เรามักได้รับเสียงกรอกหูแบบเย่อหยิ่งตามประสามนุษย์มานานว่า เราเป็นสัตว์ประเสริฐที่สุดในบรรดาสัตว์ทั้งหลายในโลก     (สำมะหาอะไรกับต้นไม้ใบหญ้า )   

 

 

 จริงอยู่เราอาจมีสมองดีกว่าสัตว์ทั้งหลาย ที่สามารถสร้างสรรค์อะไรได้มากกว่าสัตว์และต้นไม้  ...แต่เราลืมคิดไปว่าเรามองจากมุมมองของเรา (ปรุงแต่ง ...สังขาร)     ไม่ได้มองจากมุมมองของสัตว์เดรัจฉานอื่น  

 

อีกทั้งเราอาจบูชา "สมอง" มากเกินไป   คิดว่าสมองสำคัญที่สุด แต่แท้จริงแล้วสมองอาจเป็นสิ่งที่น่าขยะแขยงที่สุดก็เป็นได้  (อุปมาหนอนบูชาของเหม็นเน่า แต่เรากลับเห็นว่าน่าขยะแขยง)    ...ดังนั้นเราจึงบูชาฝรั่ง เพราะเราเห็นว่าฝรั่งเขามีมันสมองคิดอะไรได้มาก (แต่ถ้าเรามีสมองดีเราน่าจะพอมองออกว่าสมองฝรั่งทำลายโลกมากกว่าสร้างสรรค์โลกนะ (จ๊ะ))  

 

ในทางตรงข้าม สิ่งที่เราคิดว่า ฉลาดเสียหนักหนา ในมุมมองของผู้มีดวงตาเห็นธรรม ท่านอาจเห็นว่ามันโง่เง่ายิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานเสียอีก (เช่นไปเต้นแร้งเต้นกาออกท่าทางในผับในบาร์..)     สมดังขัดภาษิตไทยโบราณของท่านพุทธทาส ที่กล่าวว่า

 

 

“รกคนดีกว่ารกหญ้า  ....แต่ถ้ารกคนบ้า--รกหญ้าดีกว่ารกคน”

 

 

น่าสังเกตว่าวันนี้เรามีคนบ้า (แถมอาจแกมโง่อีกด้วย)  มากเหลือเกิน  เช่น   บ้ากินโกงเมือง   บ้าหลอกคนโง่     บ้ากินไม่รู้อิ่ม  บ้าอำนาจ  บ้าความรู้   บ้าอิสระ –เสรีภาพ  บ้าความเท่าเทียมระหว่างหญิง-ชาย     บ้าสถานะทางสังคม  บ้ากาม  (ตาหูจมูกลิ้นกายใจ)  ....ว่าไปแล้วความบ้ากับความโง่มันเป็นของคู่กัน เหมือนมีโลภ ก็ต้องมีโกรธ หลง ตามมาเป็นธรรมดา

 

แต่ที่เลวร้ายไปกว่านั้นคือ  เราต่างนิยมคนบ้า (แกมโง่) พวกนี้กันมากหลาย  จึงเลือกมันเข้าไปเป็นใหญ่ทั้งในระบบการเมือง  การศึกษา คณะกรรมการองค์การต่างๆ เป็นทิวแถว  ... จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมชาติไทยเรามันจึงบ้าบอคอแตกกันป่นปี้ในทุกวันนี้ เพราะคน(บ้าแกมโง่) พวกนี้มันกำหนดนโยบายบริหารประเทศไทยแบบผูกขาดมานานแล้ว 

 

 

ถามว่า...เราจะแหกตีฝ่าวงจรบ้าโง่ออกไปได้ (เหมือนพระเจ้าตาก)   เราจะต้องทำอย่างไร?   ตอบว่า ....   ผมไม่รู้    เพราะวันนี้ ผมเองก็ยังกินหญ้ารกๆ เป็นอาหารสมองอยู่ เลยขาดอาหารห้าหมู่ที่ไม่ทำให้ฉลาดและหรือบ้าพอที่จะคิดหาคำตอบได้

 

 

...คนทนถาง  (๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๕)