วันเสาร์ ที่ 26 สิงหาคม 2555
กราบสวัสดีค่ะครู
เช้านี้ตื่นขึ้นมาที่เต้นท์ ความรู้สึกแรกหนาว ระลึกถึงคำหลวงปู่ “ให้ภาวนาตั้งแต่ตื่นเหมือนทักทาย สวัสดี Good morning แล้วก็มีศีลตั้งแต่ตื่นจนหลับ” แต่ก็เหมือนได้แป๊บหนึ่ง กราบพระทำวัตรเช้า วันนี้รู้สึกข้างในหนูเป็นอาการปั่นป่วน ออกมาเดินจงกรม แล้วก็โทรหาแม่กุล ออกไปช่วยทำกับข้าว ทำน้ำ RC ถวายหลวงปู่ แล้วก็กลับมาอาบย้ำที่สำนักแม่ชี เช้านี้ครูส่ง SMS มาให้จัดสำรับให้เป็นประเภทปลาและป่นปลา ผักต่าง ๆ อันนี้ก็ได้เรียนรู้กับตนเองว่า
“เหมือนหนูรอคอยป่นปลาๆ แล้วไม่มาซะที เลยตักปลาต้มแทน พอป่นปลามาจริง ๆ ไม่มีที่ใส่เลยตักลงกะละมัง ใจก็คิดอยู่ว่า ผิดแน่ ๆเลย” แล้วก็ผิดจริง ๆ สุดท้ายขอโอกาสแก้ไขไปตักมาใหม่ เวลาจิตมันจะแถจะดื้อด้านมันเป็นแบบนี้ใช่ไหมค่ะครู ศีลข้อหนึ่งด่างพร้อยเบียดเบียนครู
วันนี้ครูเอากระเป๋าให้ จิตมันไม่ยอมให้ดีใจ รู้สึกกับตนเองว่า “สิ่งที่ครูให้มันเป็นของดีมาก ๆแล้วหนูใช้ของไม่ค่อยเป็น” แว๊บแรกที่เห็นมีเสียงว่า
“โหกระเป๋าโปโล แพงแน่ๆเลย หนูไม่อยากได้ แค่กระเป๋าใส่เอกสารหนูยังหาให้ครูไม่ได้ แต่นี่ครูเมตตาให้กระเป๋า”
เลยไปหาครูแบบทำหน้าจ๋อย ๆ ทำอะไรไม่ถูก แทนที่มันควรจะดีใจ ซาบซึ้งใจ ในความเมตตาแต่มันก็เป็นแบบนี้เจ้าค่ะครู หนูกราบขอขมาและกราบขอบพระคุณ ได้เรียนรู้ว่า “นี่แหละ เหตุที่เวลาไปหาครูแล้วจิตหมอง เพราะมันมักจะแสดงธาตุแท้ ของจิตที่คิดไม่ดี แล้วไม่ภาวนา ก็จะปั่นป่วนในตนเองหนัก”
เพราะครูเป็นกระจกสะท้อนชิ้นงาม ๆ ที่ทำให้ใจหนูเข้าไปสำรวจในตนเองแล้วเห็นรอยด่างของตนเองชัด รู้ไม่ทันก็เพ่งโทษครู (ศีลข้อหนึ่งด่างพร้อย) ทั้ง ๆที่ โชคดีแค่ไหนที่เข้าไปเจอจุดที่ควรแก้ไขในตนเอง ระหว่างเดินเอากระเป๋ามาเก็บที่กุฏิให้ครูกำหนดพุทโธกับตนเอง แม้จะมีเผลอบ้าง แต่ก็ระลึกว่า “ยังชั่วอยู่ ทนเอา”
วันนี้ต้มมาม่าให้เด็ก ๆ ด้วยความเอาใจใส่ของแม่กุลทำให้ทราบว่า มีมาม่าจำนวนมากพอที่จะต้มให้เด็ก ๆ ได้หลายวันเลยค่ะครู บรรจุอยู่ในกระสอบข้าวสีขาว เป็นมาม่าก้นบาตรมาจาโรงน้ำร้อน ประหยัดทรัพย์ครู ยำยำจัมโบ้ใส่ไข่ น่าทึ่งมากเจ้าค่ะเด็กๆทานหมด หนูลองชิมก็ว่า “งั้น ๆ” ลองสอบถามเด็ก ๆ แบบที่ครูชี้ว่า “เก็บข้อมูลงานวิจัยคุณภาพ”
“อร่อยไหม หนูชอบทานอะไรกัน”
หลายเสียงตอบว่า แบบนี้เลยครับมาม่าใส่ไข่ “น้องอ้นตอบ”
กิ่งตอบว่า “หนูชอบข้าวผัดไข่ดาว”
บ้างก็บอกว่า “ชอบต้มมาม่าใส่ปลากระป๋อง หรือ บางคนก็บอกว่าใส่ปลากระป๋องมันมีแต่ก้าง”
ได้เรียนรู้ว่า เมนูที่ครูสั่งให้ทำ คือ ของโปรดเด็ก ๆทั้งนั้นเลยเจ้าค่ะ
พูดเรื่องเงินก็มีประเด็นสารภาพ อาทิตย์นี้หนูทุบหม้อข้าวมาวัด รู้สึกว่าโจทย์เก่า แต่ใจร้อนรนน้อยลง บอกตนเองว่า
“แค่ไหนก็แค่นั้นเจ้าค่ะ”
มีตังค์พันเดียว ระหว่างทางเติมแก๊สไม่ได้ก็ใช้น้ำมัน พอครูเอาตังค์ให้ค่าฝากซื้อของ ใจระลึกก็อยากทำบุญด้วยแต่มันไม่มีตังค์ แล้วก็ระลึกว่า
“สาระไม่ใช่ไม่มีตังค์ แต่ใจมันจน ทานไม่เป็นต่างหาก แต่ก็ยังไม่ยอมกับตนเองเจ้าค่ะ เลยยังไม่เกิดการแก้ไข”
ครูให้หนูได้ซ่อมเสื้อให้น้อง ใจก็เอ็นดูน้องเจ้าค่ะ เห็นเสื้อเน่าแล้วก็นึกถึงตนเอง หนูกับน้องโหมดเดียวกันคือ ซกมก แต่เสื้อเหม็นจริง ๆใจอยากจะซักก่อนซ่อม แต่คำนวณอะไรหลาย ๆ อย่างจึงอดทนซ่อม แล้วตั้งใจจะซักให้ พอได้นั่งลงซ่อม รู้สึกจากใจที่ปั่นป่วนก็นิ่งเย็นขึ้น ตอนที่นั่งเย็บผ้าไม่รู้สึกเลยว่าครูเดินเข้ามาในสำนักแม่ชี รู้สึกตอนที่ครูเดินมาคุยด้วย พอ ครูเอ่ยว่า “ถ้าสะดวกมานวดให้ราหน่อย”
หนูสำรวจไปที่ข้างในตนเองอย่างรวดเร็ว ตอนเย็บผ้าข้างในนิ่ง รู้สึกมีพลังกับตนเอง จึงขอโอกาสนวดให้เลย จัดแจงเก็บงาน แปรงฟันแล้วก็ไปนวดให้ครู รู้สึกว่าวันนี้เส้นเอ็นครูแข็ง แต่พอนวดไปเรื่อย ๆ รู้สึกว่าอ่อนลง การไล่เส้นตรงหัวไหล่ด้วยข้าง ดูจะได้ผล รวมถึงจุดที่เป็นปัญหาของร่างกายครู การกดตรงต้นขาด้านในช่วยให้ปลดล็อคไปที่ไหล่ได้ และจุดสำคัญที่ต้องระวังคือ ขาตรงใต้ข้อพับ คือ ต้องคลึงให้นิ่มก่อน ก่อนที่จะกดเพราะถ้ากดโดยที่มีเตรียมความพร้อมของกล้ามเนื้อเส้นเลือดฝอยจะแตกเป็นจ้ำ เส้นบริเวณหน้าขาที่ต่อจากเข่า และการให้ครูนอนตะแคงซ้ายแล้วกดไล่ตามแนวขาและน่องช่วยให้ไหล่นิ่มขึ้น แล้วย้อนกลับมานวดไหล่อีกทีทำให้เห็นเส้นที่เป็นปัญหาข้างในชัดขึ้น เหมือนได้ฝึกสังเกตกับตนเองในการนวดให้ครูเจ้าค่ะ ระลึกถึงคำครูขึ้นมาได้ว่า “นวดตั้งแต่นวดไม่เป็นจนนวดเป็น” สักพักน้องกอและน้องบิ๋มมา หนูรู้สึกมีชีวิตชีวามากขึ้นเจ้าค่ะ เหมือนเด็ก ๆ เข้ามาเติมความสดใส เข้ามาสอนเรื่องความเป็นธรรมชาติของใจ
โอ้ช๊อทที่ประทับใจอีกอันหนึ่งคือ “พลังมด” ที่ครูเมตตาให้ย้ายแคร่ที่ทำหลังคาคลุม หนูกับน้องภัส กอข้าวและบิ๋มช่วยกัน ยังไม่สำเร็จ ตัดสินใจโทรหาบอยกับทุ่งซ้ำอีก พอสองคนนี้เข้ามาครูก็ลงมาสมทบ ประทับใจมากกับการที่มีส่วนหนึ่งช่วยยก แล้วเด็ก ๆ ส่วนหนึ่งก็คอยเอาไม้มายกสายไฟขึ้น ช่วยกันอย่างแข็งขัน จากใช้รถเข็นแล้วไปไม่ได้ติดขัดมาก ครูก็ชวนพวกเรายกด้วยแรงที่มีโดยไม่ใช้เครื่องทุ่นแรง และก็ทำได้จริง ๆ น่าทึ่งมากเลยเจ้าค่ะ หนูประทับใจมาก ๆ ได้เรียนรู้ว่า “อย่าประมาทความตั้งใจของคนแรงน้อย แม้จะเป็นเด็ก แต่มีความตั้งใจและมีผู้นำพาที่ดีและถูกทางก็บรรลุเป้าหมายได้เช่นกัน”
ตกเย็นขึ้นไปซ่อมเสื้อให้น้องจนเสร็จ แล้วก็อาบน้ำไปทำวัตรเย็น วันนี้ครู น้องบิ๋มและน้องกอ ไปทำวัตรรวมด้วยกัน ฝนตกหนัก หลังคารั่ว ภาพที่หนูและเด็ก ๆ เลื่อนตัวเองชิดไปด้านข้างเพื่อหลบน้ำ นึกขึ้นมาก็รู้สึกเอ็นดูเจ้าค่ะ สักพักน้องบิ๋มปวดฉี่ระหว่างที่พระท่านนำพานั่งสมาธิภาวนา จะปล่อยน้องไปสองคนใจก็รู้สึกเป็นห่วงจึงพาไปเจ้าค่ะ ขยับออกมากางร่ม น้อง ๆ ดูเบิกบานกันแม้จะฝนตก จนทำวัตรเสร็จแล้วครูก็พาเราเข้ามากุฏิ แยกย้ายกันไปภาวนา คืนนี้หนูกางร่มเดินจงกรมด้วยระลึกกับตนเองว่า “ยังไงก็ทำ” แล้วค่อยเข้าไปเขียนบันทึก แต่เขียนไม่ทันจบเจ้าค่ะครู ฟังเทศน์ครูบาอาจารย์ใส่หูกะว่าจะพักสายตากับตนเองเสียหน่อยก็หลับไปอีกแล้วเจ้าค่ะ
วันนี้ให้คะแนนตนเองได้ 6 เต็ม 10 มีเรื่องได้เรียนรู้มาก แต่ก็ยังพลาดเจ้าค่ะ