Happiness is not the absence of conflicts,
but the ability to cope with it.
ความสุขมิใช่การปลอดจากความขัดแย้ง
หากแต่ความสุขคือความสามารถที่จะจัดการกับความขัดแย้งนั้น
“ทุกวันนี้มีชีวิตที่เหน็ดเหนื่อยเหลือเกินค่ะ ครอบครัวก็ต้องดูแล พ่อแม่ก็ต้องรับผิดชอบ หน้าที่การงานหรือก็มากมาย อยู่บ้านก็เครียด ไปทำงานก็เครียด ส่งผลให้งานในความรับผิดชอบไม่ดีเท่าที่ควร.............”
นี่เป็นส่วนหนึ่งของคำถามจากผู้อ่านนิตยสารซีเคร็ตท่านหนึ่งที่มีไปยัง แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต
( หน้า ๖๕ นิตยสารซีเคร็ต ปีที่ ๕ ฉบับที่ ๑๐๐)
ผู้เขียนขอยกมาส่วนเดียวที่ชี้ถึงสภาพของคนส่วนมากในยุคปัจจุบัน คำถามเต็มๆและคำตอบก็น่าสนใจและมีประโยชน์มาก ขอชวนให้ไปหาอ่านกันนะคะ
เมื่อเกิดมาเป็นมนุษย์ เราต้องพบทั้งสุขและทุกข์ ไม่ว่าจะทางกายหรือทางใจ ไม่มีใครได้รับการยกเว้น นักปราชญ์ท่านว่าสิ่งที่เป็นคู่ตรงข้ามกันนั้นที่จริงก็อยู่บนเส้นต่อเนื่องเดียวกัน เช่น มืดมากคือสว่างน้อย ร้อนมากคือเย็นน้อย ฉะนั้น ทุกข์มากก็คือสุขน้อย สุขมากก็คือทุกข์น้อย
จากหนังสือ สุขกาย สุขใจ โดย พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก ได้กล่าวถึงงานวิจัยเรื่องความสุข จัดทำโดย มูลนิธิเศรษฐกิจใหม่ (New Economic Foundation) ของประเทศอังกฤษ ซึ่งได้สรุปผลการวิจัยว่า หลังจากมีปัจจัยเบื้องต้นเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายแล้ว การใช้จ่ายเงินเพื่อหาสรรพสิ่งมาเพิ่มจะไม่ได้ทำให้ความสุขเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
...กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ความสุขไม่ได้ผันแปรไปตามปริมาณทรัพย์สินเงินทอง....
ความสุข เป็นนามธรรมที่มีรูปร่างในใจไม่เหมือนกันในแต่ละท่าน มีวิธีการที่ความสุขจะเกิดขึ้นได้ก็แตกต่าง
Happy Ba ที่คุณศิลาและผู้เขียนนำเสนออยู่นี้จึงขอเชื้อเชิญทุกท่านมาช่วยกับแบ่งปันชี้แนะเคล็ดทั้งลับและไม่ลับในการมีความสุขทั้งในครอบครัวและในงานเพื่อการเรียนรู้และเติมเต็มซึ่งกันและกัน เป็น ปัญญาปฏิบัติ ได้รับการตอบรับน่าปลื้มใจที่ได้เห็นพื้นที่ความสุขมากมายทีท่านแบ่งปันเรื่องราวมา เราสองคนรู้สึกขอบคุณและมีความสุขไปกับเรื่องราวทุกเรื่องที่ได้อ่านค่ะ
เรื่องของ Ba หรือ พื้นที่ในตอนที่แล้ว เป็นเพียงชวนกันพิจารณาแนวทางที่มีผู้คิดค้น ทดลอง ตกผลึกว่า หากเราจะลงมือทำอะไรกับผู้อื่น จะทำประโยชน์ให้เกิดขึ้น ไม่ใช่เอาแค่งานเสร็จ หรือแค่เราพอใจ สุขใจ ที่สิ่งที่เราคิดเราฝันสำเร็จลงเป็นพอ คือ เห็นแต่เป้าหมายตนเองเป็นที่ตั้ง ลืมใส่ใจผู้คนที่มาร่วมวงกับเรา สุขที่เกิดก็เป็นสุขที่คับแคบ ความสำเร็จก็เป็นความสำเร็จที่แห้งแล้งเพราะเราคงภูมิใจอยู่คนเดียว หรือแม้แต่การทำความดีโดยไม่ลืมหูลืมตาก็ใช่ว่าจะทำให้เกิดความสุข กลับจะเป็นทุกข์เพราะติดดี บ้าบุญ ทำไปทำมายังอาจหลงตัวเองว่าทำดีแล้ววิเศษกว่าคนอื่น เพ่งโทษคนรอบข้างว่าไม่ร่วมทำความดีด้วยกัน กลายเป็นสร้างความหงุดหงิดรำคาญใจให้คนรอบข้าง นี่ก็เป็นความทุกข์อีกรูปแบบที่เจ้าตัวมักไม่ตระหนักรู้ค่ะ
Ba นั้น เป็นทั้งพื้นทีและโอกาสที่ผู้คนจะมาพบเจอใช้เวลาร่วมกันกันเพื่อทำอะไรสักอย่างให้บรรลุเป้าหมาย หากเป็นพื้นที่ทางกายภาพก็น่าจะมีลักษณะของ สัปปายะ ๗ เช่น สะดวก สบาย สงบ ปลอดภัย หาอาหารได้ง่าย เป็นต้น ดังที่คุณศิลาเคยกล่าวถึงไปแล้ว หรือหากใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์สร้างพื้นที่การพบกันเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้เช่น G2K ไม่ว่าจะแบบใดพื้นฐานของการปฏิสัมพันธ์กันคือความใส่ใจกัน ความสุภาพ ความเคารพซึ่งกันและกัน ความไว้วางใจได้รู้สึกปลอดภัยว่าสิ่งที่กล่าวไป ความเห็นที่แสดงไปจะไม่หวนมาทำร้ายตนได้ในภายหลัง สิ่งเหล่านี้ใช้เวลาในการบ่มเพาะ ไม่เหมือนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หากเราใจเย็น อำนวยให้พื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้เกิดภาวะที่เหมาะสม ความสุขก็เกิดขึ้นได้จากการร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และค่อยๆนำไปสู่ผลสำเร็จตามเหตุ-ปัจจัย ตามจังหวะเวลาที่ควร
สรุปว่าการสร้างความรู้และพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ตามแนวทางของท่านโนนากะนี้เป็นหนทางที่จะนำไปสู่ “งานได้ผล คนเป็นสุข”
น่าพิศวงและขอคารวะที่ท่านโนนากะมอง ความรู้ แตกต่างจากที่แนวคิดการจัดการความรู้แบบตะวันตกมอง คือ ท่านมองว่า ความรู้นั้นรวมความถึงการใช้ความรู้อย่างเข้าใจใน ความจริง ความดี และ ความงาม ผู้นำองค์กรต้องสามารถที่จะตัดสินได้ว่าอะไรคือ ความดี (goodness) และทำให้ทุกคนมีวิสัยทัศน์ร่วมกันถึง “Common Good” คือสิ่งนั้นเป็นความดี ความสำเร็จสำหรับทุกคน เป็น Standard of Excellence ไม่เฉพาะแค่แผนก หรือ บริษัท ที่จะได้กำไรสูงสุด แต่คำนึงถึง สิ่งแวดล้อม สังคม ประเทศ และประชาคมโลก กำไรคือผลที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เป้าหมายหลัก
เราใช้คำว่า Happy Ba เพื่อเป็นการย้ำถึงแก่นความคิดในแนวทางนี้นั่นเอง
จากประสบการณ์ของคุณศิลาและผู้เขียน เราเห็นตรงกันว่า ความสุข เป็นเรื่องของจิตใจจึงต้องพัฒนามาจากต้นตอ คือ จากภายใน ยิ่งมีความสุขจากภายใน จิตใจจะแข็งแกร่ง เหมือนมีภูมิคุ้มกันชีวิต การแสวงหาความสุขจากภายนอกเป็นสิ่งที่ไม่รู้จบและเรามักพบว่าคนที่พยายามแสวงหาความสุขมักจะเป็นทุกข์เสียเป็นส่วนใหญ่
พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก กล่าวว่า “ การเดินทางแสวงหาแต่สิ่งภายนอก ไม่อาจพบคำตอบของชีวิต แท้ที่จริงแล้วคำตอบที่แสวงหาอยู่ที่ใจของเราเอง”
มาถึงตรงนี้คงกล่าวได้ว่า ความสุขที่จะเกิดใน Happy Ba จึงเป็นสุขอันเริ่มต้นที่การสะท้อนตนเองส่วนหนึ่งว่า ณ พื้นที่ที่เราได้ทำอะไรมากมายนั้นอยู่บนหนทางขัดเกลาตนเองอย่างต่อเนื่อง เกิดการเปลี่ยนแปลงตนเอง ชีวิตโปร่งเบา สบาย มีความสุขได้ง่าย เพราะสุขมาจากภายในเพียงใด และอีกส่วนหนึ่งมาจากการที่ได้ทำประโยชน์ให้เกิดขึ้น ดังที่ท่านพุทธทาส ใช้คำว่า “สงบเย็น เป็นประโยชน์”
ขอฝากบทกวีของท่าน เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ปิดท้ายบันทึกนี้ค่ะ
“ อย่าเอาแต่สงบเย็นเห็นโทษแท้
อย่าเอาแต่ประโยชน์จิตโลดเร่า
สงบเย็นเป็นประโยชน์ลดมัวเมา
ส่วนตัวเอาเผื่อแผ่แก่ส่วนรวม “
Happy Ba ร่วมสร้างและเก็บเกี่ยวความสุขเล็กๆทุกวัน มีใครบางคนกล่าวเตือนไว้ว่าขอให้เราอย่ามองข้ามความสุขเล็กๆเพราะมันคือจุดกำเนิดของความสุขที่ยิ่งใหญ่
มีความสุข สงบเย็น เป็นประโยชน์ในทุกๆวันนะคะ....
สวัสดียามเที่ยง ด้วยความคิดถึงค่ะพี่นุช ==> Happy Ba... พาเรามาพบกัน ^^
สวัสดีค่ะคุณพี่ยุวนุช
ขอบคุณสำหรับบทความชี้นำความสุขจากบันทึกนี้ค่ะ
จากประสบการณ์เล็กน้อยที่มีทำให้จิตน้อมนำคิดตามและเห็นด้วยกับแนวคิดนี้มากค่ะ
และเห็นด้วยกับคำพูดที่ว่า "ความสุขมิใช่การปลอดจากความขัดแย้ง หากแต่ความสุขคือความสามารถที่จะจัดการกับความขัดแย้งนั้น" และวิธีการหนึ่งที่ตัวเองใช้ในการจัดการความขัดแย้งนั้นคือจัดการความขัดแย้งภายในของเราก่อน เพราะสุขแท้อยู่ภายในเรานี่เอง ทุกวันนี้ในสิ่งที่ตัวเองควบคุมได้ก็จะปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตให้สอดคล้องกับความเชื่อของตัวเอง เช่นทำในสิ่งที่รัก รักในสิ่งที่ทำ อยู่ในกลุ่มคนที่เรามีความสุขอยากที่จะอยู่ด้วย ใช้ชีวิตที่เรียบง่ายตามที่เราชอบ สิ่งที่ทำแล้วรู้สึกกังขาก็จะไม่ทำ สิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ก็จะไม่พยายามไปควบคุม และที่สำคัญพยายามอย่างยิ่งที่ทำจะไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร
และสิ่งหนึ่งที่ทำให้ตัวเองมีความสุขมากี่สุดตอนนี้คือการชื่นชมสิ่งที่เรามี รู้ และชื่นชมจากใจ เพราะหากไม่ทำเช่นนั้นเราแทบจะไม่นึกถึงเลยว่าเรามีมากแค่ไหน เราสุขแค่ไหน ตอนเช้าที่ตื่นขึ้นจะชื่นชมสิ่งรอบตัวที่มีด้วยความรักและความสุข การได้ตื่นขึ้นมาอีกวัน การที่มีครอบครัวที่เรารักอยู่ด้วยกัน มีชีวิตที่มีคุณค่า และชื่นชมในทุกๆ สิ่งที่ผ่านมาในวันนั้น การที่เรานึกถึงและพอใจในสิ่งที่เรามีสร้างความผาสุกให้ใจเราได้มาก เมื่อมีมากเราก็สามารถแบ่งปันคนอื่นได้มากเช่นกัน และวัฐจักของการให้ก็เริ่มขึ้นเพราะยิ่งให้ยิ่งได้รับ
คุยกับคนใกล้ตัวบอกเขาเสมอว่าทุกวันนี้มีความสุขมากค่ะ และเขาก็มีความสุขที่เรามีความสุข
สุขสันต์วันดีที่มีสุขอีกวันค่ะ ;)
สวัสดีค่ะคุณนุช,
อ่านจบแล้วก็ สุขทั้งภายนอก ภายใน สุขที่ยิ่งใหญ่ แผ่ปกคลุมมาถึงภาคใต้ตอนล่างเลยค่ะ :-)) ขอบคุณบันทึกที่มีคุณค่า เพิ่มการรู้จัก Ba ให้ลึกซึ้งขึ้นค่ะ Happy Ba ยามเย็นค่ะ...
Happy Ba เย็น สบาย สงบ
แล้วพบกันที่บ้านเพนะคะอาจารย์
ฝันดีนะคะ
อ่านจบ ก็มีความสุขแล้วค่ะ
ขอบคุณทุกความเห็นที่มาเติมเต็ม ที่มาสะท้อนความรู้สึกและดอกไม้ทุกดอกที่มามอบให้ค่ะ
ขอโทษนะคะที่มาเขียนแล้ว เหมือนเขียนแล้วก็ไปอย่างไม่มีเยื่อใยซะหลายวัน... มีเหตุให้ต้องโลดแล่นเข้ากรุงเทพกันสองสามวันติดๆกัน และ ฟ้าฝนที่พร่างพรมพาไข้มาฝาก เวลาปวดศีรษะจะไม่อยากใช้แว่นตาบวกใช้คอมพิวเตอร์เลยค่ะ หวังว่าทุกท่านคงไม่ถือโทษ
สุข..สงบ เย็น เป็นประโยชน์...
ขอบคุณครับพี่นุช