การปรับตัวเพื่อความอยู่รอดหรือหายนะแห่งชีวิต ?? (survive or crisis) บนกองขยะที่เป็นผลิตผลของชุมชนเมือง ทั้งนก คน และสิ่งมีชีวิตอื่นๆในระบบนิเวศแห่งนี้…

อยู่รอด ฤา วิกฤต:

ชีวิตและกฏแห่งธรรมชาติ


 

 

เพ่งสายตา....จดจ่อกับภาพเคลื่อนไหวข้างหน้า สีขาวดูคุ้นๆตา เมื่อเราต่างเข้าใกล้ก็เห็นการบินว่อนไปมา  เจ้านกยางนี่เอง ยางควาย (Cattle Egret) เป็นแน่แท้เพราะปากสีเหลือง สมองซีกขวาก็ทำงานทันทีเก็บความรื่นรมย์กับความสวยแปลกตาในอากับกริยาต่าง ๆ ของเหล่านกยางฝูงใหญ่ บ้างก็โผบินไปมา บ้างจิกกินอาหาร บ้างพักผ่อนเกาะอยู่ตามต้นไม้ใหญ่ที่ดูจะไร้ใบและดูราวกับจะมี “ดอก” สีขาว  นับรวมๆกันประมาณ 1500 ตัวจากการส่องดูด้วยกล้อง ไม่นานนักสมองซีกซ้ายก็ไม่น้อยหน้า ฉุกคิดขึ้นมาว่า นกยางควายมาใช้ชีวิตบนบนกองภูเขามหึมาของขยะได้อย่างไร?? สีขาวโพลนที่เห็นท่ามกลางขยะกล่องโฟม พลาสติกที่กองรายล้อม ดูจะกลืนกันกับขนปีกสีขาวของเจ้ายางควาย บริเวณแหล่งทิ้งขยะจากชุมชนเมือง ...ภาพเหล่านี้ยังชวนคิดเมื่อครั้ง "ครูพื้นที่" นำนักศึกษา ป. โท..เข้าไปพูดคุย ถามไถ่กับผู้คนที่พบเจอใน site งาน และเก็บตัวอย่างน้ำมาศึกษา

 

 


เพ่งพิจารณา..ไม่ไกลกันเป็นกองขยะใหม่ สีเขียวของขยะผักยังปรากฏให้เห็น มีฝูงวัวจำนวนหนึ่งเข้ามาแทะเล็มเศษอาหารจากกองขยะ อดคิดไม่ได้ว่านี่หรือคือแหล่งอาหารที่เหมาะสมของสัตว์ซึ่งต่อไปจะผ่านเข้าไปในห่วงโซ่อาหารของคนเรา ?? คิดถึงโรค “Mad cow disease” หรือโรควัวบ้า..ที่ทำให้หลายคนกลัวที่จะกินเนื้อวัว เป็นเพราะการปนเปื้อนในอาหารที่นำไปเลี้ยงวัว .. ส่วนเจ้านกยางควายฝูงนี้ยังคงเฝ้ากินหนอนแมลงวันที่เกิดจากขยะที่ต่างส่งกลิ่น ดึงดูดแมลงวันตัวเต็มวัยเข้ามาวางไข่บนเศษขยะที่ไม่ได้รับการฝังกลบ ความสัมพันธ์เหล่านี้ดูราวกับเป็นวัฏจักร ทั้งหนอนแมลงวัน ขยะเปียกจากชุมชนเมือง โดยมีนกยางเป็นผู้ล่า..


 

ปักษา..นำพาให้คิด... เสียงสะท้อนจากบ้านหนองแรด  ที่ซึ่งถูกจัดเตรียมไว้เป็นแหล่งกำจัดขยะจากชุมชนเมือง  ภาพที่ชินตาของชุมชนที่นี่ ในช่วงเช้ารถขนขยะวิ่งไป-กลับหลายเที่ยว  ความถี่มากบ่งชี้ปริมาณมากของขยะจากครัวเรือนที่เราต่างมีส่วนร่วมกันสร้าง  ขอบคุณชุมชน ที่ยอมเสียสละให้ใช้พื้นที่ และถือโอกาสนี้เชิญชวนผู้สนใจให้มาดูแหล่งทิ้งขยะที่สำคัญไม่น้อยต่อสุขภาวะ ของสังคมและระบบนิเวศโดยภาพรวม  และคงถึงเวลาแห่งการร่วมกันขบคิดว่า ขยะมากมายมหาศาลขนาดนี้และนับวันจะมากขึ้นทุกทีต่อไปจะทิ้งที่ไหน??  เกินกำลังกว่าที่พื้นที่แห่งนี้จะรองรับได้ 




แต่นั่นยังไม่พอ  คงมีคำถามชวนคิดว่าบริเวณที่ทิ้งขยะไว้ได้สร้างมลภาวะอย่างต่อเนื่องต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่??  เป็นสิ่งที่เราท่านจะละเลยกันไม่ได้ บริเวณที่ทิ้งขยะที่ นี้อยู่ติดกับแม่น้ำ เพียงมองข้ามแนวต้นไม้ใหญ่ก็ถึงแล้ว ฝั่งคลองที่ไหลลงสู่อ่าว เป็นแหล่งผลิตอาหารทะเลเพื่อเลี้ยงมนุษยชาติ  หากมีการปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำจากที่นี่ ซึ่งมีทั้งขยะรายวันและขยะเก่านาน ค้างปี เก่าหนึ่งปี เก่าหลายปี และเก่าหนึ่งอาทิตย์ที่ยังไม่ได้ดำเนินการฝังกลบเป็นระบบ ที่ยังคงทิ้งเป็นกองภูเขาไว้อย่างนั้น

 

 


ชวนคิด..อย่างมีสติ....คำถามชวนคิด ...นกยางควาย มีชีวิตที่ปกติสุขในแหล่งอาศัยใกล้นาข้าว จับแมลงที่รบกวนข้าวในนา จับกบ/เขียดในนา หรือหากินใกล้กับสัตว์ใหญ่ที่เดินแทะเล็มหญ้า เพื่อจับกินแมลงที่บินออกมาจากการถูกรบกวนขณะที่สัตว์เคลื่อนที่ ..แต่นกยางฝูงนี้กลับละทิ้งชีวิตแบบเดิมมาใช้ชีวิตใหม่ในแหล่งทิ้งขยะเพื่อหา กินหนอนแมลงวันและอื่นๆ ซึ่งไม่ต้องกินอะไรเพิ่มเติมกว่านี้ก็ยังชีพได้เพราะปริมาณหนอนมีมากพอ มองไปทางไหนก็พบพี่หนอน น้องหนอนและญาติๆของหนอนขนาดนั้น  นี่หล่ะหรือ การปรับตัวเพื่อความอยู่รอด หรือหายนะแห่งชีวิต?? (survive or crisis)  คุณภาพชีวิตบนกองขยะที่เป็นผลิตผลของชุมชนเมือง  รวมทั้งนก คน และสิ่งมีชีวิต อื่นๆในระบบนิเวศแห่งนี้


 


ชวนคิด... อย่างมีปัญญา ....สิ่งที่เห็นนั้น.. ต้นกำเนิดของปัญหามาจากกิจกรรมของมนุษย์ (anthropogenic activities) หากจะมุ่งสู่การแก้ปัญหาที่ยั่งยืน ด้วยแนวทางแห่งปัญญา วิเคราะห์ด้วย "ไตรวัฏฏ์" ที่เรียนรู้จากบันทึกของ "จัตุเศรษฐธรรม" กัลยาณมิตรใน G2K ของเรา (ขอบคุณค่ะ) http://www.gotoknow.org/blogs/posts/497831ลองนำมาประยุกต์ทำความเข้าใจกรณีนี้ (หากเข้าใจไม่ถูกต้องก็น้อมรับการแก้ไขค่ะ)  มองได้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นมาจากวัฒนธรรมที่ส่งเสริมการบริโภคทุกลักษณะ มีความอยาก (กิเลส).. เกิดขึ้น...เป็นเหตุให้สร้างขยะ  และผลต่อเนื่องที่..ตั้งอยู่ ..(กรรม)  หากกระบวนการกำจัดขยะ ไม่ได้รับการตระหนัก และจัดการที่ขาดสุขอนามัย  และผลสุดท้าย...ดับไป.. (วิบาก) เป็นความเสียหายต่อสุขภาพของคน นก สิ่งมีชีวิตอื่นๆ และระบบนิเวศในภาพรวม ..เพราะสิ่งนั้นจึงมีสิ่งนี้...ซึ่งอยู่ร่วมกันตาม..กฎแห่งธรรมชาติ..วงจรนี้ก็หมุนวนต่อเนื่อง...ไม่มีจุดเริ่มต้นและสิ้นสุด..หากจะแก้ปัญหาแบบยั่งยืน ก็ต้องมีกระบวนการอย่างไรตัดวงจรนี้ด้วย ลด ละ เลิก เสริมสร้าง วัฒนธรรมการบริโภคที่เหมาะสม.....

 

ประจักษ์พยานว่า นก..สะท้อนคุณภาพของ คน และ ระบบนิเวศโดยองค์รวม เป็นภาพที่ชัดเจนขึ้น.. หากจะบอกว่า “I’m not rubbish”;-)) อ่านบันทึกเพิ่มเติมได้ที่..http://burongtani.oas.psu.ac.th/blog/737

 

...อยู่รอด ...อยู่ร่วม ฤา... อยู่อย่างมีความหมาย

...ชีวิตและกฎแห่งธรรมชาติ...



วรรณชไม การถนัด

๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๕

pax vobiscum (๒๑)