การเมืองระหว่างอดีตกับอนาคต
นสพ. เดอะ เนชั่น ฉบับวันที่ ๒๕ส.ค. ๕๕ ลงข่าว Research Funding. Govt Failing To Support R&D, Council Says. Fiscal 2013 budget is .18% of GDP, far short of govt’s own target : expert
และ นสพ. กรุงเทพธุรกิจวันเดียวกัน ลงข่าวหน้า ๑๖ วช.จี้รัฐเพิ่มงบวิจัยแตะ 2% ชำแหละ 3 ปี ถูกแขวน 0.18% ฉุดจีดีพีร่วง
นี่คือเรื่องอนาคตของบ้านเมือง จึงเป็นเรื่องการเมือง เป็นการเมืองที่ต่อสู้กับแรงเฉื่อยของบ้านเมือง ไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างพรรค หรือระหว่างสี แต่เป็นการต่อสู่ระหว่างแรงเฉื่อย กับแรงขับเคลื่อนสู่อนาคต
คนทั่วไปไม่มองว่าเรื่องนี้เป็นการเมือง และผมก็เคยคิดเช่นนั้น แต่เวลานี้ผมเปลี่ยนใจ ผมมองว่าสังคมไทยกำลังมีเรื่องการเมืองที่ต่อสู้กันระหว่างแรงฉื่อยแห่งอดีต กับแรงขับเคลื่อนสู่อนาคตเต็มไปหมด และเป็นเรื่องใหญ่ๆ หรือเรื่องเชิงโครงสร้างอนาคตของประเทศ ที่เราละเลยหรือมองข้าม ทั้งนั้น
เช่นเรื่อง การศึกษา สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม พลังงาน การขนส่ง การสื่อสาร เหล่านี้เป็นเรื่องการเมืองระหว่างอดีตกับอนาคตทั้งสิ้น
ที่จริงผมได้รับรู้ข้อมูลนี้เมื่อเช้าวันที่ ๒๓ ส.ค. ตอนประชุม ๖ส. ๑ว. ที่ สกว. แล้ว ดังนั้นตอนเย็นวันที่ ๒๔ ส.ค. ผมพบท่านรองเลขาฯ สภาพัฒน์ คุณสุวรรณี คำมั่น ผมจึงปรารภเรื่องนี้กับท่าน จึงได้รับทราบว่า จริงๆ แล้ว สกอ. กำลังของบประมาณประมาณ ๒ หมื่นล้านในเวลา ๕ ปี สนับสนุน Center of Excellence จำนวน ๑๑ ศูนย์ จะเห็นว่าการประสานงานกันของฝ่ายต่างๆ ในเรื่องการลงทุนวิจัยของประเทศไม่เป็นเอกภาพ ไม่ร่วมมือกัน นี่ก็เป็นสภาพการเมืองอีกแบบหนึ่ง เป็นการเมืองระหว่างหน่วยราชการ
จะเห็นว่าสังคมไทยเราไม่ค่อยคิดหน้าคิดหลัง คิดแต่ประโยชน์ปัจจุบัน จึงไม่เห็นคุณค่าของการลงทุนวิจัย ไม่คิดว่านี่คือการลงทุนเพื่อความเข้มแข็งในอนาคต
แต่กล่าวอย่างนี้ก็ไม่ถูกนัก ในหลายกรณีสาธารณชนไม่เชื่อถือเรื่องการลงทุนวิจัย เพราะไม่เห็นประโยชน์ต่อตนเองอย่างชัดเจนเหมือนการลดภาษีรถคันแรก และนอกจากนั้น เงินงบประมาณวิจัยภาครัฐในอดีตยังโดนเอาไปใช้แบบไม่ก่อประโยชน์ (เช่นเอาไปเป็นค่าเดินทางไปต่างประเทศ) การไม่เห็นประโยชน์ต่อการตั้งงบประมาณวิจัยจึงฝังรากลึกในสังคมไทย นี่ก็เป็นเรื่องการเมือง ที่ฝ่ายจัดการนโยบายวิจัยของประเทศ (ได้แก่ วช., สวทน., และอื่นๆ) จะต้องสื่อสารสังคม ให้ผู้คนรับรู้ข้อมูล และเชื่อมั่น ว่าการลงทุนวิจัยเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่คุ้มค่า
วิจารณ์ พานิช
๒๕ ส.ค. ๕๕