วันอทิตย์ ที่ 27 สิงหาคม 2555
กราบสวัสดีค่ะครู
เช้านี้ตื่นขึ้นมาในเต้น การนอนในเต้นให้ความรู้สึกหนาวสัมผัสได้ชัดเจน เมื่อคืนนอนไม่ห่มผ้าด้วยเจ้าค่ะ ระลึกกับตนเองว่า “มิน่าครูท่านถึงใช้ถุงนอน” อาทิตย์หน้าจึงตั้งใจว่าเอาถุงนอนมา การเข้านอนหนูยังเป็นปัญหา แต่คืนก่อนพอตั้งใจเข้านอนเองดูจะหลับยาก เพราะปล่อยตนเองให้หลับสลบมานาน พอตั้งใจเข้านอนจริงจังกลับไม่หลับค่ะครู เมื่อคืนวันศุกร์ นั่งเขียนบันทึกต่อ ได้ยินเสียงคนเดินออกไปข้างนอก อ้อแม่ชีท่านพากันไปทำวัตร ดูเหมือนจะเปิดวิทยุหลวงตาไปตลอดทางด้วยเจ้าค่ะ
สักพักหนูลงมาเดินแล้วก็ชวนน้องไปที่ครัวและขัดห้องน้ำ วันนี้ออกมาก็สายแล้ว แม่เตรียมอะไรเสร็จแล้วเหลือนิดหน่อยเจ้าค่ะ พอดีลูกศิษย์คุณยายตอนที่ไปเยี่ยมท่านที่โรงพยาบาลฝากขนมและทูน่ามาถวายหลวงปู่ หนูจึงเอาทูน่ามาตุ่นและใส่พริกใส่มะนาวพอมีรสชาด แม่ชีหญิงทำสลัดท่านหันมาถามแล้วก็ตะแคงดูหม้อที่หนูทำ หนูรับรู้ว่า
“ท่านอยากได้ทูน่า” ตอนแรกไม่ทันใส่ใจ ก็ทำไปเรื่อย ๆ แล้วก็แว๊บ ปรุงจนจะเสร็จ พิจารณา เราจะให้เขาได้ไหม หรือ ยึดมั่นถือมั่น ตัดสินใจมอบให้แม่ชีหญิงไปใส่สลัด แม้จะปรุงไปบางแต่ก็น่าจะพอเข้ากันได้ ได้เรียนรู้ว่า ถ้าปล่อยก็เบาอยู่ข้างในเจ้าค่ะ
วันนี้ที่ศาลาลานธรรมตอนที่ครูต้องส่งถาดอาหารอ้อมมาให้หนู ใจหนูสะเทือนเจ้าค่ะ อยากจะลุกไปส่งเองเพราะรู้ว่าครูปวดหลังจากการยกแคร่เมื่อวาน แล้วก็ระลึกว่า
“ครูบาอาจารย์ท่านเมตตาและอดทน ยิ่งกว่านี้ท่านก็ทำมาแล้วอย่าเอากิเลสตนเองไปสร้างความลำบากใจให้ท่าน”
หนูน้อมรับแล้วก็ทำตัวปกติต่อไป หลวงปู่เมตตาเทศน์สอนเรื่อง การถวายทานของครูและคู่บุญของท่าน พอได้ฟังใจอนุโมทนาและเบิกบานมากเลยเจ้าค่ะเหมือนพึ่งได้รู้สึกถึงคำว่า อนุโมทนาสาธุจากใจ ครั้งหนึ่งเคยรู้สึกตอนที่ครูพาไปวัดหลวงตา ตอนที่ลุ้นว่าท่านจะให้เครื่องฟอกไตกับโรงพยาบาลไหม พอท่านให้หนูร้องไห้เลยดีใจแทนเขา แต่พอร้องแล้วก็มึนหัว แต่ครั้งนี้ยิ้มเบิกบานอยู่ข้างในเจ้าค่ะ ฟังเรื่องการถวายทานของครูเหมือนได้ฟังนิทานชาดก แล้วก็เกิดความรู้สึกอยากทำทาน ลงจากศาลาลานธรรม พาน้องๆไปล้างบาตรบิ๋มและกอหัวไวทำอะไรคล่องแคล่วและรู้งานมากขึ้น พยายามให้น้องทำด้วยตนเอง และให้ช่วยเหลือกันค่ะ
ออกมาครูให้ไปซื้อของที่บิ๊กซี ใจหนูมันไม่ชอบการเดินห้าง ทราบว่าครูเมตตาให้ฝึกฝนให้อยู่เหนือความชอบและไม่ชอบ จึงอดทน หนูกับน้องคุยกันมากขึ้น แต่หนูเผลอขับรถได้ช้าลงทำให้ใช้เวลามาก พอครูโทรมาเลยรู้สึกตัวว่าสอบไม่ผ่านนะติ๋วเอาใหม่ ๆ พอต้มมาม่าให้น้องครูชี้ว่า “เครื่องปรุงไม่ต้อง มันเป็นยาพิษเอายาพิษให้เด็กกินนะเนียะ มีแต่ผงชูรส” ซึ่งใจหนูก็สะเทือน แต่ก็จะตั้งใจใหม่ค่ะ พอเด็ก ๆ กลับครูเมตตาพาหนูและน้องภัสเข้าไปจัดการเก็บกุฏิ โดยการแนะนำจากครู แล้วเราทั้งคู่ก็เป็นมือไม้ กุฏิสะอาดขึ้น หนูยังทำเรื่องนี้ไม่ผ่านเพราะใจหนูรก พอน้องหันมาพยักเพยิดด้วยจึงบอกน้องว่า “ที่ท่านพูดหน่ะจริงไหม ถ้าผิดจริงก็ลงมือแก้ไข ทำไปเลย เดี๋ยวก็ดีเอง”
เป็นสิ่งที่หนูกับน้องใช้เตือนกันและกันเวลากิเลสจะออกมาต่อต้านเจ้าค่ะ แล้วครูก็เมตตาให้หนูได้เย็บผ้าคลุมกระเป๋าให้ อันนี้ประทับใจมากเจ้าค่ะ เหมือนหนูนึกภาพไม่ออกเลยว่า จะออกมาอย่างไร แต่ด้วยความเมตตาในการออกแบบจากครู หนูเพียงแค่ลงมือทำตามคำสั่งผลงานออกมาน่าประทับใจมากเลยเจ้าค่ะ ถ้าให้คิดเองทำเอง หนูคงจนปัญญาคิดไม่ได้เจ้าค่ะ ช่างเหมือนตอนที่ต่อที่นั่งออกมาจากกุฏิจริงๆเลยเจ้าค่ะ แค่เชื่อฟังครู ก็สำเร็จแล้ว
บ่ายสามครูเอ่ยว่า “เป็นครั้งแรกที่เราออกไปพร้อมกัน” ซึ่งครูไปพาเด็ก ๆ ไปบ้านน้องทุ่ง หนูน้องภัสกลับบ้านตนเอง ระหว่างทางครูเมตตาโทรมาชวนพิจารณาเรื่องที่ลานธรรมเมื่อเช้า ให้หนูสะท้อนภาพที่เห็นที่รู้สึก แล้วก็ให้ข้อมูล การได้คุยกับครูหนูรู้สึกมีพลัง พอครูถึงบ้านหนูก็เลี้ยวเข้าหมู่บ้านแม่พอดี แวะไปไหวพ่อกับแม่ที่ตลาด นวดให้พ่อ ทราบว่าท่านพึ่งกลับจากเก็บลำมันเพื่อเตรียมไว้ปลูกครั้งถัดไป เก็บของปิดร้านช่วยพ่อแล้วก็เข้าบ้านแม่ทำกับข้าวรอเจ้าค่ะ จึงนั่งร่วมวงด้วย สักพักครูโทรมานำพาพิจารณาแล้วก็มองให้ลึกเข้าไปข้างใน แต่ครูพาพูดเรื่องที่ลานธรรมอยู่ดีๆใจหนูไปไหลลงช่องพิจารณากับตนเองเรื่องการมาวัดในอาทิตย์นี้ ข้างในเบาแต่ก็เหมือนผิดเรื่อง ตอบครูไม่ได้ครูให้มาเขียนบันทึกส่ง วางสายหนูอาบน้ำ ทำวัตรเย็นแล้วก็ขึ้นมาเขียนบันทึก ยอมรับเจ้าค่ะเขียนไป ไม่แน่ใจไป แล้วก็หลับไป
วันนี้เต็ม 10 ได้ 6 เจ้าค่ะ