วันหนึ่งครูอ้อยมีโอกาสขึ้นทางด่วนสายหนึ่งในกรุงเทพฯ ฝนตกพอดีด้วยพายุใหญ่ ฟ้าปิดสนิท ลมแรง บนถนนทางด่วน รถยนต์ทุกคันเปิดไฟหน้า ไฟฉุกเฉิน ที่อาจทำให้คนอื่นรู้ว่า เราคนขับยวดยานกำลังระวังภัยที่จะเกิดอยู่
*****
ครูอ้อยต้องลดความเร็วลง ไม่พยายามที่จะเปลี่ยนเลน แต่ในจังหวะบางตอนบนถนนครูอ้อยต้องเปลี่ยนเลนในการเดินทาง ไฟเลี้ยวที่ต้องใช้ ความเร็วพอประมาณ รอบคอบ ตาต้องดีเสมอ ในขณะที่รถจะเปลี่ยนเลน .....ใจคอไม่ดีเลย
*****
อยากจะนำพารถ ชิดซ้ายเพื่อจอดรอให้ฝนให้หยุดก่อน คิดเหมือนกันว่า ทำไมรถคันอื่นเขาไม่จอดนะ เราจะได้จอดบ้าง แต่ทุกคันเขารีบกระมัง เพราะที่นี่คือ.....ทางด่วน
*****
ครูอ้อยจึงต้อง เคลื่อนไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ตามๆเขาไป ตาก็คอยมองป้ายไปด้วยว่าถึงไหนแล้ว จะเลยไปที่อื่นอีกไหม แต่ไม่นะ เราต้องพยายามกลับบ้านให้ได้ แต่พอถึงทางเบี่ยง ครูอ้อยก็ใจหาย เพราะ รถมาด้านหลังเร็วมาก และ ปาดซ้ายปาดขวา.....นี่ไง เราระวังแทบแย่ เขามาแบบนี้ล่ะ อุับัติเหตุถึงได้เกิดขึ้นได้
*****
ฝนเทลงมาแบบเท ตามชื่อของฝนเท ช่างหนาแน่น รถวิ่งไปบนน้ำที่ระบายไปไม่ทัน น้ำแตกกระจายไปตามล้อที่เหยียบกระเซ็นใส่หน้ารถกันเพิ่มความอันตรายให้แก่ผู้ขับขี่ยวดยานอีก.....เกร็งแบบนี้อีกนาน
*****
อ้าวเกร็งจนเป็นตะคริว ขาข้างขวาด้วยที่เหยียบคันเร่ง อ้าวอ้าว ขึ้นมาทันที เอาล่ะสิ ข่มใจ ให้เท้าไม่เกร็ง จะจอดก็ไม่ได้ เจ้าไอรถออกมาอีก เปิดไฟตัดหมอก ก็ใช้เฉพาะกระจกหลัง กระจกข้าง เป็นไอมองอะไรไม่เห็นอีก.....ครูอ้อยตกอยู่ในภาวะแบบสับสนนานพอสมควร
*****
และแล้วก็ถึงทางลงตรงไปบ้าน อ้าว รถติดอีก ต้องค่อยๆเคลื่อนตัว ไปบนถนนที่ผ่านย่านคนมาจับจ่ายซื้อของที่เรียกว่า.....เจเจมอล รอกันอีก ทั้งรถรอคน แท็กซี่ ตุ๊กตุ๊ก และคนข้ามถนน......ต้องเสี่ยงไปพร้อมกับเขา ไปตลอดทางเลย แต่ก็กลับบ้านได้โดยปลอดภัย
ขอบคุณมากค่ะ หมอปัทมา
ป..
เฮ้อ!โล่งใจไปพี่สาวเดินทางปลอดภัยค่ะ อิๆ
ขับขี่ในระหว่างฝนตกหนักเคยเจอเหมือนครูอ้อยน่ะครับ คืออยากจอดแต่ไม่มีเพื่อน ขับต่อก็มองทางไม่ชัดเจน อันตรายครับ ผู้รู้ท่านใดมีวิธีแนะนำด้วยครับ ขอบคุณครับ
มาอ่านบันทึกดี ด้วยความคิดถึง