"คนเรามักจะติดกับตัวเอง หากไม่เปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง ชีวิตก็จะเป็นเช่นเดิม"

          "หนูโง่ขนาดนั้นเลยหรือคะอาจารย์"

คำพูดสั่นเครือ พร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม

 

การสอบครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง นั่นหมายถึงว่าครั้งหน้าเป็นครั้งสุดท้าย สอบไม่ผ่าน ก็ต้องพ้นสภาพการเป็นนักศึกษาปริญญาเอกโครงการสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 

อาจารย์ผู้เป็นกรรมการพิจารณาตัดสินไม่สามารถปลอบใจอะไรมากไปกว่านี้ได้ เพียงบอกว่าให้ไปทุ่มเทมาใหม่

 

"คุณไม่สามารถทำให้อาจารย์เชื่อได้ว่าคุณมีศักยภาพพอที่จะนำวิชาความรู้ที่ศึกษามาไปพัฒนาเป็นหัวข้อวิทยานิพนธ์ได้ โดยเฉพาะการบูรณาการศาสตร์ ๓ ศาสตร์ขึ้นไปเพื่อสร้างคุณูปการให้กับสังคม"

 

อาจารย์พูดเสร็จก็ขอตัวไปประชุมที่อื่นต่อ

 

 

หลังจากน้องเขาออกมาจากห้อง น้องเขาก็วิ่งเข้าห้องน้ำไปปล่อยโฮ ข้าพเจ้าได้แต่ยืนรอจนน้องออกมา และพาไปทานน้ำชากาแฟข้างมหาวิทยาลัย พร้อมกับน้องอีกสองคนที่สอบผ่านแล้ว

 

รอ...จนน้องรู้สึกดีพอที่จะเปิดใจรับฟังความจริง...ข้าพเจ้าจึงได้พูด

"พี่ทราบแต่แรกแล้วว่าน้องจะสอบไม่ได้ ไม่ใช่น้องโง่ แต่เพราะน้องขาด "Passion" ที่จะเป็นแรงขับในการทุ่มเทเพื่อการเรียน"

 

น้องเขาเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง และไม่ยอมลาเพื่อศึกษาต่อระดับปริญญาเอก น้องคิดว่าจะแบ่งและจัดการเวลาได้ เพราะพี่คนนี้ทำให้เห็นว่า "งานหลายด้านจัดการได้พร้อมทั้งการศึกษาต่อระดับปริญญาเอก"

  

ข้าพเจ้าศึกษา Enneagram ทราบ "ลักษณ์" ของน้อง แต่พูดอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้ ทำได้เพียงแค่สะท้อนให้เขายอมรับ "ข้ออ่อนด้อย" ของตนเองโดยไม่ได้ตัดสินว่าสิ่งนั้นผิดหรือถูก

"คนเรามักจะติดกับตัวเอง หากไม่เปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง ชีวิตก็จะเป็นเช่นเดิม"

ขออภัยจริง ๆ แม้ว่าข้าพเจ้าจะเป็นกระบวนกรอบรมกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการรู้ตัวเพื่อการพัฒนาจิต แต่ก็มีพื้นฐานของการเป็นนักกฎหมาย วิธีการปลอบใจมีแค่สองอย่าง

 

"ไม่พูดอะไรเลย อยู่เคียงข้าง รอจนน้องต้องการความช่วยเหลือไม่ว่าทางใดก็ตาม" กับ

"พอจะทราบว่าพูดตรง ๆ กับใครได้ ก็จะพูด"

 

                          

ความอ่อนโยนทางอารมณ์ของคนเราไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน ใส่ใจ เข้าใจ แต่ไม่อาจสื่ออารมณ์โดยตรงได้ทั้งหมด ความจริงใจสื่อสารกันผ่านระยะเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

 

หลังจากข้าพเจ้าสะท้อนตัวตนให้น้องเขาฟัง ซึ่งเขาก็ยอมรับโดยดุษฎี เพราะมีตัวอย่างของความเป็นเขาประกอบคำอธิบายอย่างชัดเจน  จากนั้นก็ให้การบ้านน้องเขาไปทำกับตัวเอง

 

การเปลี่ยนแปลงตัวเอง เริ่มจากการยอมรับความจริงบางอย่างในตัวเอง แต่ละคนมีความจริงของตัวตนที่จะต้องเข้าใจและยอมรับไม่เหมือนกัน  ข้าพเจ้าไม่สามารถอธิบายในที่นี้ได้ทั้งหมด เรื่องบางเรื่องเหมาะสมแก่การที่จะพบหน้าและพูดคุยเล่าเรื่องกันในวงที่มีความสนิทสนมพอสมควร

 

สิ่งที่น้องเขาได้เรียนรู้คือ "ความตะกละ" ที่จะทำอะไรหลายอย่างในเวลาเดียวกัน น้องเป็นอาจารย์ เป็นนักศึกษาปริญญาเอก และรับงานวิจัย  กลไกทางจิตของน้องเขาคือ "การหาเหตุผลให้กับตนเอง" ในสิ่งที่ตนทำอยู่เสมอ  ประเด็นนี้น้องยอมรับเองว่า "หนูชอบสร้างความชอบธรรมให้กับการกระทำของตนเอง ใช่การหาเหตุผลให้กับตนเอง (rationalization) ใช่หรือไม่" น้องเข้าใจตัวเองขึ้นเป็นลำดับ

 

ข้าพเจ้าให้กำลังใจว่ากลไกทางจิตไม่ใช่เรื่องเสียหาย ข้อดึคือน้องสามารถนั่งฟังพี่พูดได้ทั้งที่ผ่านข่าวร้ายมาหยก ๆ ขณะที่เคยมีกรณีพี่คนหนึ่งสอบไม่ผ่าน หนีกลับบ้านไปเลย น้องมักจะใช้เหตุผลแทนที่อารมณ์เศร้าโศกได้ในเวลารวดเร็ว

 

ส่วนข้อเสียก็คือการหาเหตุผลเข้าข้างตนเองจะทำงานเมื่อเกิดความต้องการเสพความสนุกสนาน แล้วเก็บเรื่องเครียด เรื่องที่ต้องทุ่มเทผูกพันเป็นระยะเวลานาน ๆ ไว้ก่อนเพื่อทำทีหลัง จนในที่สุด "หลงลืมหน้าที่สำคัญ"

 

 

             การบ้านของน้องเขาคือมีสติระลึกรู้ใน "หน้าที่" (Duty)

 

น้องทำงานการสอนหนังสือสำเร็จ เพราะเป็นงานที่ทำแล้วสบายใจมีความสุข และทิ้งงานที่จะต้องอุทิศจริง ๆ ไว้จนบกพร่องต่อหน้าที่ งานอย่างหลังจึงไม่สำเร็จ...

 

 น้องอีกสองคนที่นั่งฟังอยู่ด้วย รู้สึกสนใจอยากเรียนรู้ตัวเองเพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายใน  และขอ "การบ้าน" จากข้าพเจ้า พร้อมทั้งขอนัดเพื่อเจาะลึกโลกทัศน์ภายในที่เรียกว่า "สายธารชีวิต"

Enneagram (นพลักษณ์) จะต้องเรีบนรู้ผ่านการปฏิบัติ

         จึงจะมองเห็นและเปลี่ยนแปลงจากภายในได้

 

 

เมื่อคืนวานนี้ ข้าพเจ้ากลับถึงบ้านดึก รู้สึกพูดมาก...วันนี้ จึงเข้าเงียบ พูดแต่น้อย...

 

                  ขอบพระคุณทุกท่านที่แวะมาเยือนค่ะ

       

ปล. น้องที่เป็นกรณีศึกษาข้างต้นคือ "ลักษณ์ ๗" หากบางท่านที่อ่านแล้ว รู้สึกตัวเองไม่ใช่ ก็เป็นไปได้ว่าคนละลักษณ์กันค่ะ

      

เคยมีกัลยาณมิตรบางท่านถามว่าภาพประกอบแนวนี้คือที่ไหน ตอบว่าคือสถานที่ที่ข้าพเจ้าเคยไปปฏิบัติธรรมมาแล้ว ๓ ครั้งค่ะ

                    

 เก้าอี้ตัวนี้ ข้าพเจ้าใช้นั่งทำความสงบอยู่กับลมหายใจตนเองในช่วงผ่อนคลายหลังจากนั่งสมาธิเป็นเวลานาน