างวันที่ 7-9 กันยายน 2549นั้น ศบอ.เกาะคาได้นำเสนอเรื่องแผนชุมชนนำสู่การยกระดับการศึกษาประชากรวัยแรงงาน (อายุ 15-59 ปี)นั้น ขอสะท้อนการเรียนรู้ของข้าพเจ้าดังนี้

     1.เบื้องหลังการจัดนิทรรศการงานมหกรรมยระดับการศึกษาฯ   กว่าที่ทีมงานศบอ.เกาะคาจะสรุปบทเรียนเพื่อนำเสนอข้อมูลที่ทีมงานได้ร่วมกันดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง 1 ปีนั้น พวกเราได้เรียนรู้ที่หลากหลาย โดยเฉพาะการทำงานที่ต้องใช้ความพยายาม โดยยึดเอาประโยชน์ที่จะเกิดกับชาวบ้านทุ่งขาม  ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากชาวบ้านทุ่งขามที่มุ่งมั่นในการพัฒนาตนเอง ทั้งด้านอาชีพ สุขภาพอนามัย ตลอดจน สวัสดิการทางสังคม รวมทั้ง การสืบสานวัฒนธรรมที่ดีงามของหมู่บ้าน  ตั้งแต่การจัดทำแผนเพื่อค้นหาตนเอง และหาแนวทางในการพัฒนา  จนนำไปสู่หลักสูตรการเรียนรู้แบบบูรณาการวิถีชีวิต เพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ และยกระดับการศึกษา โดยใช้ชุมชนเป็นแหล่งเรียนรู้                                     ข้าพเจ้าได้เรียนรู้ถึงศักยภาพของคนที่มีความแตกต่างกัน   ข้าพเจ้าเข้าไปหมู่บ้านด้วยความจริงใจ เคารพในเกียรติและความสามารถของชาวบ้าน เพื่อเรียนวิถีชีวิตของชาวบ้าน ได้ทราบถึงความขยันหมั่นเพียร ประกอบอาชีพที่สุจริต ชาวบ้านต่างทำงานในเรือกสวน ไร่นา ทำมาหากิน อยู่กับธรรมชาติ ทำบุญ ทำทาน สนุกสนานรื่นเริงในเทศกาลต่างๆ อย่างมีความสุข รักญาติ พี่น้อง เพื่อนบ้าน ใครมีงานมงคล หรืองานอวมงคล ชาวบ้านต่างช่วยกันอย่างขะมักเขม้น และใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า ชาวบ้านส่วนใหญ่ลดการใช้สารเคมีลง บางรายไม่ใช้สารเคมีใด ๆ ในการเกษตร ใช้สารชีวภาพแทนทั้งปุ๋ย และสารไล่แมลง  สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ข้าพเจ้ามุ่งมั่นในการทำงานเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ชาวบ้าน สังคมสืบไป แม้ว่าข้าพเจ้าจะเป็นเพียงครูธรรมดา ๆ คนหนึ่งและงานจัดการศึกษานอกโรงเรียนจะหนักเพียงใดก็ตาม

2.เก็บตกจากจัดนิทรรศการงานมหกรรมยกระดับการศึกษา  ข้าพเจ้าได้แลกเปลี่ยนความคิด ประสบการณ์ในการทำงานกับชาว กศน.ที่หลากหลายทั้งกลุ่มผู้บริหาร กลุ่มผู้ปฏิบัติงาน ตลอดจนนักศึกษา ต่างให้ความสนใจในแนวคิดและต้องการ  เรียนรู้กับทีมงานศบอ.เกาะคาในการจัดการเรียนการสอนที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ เรียนรู้ในสิ่งที่ผู้เรียนสามารถเอาไปใช้ในชีวิตจริงได้ ที่ต่างก็พบกับคำตอบเดียวกันเมื่อเข้าพื้นที่เพื่อสอบถามความต้องการในการศึกษาต่อกับกศน. คือ “ ไม่รู้จะเรียนไปทำไม แก่แล้ว เรียนแล้วไม่รู้จะเอาวุฒิไปใช้อะไร….” บางท่านกล่าวว่า “กศน.น่าจะจัดการเรียนการสอนลักษณะนี้นานแล้ว” บางท่านกล่าวว่า “ถ้ากศน.ทำแบบนี้ได้ กศน.จะคงอยู่ต่อไปอย่างแน่นอน” จากการจัดนิทรรศการครั้งนี้ ข้าพเจ้า   ได้เรียนรู้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนในลักษณะเดียวกันคือหลักสูตรปอเนาะ แต่มีความแตกต่างกันตรงที่หลักสูตรปอเนาะไม่ได้เริ่มจากการมีส่วนร่วมของผู้เรียนในการจัดทำหลักสูตร มีระยะเวลาเรียน 3 ปี และเรียนเฉพาะระดับมัธยมศึกษาตอนต้นเท่านั้น นอกจากนี้บางพื้นที่ได้ดำเนินการมาจนได้แผนชุมชนแล้ว แต่ยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนในการจัดทำหลักสูตร จึงต้องการเรียนรู้ในการจัดทำหลักสูตร กับทีมงานศบอ.เกาะคา  ข้าพเจ้าขอแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับทุกท่าน และขอกล่าวขอบคุณทุกท่านที่เข้าเยี่ยมชมนิทรรศการของเรา.