Reji Harada เขียนเรื่อง ทำไมถึงมี "คนที่ชอบ" และ "คนที่ไม่ชอบ"
ไว้ในหนังสือ Tsukau tame no shinri-gaku
หรือ "โลกนี้ไม่เหงา เมื่อเราเข้าใจกัน"
ที่แปลโดย มุทิตา พานิช หน้า ๗๔ - ๗๕ ดังนี้
ทำไมถึงมี "คนที่ชอบ" และ "คนที่ไม่ชอบ"
- "มนุษย์จะรู้สึกดีกับคนที่คล้ายตัวเองและคนที่อยู่ใกล้ตัวเอง -
เมื่อเราอยู่ร่วมกับคนหลายคนก็จะมีทั้ง "คนที่ชอบ" และ
"คนที่ไม่ชอบ" ทำไมจึงเป็นเช่นนี้
เหตุผลที่เรารู้สึกชอบ หรือ ไม่ชอบคนอื่น
เกิดจากหลาย ๆ ปัจจัยพัวพันกันอย่างซับซ้อน
มาตรฐานการตัดสินของแต่ละคนก็แตกต่างกันไป ไม่แน่นอน
โดยทั่วไป "คนที่ชอบ" และ "คนที่ไม่ชอบ" คือ
คนที่เรามีความรู้สึกว่า "อยู่ด้วยแล้วรู้สึกดี" และ
"อยู่ด้วยแล้วไม่สบายใจ"
นอกจากนั้น ยังรวมความรู้สึกว่า "อยู่ด้วยแล้วรู้สึกดี" และ
"อยู่ด้วยแล้วไม่สบายใจ"
นอกจากนั้นยังรวมความรู้สึกได้หรือเสียประโยชน์ เช่น
"สะดวกดี" "ได้เรียนรู้" "มีแต่เสีย" "ไม่ได้อะไรขึ้นมา"
เข้าไปในการตัดสินด้วย
คนเราจะรู้สึกดีกับคนที่มีความเห็นคล้ายตัวเองได้ง่าย
นอกจากนั้นหากมีความรู้สึกด้านค่านิยม หรือ
มุมมองด้านการเงินคล้าย ๆ กันก็ยิ่งรู้สึกดี
เพราะเราจะคาดเดาสิ่งที่เขาคิดได้ในระดับหนึ่ง
และคิดจินตนาการรูปแบบพฤติกรรมได้
ทำให้รู้สึกวางใจ
ความรู้สึกวางใจนี่เองที่ทำให้เรารู้สึกดี เมื่ออยู่กับคนคนนั้น
และแสดงออกเป็นความชอบ
ในทางตรงข้าม ถ้าอยู่กับคนที่มีความรู้สึกด้านค่านิยม
หรือความคิดแตกต่างกันก็จะอ่านพฤติกรรมของเขาไม่ออก
จึงรู้สึกอึดอัด ไม่สบายใจ จนกลายเป็นความรู้สึกไม่ชอบ
นอกจากนี้ถ้าเราได้อยู่ใกล้ ๆ กัน ได้พบกันบ่อย ๆ
จะทำให้รู้สึกดีได้ง่าย เป็นที่ทราบกันว่า
ถึงจะเป็นคนที่เราไม่ได้สนใจนัก
แต่ถ้าได้พบกันบ่อยครั้งก็จะรู้สึกชอบได้
ในทางจิตวิทยาเราเรียกว่า "ปัจจัยความใกล้ชิด"
การที่เราสนิทสนมกับคนที่นั่งใกล้กัน
ทั้งที่โรงเรียนและที่ทำงานก็เกิดจากเหตุนี้นั่นเอง
และเมื่อได้ทำความเข้าใจคนคนนั้นแล้ว ก็จะยิ่งชอบได้ง่าย
เราเรียกกันว่า "กฎแห่งความคุ้นเคย"
............................................................................................................
ปัจจัยความใกล้ชิด
ระยะห่างทางกายภาพจะแปรผันตรงกับระยะห่างทางจิตใจ
เลออน เฟสติงเกอร์ (Leon Festinger) ใช้หอพักนักศึกษา
ในการสำรวจการคบเพื่อน ผลที่ได้คือ คนที่อยู่ห้องติดกันจะสนิทสนมกัน
มากที่สุด และยิ่งอยู่ห้องห่างกัน ความสนิทสนมก็จะยิ่งน้อยลง
เพราะเรามักเป็นเพื่อนกับคนที่อยู่ใกล้ได้ง่าย
............................................................................................................
สำหรับผมนะ ... ใครมองผมแค่ผิวเผิน คงยากที่จะเข้าใจกัน
หากใครได้พูดคุยกับผมโดยตรง และใช้เวลาสักหน่อย
อาจจะแอบเห็นสิ่งที่ชอบใจบ้างก็ได้
แต่เราก็ไม่สามารถบังคับใครได้ สัตว์โลกยังเป็นตามกรรมเสมอ
หรืออาจจะจริงก็ได้ที่ผมคบคนยาก เพราะ "คน" เคยทำให้เจ็บปวด
จากความไว้วางใจมามาก เหมือนรอยแผลเป็นที่ฝังในจิตใจว่า
"เราควรระวังตัวเองให้มากกว่านี้"
คุณ ... คงมีวิธีคิดที่ดีกว่าผมใช่ไหม
โปรดดูแลตนเองให้ดี
และเลือกคบคนที่เข้าใจเราที่สุด ... นะครับ ;)...
บุญรักษา ทุกท่านครับ ;)...
............................................................................................................
ขอบคุณหนังสือดี ๆ ...

ฮะระดะ, เรจิ. โลกนี้ไม่เหงา เมื่อเราเข้าใจกัน Pawpaw Poroduction. แปลโดย มุทิตา พานิช. กรุงเทพฯ : อมรินทร์ How-To อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง, ๒๕๕๕.
หากว่าผู้คนได้ฝึกฝนอยู่เหนือความชอบและไม่ชอบแล้ว
เราจะพบว่า...รอบตัวเราเต็มไปด้วยผู้คนที่เอื้อต่อการเกื้อกูลกันและกัน
ศานติ...ก็จะเกิด
ความร่มเย็น..ก็จะปรากฏ...
...
ขอบพระคุณค่ะ ... แวะมาร่วมแชร์ค่ะ^^
สวัสดีค่ะ อาจารย์Wasawat Deemarn
"ปัจจัยความใกล้ชิด" และ "กฎแห่งความคุ้นเคย" ... มีผลต่อการมีปฏิสัมพันธ์ของมนุษยสัมพันธ์ ของ "คน" อย่างมากเลยนะคะ
ขอบคุณ บทความดีดี ให้มีสตินี้ค่ะ
ชอบบันทึกนี้มากครับ...คนชอบเรา...กับคนไม่ชอบเรา...บังคับคนอื่นยากมากครับ...แต่ถ้าคนชอบเรา...อยากให้เขาชอบตรงที่เราคือเราครับ..ความเป็นจริงของตัวเรา...และความจริงใจจะเป็นเรื่องพิสูจน์ครับ...สำหรับผมคิดอย่างนั้นครับ
ยังประทับใจกับคำพูดนี้ของอาจารย์ครับ....
"........หลายครั้งที่มีคนเข้ามาต่อว่า ต่อขาน ว่าผมเป็นแบบนั้นแบบนี้ ผมก็ไม่สนใจ เพราะมันไม่เป็นจริง ๆ ดังนั้น อยากรู้ว่าผมเป็นคนอย่างไร ก็ให้อ่านย้อนหลังบันทึกที่เขียนมาตั้งแต่แรก ผมไม่เคยเปลี่ยนความนึกคิดและอุดมการณ์เดิมเลย
คุณค่าของความเป็นคนมันอยู่ตรงนั้นต่างหาก
ดังนั้น อย่ามาตัดสินชีวิตผม หากเพียงรู้จักแค่ครั้งแรก
การที่ผมไม่เปิดเผยตัวเอง ไม่ได้หมายความว่า ผมโกหก
งานทั้งหมดที่เขียนมันชี้ชัดอยู่แล้วว่าผมเป็นใคร อยู่ที่ไหน
และถือว่าเป็นความสุขที่จะไม่เปิดเผยตัวเองให้มากนัก
อยากจะรู้จักผม ให้รู้จักที่จิตใจ ความเป็นตัวเอง ไม่ใช่ใช้หน้ามาวัดค่าของความเป็นคน ผมไม่ศรัทธาคนแบบนั้น
ผมไม่ต้องการเป็นคนสาธารณะ ผมไม่มีผลประโยชน์ใด ๆ แอบแฝงกับการเขียนบันทึกทั้งนั้น เขียนเพราะอยากเขียน เขียนเพราะอยากเล่าให้ฟัง แล้วเราก็จะได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน เกิดเพื่อน เกิดสังคม เกิดความรู้ขึ้น........."
ความไม่ชอบอาจเกิดจาก เป้าหมายไม่ตรงกัน ความคิดไม่สอดคล้องกัน มาตรฐานทางสังคม (norm) ต่างกัน ก็เลยทำให้ไม่พอใจ แล้วกลายเป็นไม่ชอบในที่สุด....แต่ถ้ามองอีกมุมว่าการที่เราต่างกัน ทำให้เกิดการมองต่างมุม ทำให้สิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ จากไม่ชอบก็อาจแปรเปลี่ยนไปเป็นชอบ ชอบมาก ถึงมากที่สุดก็ได้นะคะ อิอิ
^_^ เห็นตามนั้นค่ะ :) วันนี้งานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ มีเวลาว่างมาเปิด...หลังจากปั่นงานด่วนเมื่อคืน...:)
ขอบคุณ "ความร่มเย็น" จากอาจารย์
Ka-Poom นะครับ ;)...
ขอบคุณ "ความสุข" จากคุณครูนก
noktalay ด้วยครับ ;)...
ขอบคุณ "การสรุปความ" ของพี่
Somsri ด้วยครับ ;)...
ขอบคุณ "ความคิดที่คล้ายกัน" ของคุณหมอ
ทิมดาบ ครับ ;)...
คุณหมอ
ทิมดาบ จับวลีที่ผมเคยพูดไว้ได้อย่างชัดเจนและน่าประทับใจมาก ๆ ครับ ... เหมือนกรอเทปกลับมาพูดเช่นนั้นอีกครั้งหนึ่ง
ขอบคุณมาก ๆ ครับ ;)...
น้องคุณครู
เทียนน้อย ทำงานหนักจังนะครับในระยะหลายปีที่ผ่านมานี้
อย่าลืม ! ดูแลสุขภาพตัวเองด้วยนะครับ ;)...
เดี๋ยวลูก ๆ จะเป็นห่วงน้า
อาจารย์แป๋ว
paew สบายดีนะครับ คิดถึงจัง ;)...
สิ่งที่อาจารย์ได้กล่าวไ้ว้นั้น หมายถึง "ผู้ต่อต้าน" ในหลักการเกิดนวัตกรรมใหม่เลยครับ เพราะจะมีบุคคลที่เกี่ยวข้องอยู่ประมาณ ๓ กลุ่ม และ "ผู้ต่อต้าน" คือกลุ่มหนึ่งในนั้น
ขอบคุณมากครับ ;)...
ได้เลยครับ ท่านอาจารย์
ขจิต ฝอยทอง ;)...
ขอบคุณมากเลยครับ ;)...
ใช่เลยค่ะอาจารย์ เป็นเรื่องปกติของคน ถ้าใครที่เริ่มมีความคิดต่างจากเรา เราจะรู้สึกตะหงิด ๆ แล้วว่า ทำไมล่ะ? ทำไมคิดยังงั้นล่ะ? แต่เมื่อไหร่ที่มีคนคิดตรงกับเรา เราจะรู้สึกว่า ใช่เลย /ถูกต้อง /มันต้องยังงั้นแหละ
มนุษย์จะรู้สึกดีกับคนที่คล้ายตัวเองและคนที่อยู่ใกล้ตัวเอง * ถูกต้องเลยค่าาาาาา :D
มาอ่านบันทึกของคนที่คิดว่าเป็น "คนที่ชอบ" ค่ะ
:)
"คน" เคยทำให้เจ็บปวด จากความไว้วางใจมามาก เหมือนรอยแผลเป็นที่ฝังในจิตใจว่า "เราควรระวังตัวเองให้มากกว่านี้"
ระวังตัวไม่ทันแล้วค่ะอาจารย์ ประสบการณ์น้อย แต่เจอไว้ก็ดีนะ จะได้สร้างเกราะป้องกันตัว ขอบคุณมากค่ะอาจารย์
สวัสดีค่ะอาจารย์ ...คนที่พี่ชอบ ^___^ มาเหมือนคุณปริมเลย
จิตใจของเราหากฝึกฝนดีๆจะมีความเข้มแข็งขึ้น เส้นแบ่งระหว่างคนที่ชอบ กับคนที่ไม่ชอบก็จะดูไม่ชัดเจน ก็แค่เห็นว่าเขาทำอะไร แล้วเข้าใจ ไม่เกิดความชอบหรือไม่ชอบ อย่างที่พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ท่านใช้คำพูดว่า ไม่ผลักไส ไม่ใฝ่หา
อะไรที่เกิดขึ้นแล้ว มีคุณค่าทั้งนั้น... ก็ทำให้เราฉลาดขึ้น ใช้ชีวิตเป็นขึ้นนะคะ