เชื่อเถอะสักวัน เราก็ต้องได้เกื้อหนุนจุนเจือกันจนได้

  สถานีอนามัยไม่ว่าสมัยไหนก็เหมือนอยู่นอกสายตาของคนบางกลุ่มในหมู่บ้านนั้นเสมอ อาจเป็นเพราะหลักสูตรของเราเรียนได้แค่ใบประกาศนียบััตร ไม่ได้้จบปริญญาตรี เป็นหมอที่ไม่ใช่แพทย์ บางคนก็ไม่เรียกเราว่าหมอ อาจเรียกพยาบาล หรือผดุงครรภ์. หรือเจ้าหน้าที่อนามัย ก็ได้ทั้งนั้น และนั่นก็เป็นตัวตนที่แท้จริงของพวกเรา ที่ชาวบ้านเรียกหมอ คงแค่หมายความถึงคนที่รักษาเขาได้ในยามเจ็บไข้ ช่วยเหลือแนะนำงานทางด้านสุขภาพได้

  และกลุ่มที่กล่าวมานี้ ก็ไม่ค่อยมารักษาหรือพึ่งพาสถานีอนามัย เพราะเขามีเงินพอที่จะขับรถออกจากหมู่บ้านไปไกลๆ เพื่อรักษากันที่โรงพยาบาลเอกชน หรือคลินิกที่มีชื่อเสียง บางคนก็ไปรักษาถึงกรุงเทพก็มี ทั้งนี้หมายเฉพาะคนในครอบครัว ส่วนที่ส่งมาสถานีอนามัยรักษากันประจำก็คือคนงานทั้งหลาย ทั้งไทยและต่างด้าว ส่วนมากก็อาการหนักๆทั้งนั้น แต่ก็ยินยอมให้หมออนามัยรักษา เป็นเช่นนี้เรื่อยมา

  ดังนั้นแม้หมออนามัยจะได้ดูแลรักษาคนเกือบทั้งหมู่บ้าน แต่การจะขอความร่วมมือ ขอสนับสนุนสิ่งที่ขาดเหลือจึงเป็นไปได้บ้างเล็กๆน้อย ๆอาจมีการทอดผ้าป่าบ้าง เพื่อปรับปรุงอาคาร ไว้ซื้อผ้าห่ม เสื่อหมอน พัดลมไว้ใช้กับคนไข้ที่มานอนรักษาบาง ส่วนคนที่มีฐานะดี เราเองก็ไม่ค่อยกล้าไปขอบริจาค เกรงใจ

 บ่ายวันหนึ่ง มีรถกระบะ วิ่งเข้ามาที่สถานีอนามัยอย่างเร่งรีบ พอรถจอดสนิท คนขับก็กุลีกุจอ ร้องเรียกหมอไป พร้อมเปิดประตูรถอุ้มร่างชายชราที่ผอมแห้ง แต่มีอาการหอบจนตัวโยน แทบจะขาดใจ. ช่วยเตี่ยด้วยครับ หอบจนหายใจจะไม่ออกอยู่แล้ว ถ้าเอาไปโรงพยาบาล กลัวจะไม่ทัน. พอนำคนไข้นอนที่เตียงเสร็จ  ก็ได้ให้ยาขยายหลอดลมไปหนึ่งเข็ม สักพักคนไข้ก็มีอาการทุเลา รู้สึกตัว และหายใจเป็นปกติขึ้น. 

  คนไข้คนนั้น เป็นพ่อของคนมีฐานะในหมู่บ้าน อยู่ในกลุ่มยกเว้นการมาสถานีอนามัย ระหว่างที่รอพ่อพักอยู่นั้น เขาก็เดินสำรวจสถานีอนามัยอย่างถ้วนถี่ คงรู้สึกว่ารู้จักสถานีอนามัยของชุมชนน้อยไป เพราะทุกครั้งก็แค่เอาคนงานมารักษา บางครั้งที่เจ็บหนัก ก็ทิ้งไว้หลายวันค่อยมารับ จะมานั่งรอ แบบนี้ยังไม่เคย

    ก่อนกลับบ้านวันนั้น เขาบอกว่า ที่นี่รักษาคนไข้ฉุกเฉินได้ด้วยเนาะ ขาดเครื่องมืออะไรอีกไหม ก็บอกไปว่าที่จริงอยากได้มากคือ ออกซิเจน และเครื่องช่วยหายใจ อย่าที่คุณตามาวันนี้ ถ้าเรามีอ๊อกซิเจน ก็คงช่วยไม่ให้คุณตาเหนื่อยมาก ขณะรอยาออกฤทธิ์

  เขาพยักหน้าเงียบๆ ขณะนั้นมีคนไข้นอนอออยู่เต็มอนามัยด้วย เขากวาดสายตาไปทั่วๆอีกครั้ง แล้วก็ลากลับ บอกพรุ่งนี้จะพาพ่อไปเช็คร่างกายที่โรงพยาบาลอีกที

   เวลาผ่านไปราวๆหนึ่งสัปดาห์ เถ้าแก่คนนั้นก็กลับมาอีก   คราวนี้กลับมาพร้อมชุดให้ออกซิเจน ๑ ชุด บอกว่าเขาซื้อไว้ให้เตี่ย ๑. ชุด แล้วเลยนึกถึงอนามัย เลยซื้อชุดเครื่องช่วยหายใจและอ๊อกซิเจนมาให้อีกชุด

   หลังจากวันนั้น ผู้เขียนจำได้ว่าได้ใช้ชุดเครื่องช่วยหายใจปั้มส่งคนไข้ไปส่งโรงพยาบาลด้วย และต่อมาเถ้าแก่คนนี้ ก็ได้บริจาค สร้างเรือนพักคนไข้ ต่อจากอาคารออกไปด้านหลัง ช่วยให้มีที่พักเพิ่มเติมอีกพอประมาณ

     เป็นประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้ว่า คนในสังคมเดียวกัน แม้จะมีความแตกต่างกันบ้าง ทำให้เหมือนอยู่คนละฟากฟ้า แต่เชื่อเถอะสักวัน เราก็จะต้องได้เกื้อหนุนจุนเจือกันจนได้ แล้วเราก็จะพบว่า ใต้ขอบฟ้าเดียวกันนี้ ไม่ได้กว้างไกลสักเท่าไหร่เลย