หากเพื่อนๆ ท่านใด อยากมีรายได้พิเศษงามๆ ก็ขอแนะนำให้เลี้ยงต่อหัวเสือไว้ขายนะครับ รับรองว่าแปลก ทึ่ง เสียว ตื่นเต้น และได้รายได้พิเศษงามๆ อย่างแน่นอนครับ...... คิคิคิ

 

เรื่องเล่าจากบ้านแม่ตาด :

เลี้ยง "ต่อหัวเสือ"...แปลก ทึ่ง  เสียว  แต่รายได้งาม

 

 

แม่ต่อหัวเสือจะช่วยกันเฝ้ายามตลอดเวลา 

เพื่อปกป้องรังของตนเอง

 

 

               ที่บ้านแม่ตาดมีอาชีพที่แปลกและสร้างรายได้ให้กับเจ้าของอย่างดีอยู่อาชีพหนึ่ง นั่นก็คือ "การเลี้ยงต่อหัวเสือ" ซึ่งเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่มีความแปลกและน่าทึ่งอย่างมาก

               "ต่อหัวเสือ"....เป็นแมลงที่มีพิษร้ายแรงและเป็นอันตรายต่อมนุษย์โดยทั่วๆ ไป พิษของต่อหัวเสือสามารถทำให้เหยื่อที่ถูกต่อยเสียชีวิตได้  ถ้าหากโดนรุมต่อยทีเดียวหลายๆ ตัว โดยสาเหตุใหญ่ๆ ที่ทำให้ต่อต่อยคนนั้น เกิดจากการเดินไปชนรังต่อเข้าอย่างจัง หรือไม่ก็อาจจะรบกวนจนทำให้ต่อตกใจและแตกตื่นบินเข้าไปรุมต่อยคน จนได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิตอย่างที่เคยเป็นข่าวอยู่บ่อยๆ

               อย่างไรก็ตาม สำหรับชาวบ้านแม่ตาดหลายๆ คนแล้ว พวกเขากลับรู้จักธรรมชาติของต่อหัวเสืออย่างดี และสามารถนำเอารังของมันมาเลี้ยงไว้ตามสวนใกล้ๆ บ้าน เพื่อให้รังต่อเติบโตและเจาะเอารวงต่อที่อยู่ข้างในไปจำหน่ายสร้างรายได้พิเศษให้กับผู้เลี้ยงได้อย่างงามเลยทีเดียว

               สำหรับขั้นตอนของการเลี้ยงต่อหัวเสือนั้น เริ่มต้นจากชาวบ้านเข้าไปค้นหารังต่อหัวเสือขนาดเล็กๆเท่ากำปั้นตามป่าเขา  เมื่อพอแล้ว ก็จะใช้ถุงผ้าหรือถุงปุ๋ยคลุมรังต่อ แล้วก็ตัดกิ่งไม้ที่ต่อทำรังอยู่นั้นเอามามัดไว้ตามต้นไม้หรือไม้แห่งต่างๆ ที่อยู่ใกล้ๆ บริเวณบ้าน  จากนั้นก็เอาถุงผ้าออก  แล้วก็ปล่อยให้ต่อเติบโตและออกลูกออกหลานเองตามธรรมชาติ  โดยไม่ต้องเสียสตังค์ซื้อสิ่งของมาเลี้ยงดูปูเสื่อใดๆ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

               ชาวบ้านที่เก่งๆ และมีความสามารถพิเศษทางด้านนี้บางคน สามารถไปหารังต่อหัวเสือมาเลี้ยงไว้ในสวนมากถึง 40-50 รัง ก็มี  ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ ความชำนาญ และความขยันของแต่ละบุคคล

               ฤดูกาลของการเลี้ยงต่อนั้น จะอยู่ในช่วงเดือน มิ.ย.-ต.ค.ของทุกๆ ปี ซึ่งในช่วงที่นำต่อมาเลี้ยงอยู่ในสวนใกล้ๆ บ้านนั้น ต้องคอยห้ามไม่ให้ลูกเล็กเด็กแดงรวมทั้งคนแปลกหน้าเข้าไปใกล้รังต่อที่เลี้ยงเอาไว้อย่างเด็ดขาด ไม่งั้นอาจจะโดนต่อรุมต่อยจนบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิตได้

               หลังจากที่นำรังต่อหัวเสือมาเลี้ยงได้ประมาณ 3-4 เดือน รังต่อก็จะมีขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ  เมื่อโตจนได้ขนาดแล้ว คนเลี้ยงต่อก็จะทำการเจาะรังต่อและนำเอาลูกอ่อนของตัวต่อที่อยู่ในรวงภายในรังออกมา ซึ่งลักษณะของรวงและลูกอ่อนของต่อนั้นจะคล้ายกับรวงและลูกอ่อนของผึ้ง แตกต่างกันตรงที่ลูกอ่อนของต่อจะตัวใหญ่กว่า และรวงต่อจะไม่มีน้ำหวานเหมือนกับรวงผึ้งที่มีน้ำผึ้งอยู่ด้วย

 

                เวลาเจาะเอารังต่อนั้น  คนเลี้ยงต่อเขาจะมีชุดที่จัดทำขึ้นพิเศษสำหรับเก็บรังต่อนะครับ โดยนำเอาเต้นท์ผ้าใบหนาๆ มาตัดเป็นชุดสวมใส่ รวมทั้งตัดเป็นถุงเท้า ถุงมือด้วย และใช้หมวกกันน็อคช่วยป้องกันด้วย  จากนั้นก็เอามีดไปแซะและล้วงรวงต่อที่มีตัวอ่อนออกมาจากรัง  โดยที่ไม่ต้องเผาแม่ต่อให้ตายแต่อย่างใด ซึ่งแม่ต่อก็จะยังอยู่และสามารถซ่อมแซมรังขึ้นมาใหม่ได้อีก

                เมื่อได้รวงต่อมาแล้ว ชาวบ้านก็จะนำไปขายตามหมู่บ้านหรือตามตลาดต่างๆ ในราคา กิโลกรัมละ 250 บาท(หากขายเป็นขีดๆ ละ 25 บาท) นะครับ  ซึ่งแพงมากๆ เลยทีเดียว  แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีคนแย่งกันซื้อจนไม่พอขาย

                ทั้งนี้ ต่อหัวเสือหนึ่งรัง จะมีตัวอ่อนอยู่ประมาณ 3-6 กก.ๆ ละ 250 บาท ตกรังละประมาณ 750-1,500 บาท  เลี้ยงไว้เยอะเท่าไหร่  ก็จะมีรายได้พิเศษมากขึ้นเท่านั้น

                อีกอย่างหนึ่ง  นอกจากจะขายรวงต่อหรือลูกอ่อนของต่อแล้ว  รังต่อที่แม่ต่อหนีออกไปแล้ว ก็สามารถนำมาทาแล็กเกอร์และนำไปวางขายได้อีกต่างหาก ในราคารังละ 300-1,000 บาท  แล้วแต่ขนาด

                ในส่วนของเมนูอาหารที่ทำจากลูกอ่อนหรือตัวอ่อนของต่อนั้น สามารถทำได้หลายอย่าง เช่น การนึ่งกิน การทอด และการนึ่งแล้วตำเป็นน้ำพริกต่อ  เป็นต้น โดยเมนูที่นิยมมากที่สุดก็คือ “น้ำพริกต่อ” นั่นเอง ซึ่งมีรสชาติหวาน มัน และอร่อยมาก  คล้ายๆ กับน้ำพริกเม็ดมะม่วงหิมพานต์นั่นเอง



                หากเพื่อนๆ ท่านใด อยากมีรายได้พิเศษงามๆ ก็ขอแนะนำให้เลี้ยงต่อหัวเสือไว้ขายนะครับ 

                รับรองว่าแปลก ทึ่ง  เสียว ตื่นเต้น และได้รายได้พิเศษงามๆ อย่างแน่นอนครับ......   คิคิคิ






 รังนี้หนักประมาณ 4 กก. 

 ส่วนหนึ่งของรังต่อหัวเสือที่ชาวบ้านเลี้ยงเอาไว้

(เจ้านี้เลี้ยงไว้ประมาณ 30 รัง)

 แต่ละรังโตเกือบได้ที่แล้ว

 ลวดลายของรังต่อจะมีความสวยงามมาก

ซึ่งนอกจากตัวอ่อนแล้ว รังของต่อก็ยังสามารถขายได้ราคาดีเช่นกัน

 

 

 

เพลง  "คืนลับฟ้า"

ศิลปิน   "ไหมไทย   ใจตะวัน"