คุณจะเห็นธรรม เมื่อลงมือทำ นะคะ หมั่นฝึก หมั่นทำ ขยันทำถี่ ๆ แล้วจะเห็นผลดีชัดกว่า นาน ๆ ทำทีนะคะ

     ช่วงระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา เกิดปรากฎการทางเคมีประหลาดในสมอง ความคิดเปลี่ยนไปแบบตัวเองก็งง  จนทำให้พฤติกรรมตัวเองก็แปลกไปจากเดิมมาก  จนหลายคนรอบข้างที่เห็นเกิดอาการ "ยอมรับไม่ได้" ด้วยความรู้สึกว่าแปลกไปมากมาย  

     หากถามว่ารู้ตัวไหม  รู้ตัวตลอดค่ะ แต่ไม่คิดว่า เราเปลี่ยนเยอะมากเกินไป แค่รู้สึกว่า เยอะธรรมดา ๆ ฮ่าๆๆ  รู้ว่าเยอะ  จนตัวเองยังตกใจกับความรู้สึกนี้ แต่สิ่งที่เปลี่ยนเป็นเรื่องที่ดีมากนะคะ  คล้าย ๆ จะเกิดความรู้สึกไม่ยินดียินร้ายกับสิ่งรอบตัว แต่ไม่ใช่คนไม่มีความรู้สึก รู้สึกทุกอย่าง แต่รู้สึกแบบไม่ขึ้นสูง หรือลงต่ำเกินไปเหมือนก่อน ๆ คือ ทุกข์ก็ยังทุกข์ แต่ทุกข์ไม่นาน  สุขก็สุขแต่สุขแล้วก็วางไม่สุขแบบโลดโผน กระโดดโลดเต้นเหมือนแต่ก่อน  

      คือแต่ก่อนคนรอบข้างจะเห็นเราแสดงอาการต่าง ๆ แบบไม่่ขาว ก็ดำ แค่นั้น พอมันกลาง ๆ ไม่ขาวไม่ดำ มันก็แปลก  แต่ที่แปลกกว่า คือหลายคนรอบข้างมองเราว่า เรา "ทุกข์" แต่เก็บกดเอาไว้ฮ่าๆๆ บ้างก็ว่ากลายเป็นคน "ไร้ความรู้สึก ไร้อารมณ์" เม้าท์ไม่มันเหมือนแต่ก่อน  ส่วนคนใกล้ตัวที่สุด คือสามียิ่งแปลกเกิดอาการต่อต้านกับความเป็นตัวเราในปัจจุบัน ทั้ง ๆ ที่ดีขึ้น แต่ทำไม "รับไม่ได้"  พอมานั่งเงียบ ๆ สงบ ๆ นั่งทบทวนทุก ๆ ความรู้สึกของตัวเราเอง สอบอารมณ์ตัวเองว่า ณ ตอนนี้เราทุกข์ เราไร้อารมณ์ ไร้ความรู้สึกจริงหรือ เรากำำลังโกหก หลอกตัวเองจริงหรือ

     คำตอบที่ตัวเองมานั่งคิด ขณะจิตสงบ คือ เราแค่กลายเป็นคนที่มองเห็นโลกตามความเป็นจริง และการเป็นแบบนี้ทำให้เรารู้สึก สุข แบบสงบ ๆ มากกว่าความคิดเดิม ๆ ของเราเมื่อก่อนนี้มากมายนัก  เราปกติดีทุก ๆ อย่าง แต่คนที่เห็นต่าง เขามองว่าเราผิดปกติไปเอง 

     คนรอบตัวเกิดความทุกข์ ไม่ใช่จากตัวเรา แต่จากใจเขาเอง ความคิดเขาเอง เขารับไม่ได้ที่เราแปลกแยกแตกต่่าง คงต้องให้เวลากันสักระยะ พวกเขาเหล่านั้นคงจะเข้าใจมากขึ้น ยอมเราในแบบที่เป็นตัวเราขณะนี้ได้มากขึ้น บางรายเข้าขั้นเ็ป็นห่วงมากมาย ขอว่า"อย่าเหนื่อยเปลี่ยนตัวเองขนาดนี้เลย" เขาบอกว่าไม่เห็นความสุขที่เราเคยมีอยู่เลย  คำตอบที่เราบอกเขาไปคือ เราไม่รู้สึกอะไรเลย ไม่ได้เหนื่อย มีความสุขมากขึ้นด้วยซ้ำ แต่มัีนสุขแบบสงบ ถึงอธิบายไปเขาก็ไม่เชื่อ และอาจไม่เข้าใจ เพราะใจเขาอาจไม่เคยสัีมผัสกับความสุขแบบนี้  บางรายก็บอกว่าไม่ "สนุก" เลยที่เราเป็นแบบนี้มันขาดรสชาติชีวิตเราตอนนี้คงจะ "จืด"มากสำหรับเขา แต่สำหรับเรา ณ ตอนนี้ เป็นอะไรที่ดีที่สุด  

     มีการอธิบายความคิดเหล่านี้ออกมาในแนวจิตวิทยา แต่สำหรับตัวเองเข้าใจได้แบบไม่ต้องอาศัยหลักจิตวิทยามากนัก เพราะเข้าใจแบบที่ใช้ใจไปรู้เอง อาจไม่ได้เข้าใจได้ถ่องแท้ แต่คิดว่าพอจะเข้าใจ  หลงไปวูบนึงที่มีคนทักหลาย ๆ คนในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน เกิดอาการแปลกใจ เอ๊ะใจ พลอยเกิดความสงสัยตามไปด้วย เลยหันมาตั้งคำถามให้กับตัวเองอย่้างที่กล่าวมา

     สิ่งที่ทำให้ช่วงเวลาก่อนที่ชีวิตจะพลิกเร็วขนาดนั้น มีสิ่งหนึ่งที่ทำแปลกไปจากเดิม คือ ช่วงก่อนหน้าไม่รู้เป็นอะไร ตื่นเองประมาณตี 4 กว่า ๆ แล้วก็ไม่รู้จะทำอะไรนอนต่อก็ไม่หลัีบ เลยมานั่งสวดมนต์ นั่งสมาธิ ทำแทบทุกเช้า ช่วงนั้น เดินจงกรม(แบบคิดเองด้วยนะไม่มีครูฮ่าๆๆ) สวดมนต์ไม่เยอะมาก แต่นั่งสมาธิได้นานขึ้น เลยเห็นผลชัดว่า "การทำสมาธิ" ช่้วยสร้างสติและปัญญาให้เราได้มากอย่างที่ไม่ต้องเหนื่อยทำอะไรเลย แค่นั่งเฉย ๆ นิ่ง ๆ ดูลมหายใจ ดูอาการของกาย ใจตัวเอง

     ทุกอย่างที่ทำล้วนอยู่ในขึ้นเริ่มต้นไม่นานนะคะ  นี่ขนาดเพิ่งเริ่มต้น ชีวิตยังดีขึ้นมาก แล้วทำไมหลายคนถึงมองข้ามการฝึกสติ การสวดมนต เจริญสมาธิเนอะ ที่พิมพ์มาทั้งหมด เพราะอยากชวนให้หลาย ๆ คนหันกลับมาออกกำลังใจกันมาก ๆ ออกแต่กำลังกาย กำลังสมอง เหนื่อย ล้า ได้อะไรก็ไม่เยอะเท่านี้เลย ลองดูนะคะ ไม่ยาก ไม่ต้องลงทุนอะไรเลย แค่นั่งหลับตาและดูลมหายใจตัวเอง ฝากไว้สำหรับหลาย ๆ คนที่แค่ฝึกสติ และสวดมนต์เฉย ๆ   

      สำหรับใครในที่ชีวิตยังไม่เคยคิดจะฝึกสติ สวดมนต์ นั่งสมาธิเลย อยากชวนให้ลองทำกันดู  หรือใครที่แค่คิดๆๆ แต่ยังไม่ทำ คิดแล้วทำเลยนะคะ อย่ามัวแต่รอเวลา ว่าจะ ๆๆ แล้วก็ว่าจะทำไปเรื่อย ๆ ไม่ลงมือทำสักที 

      คุณจะเห็นธรรม เมื่อลงมือทำ นะคะ   หมั่นฝึก หมั่นทำ ขยันทำถี่ ๆ แล้วจะเห็นผลดีชัดกว่า นาน ๆ ทำทีนะคะ (แม่ดาวเนี้ยก็อย่างหลัง แค่ช่วงก่อนหน้าที่เห็นผลทำถี่ ๆ )