.....หม่อนกินผลจะเป็นคนละชนิดกับหม่อนเลี้ยงไหม.......

 

 

จะว่าเชยก็เชยแหละ......เพราะกินลูกหม่อนมาตั้งนานสองนานตั้งแต่สมัยเด็กนักเรียนเอามาฝากประจำ  รวมทั้งผู้ปกครองเด็กก็มักเก็บมาฝากเสมอๆ ( แม้กระทั่งไวน์หม่อน )  เห็นลูกมันสีสวยและน่ารักเหมือนลูกองุ่นเล็กๆติดกัน  พอชิมดูก็อืมมมมรสชาติใช้ได้  อมเปรี้ยวอมหวานถ้าลูกแก่จัดก็หวาน  ตั้งแต่นั้นมาก็มักจะถามหาอยู่ตลอดเพราะติดใจในรสชาติ ( ยังไม่รู้ถึงคุณประโยชน์ )





    จนกระทั่ง........รู้คุณค่าของมันเมื่อตระกูล "เบอรี่ "  ทั้งหลายดังเปรี้ยงปร้างจากการทดลองวิจัยของชาวตะวันตกก่อนแล้วชาวตะวันออกอย่างพวกเราถึงได้เห่อตามเขา  คุณประโยชน์ของมันมีมากมายอย่างเหลือเชื่อ  คุณค่าทางโภชนาการสูงพลอยทำให้ราคาสูงไปด้วย




ลูกหม่อนมีชื่อเป็นทางการว่า " มัลเบอร์รี่ "  เป็นหม่อนกินผลซึ่งเป็นคนละชนิดกับหม่อนที่เขานำไปเลี้ยงไหม  เป็นพืชที่ปลูกง่ายไม่ต้องดูแลทุกวันเหมือนหม่อนเลี้ยงไหม  ไม่ต้องใช้สารเคมี  ให้ผลผลิตสูงแถมราคาดีอีกต่างหากจึงเป็นพืชเศรษฐกิจที่น่าสนใจมาก



ปัจจุบันจึงมีชาวบ้านปลูกกันมากโดยเฉพาะบนดอยสูงและตามโครงการหลวงต่างๆ  สามารถนำมาแปรรูปได้หลายอย่างเช่น ไวน์ น้ำมัลเบอร์รี่ของดอยคำ  อบแห้ง  แยม  รวมถึงไอศกรีม  สร้างรายได้ให้ชาวบ้านปีละหลายตังค์เลยทีเดียว




รู้อย่างนี้แล้วจึงกลายเป็นคนทันสมัยไปแล้ว  เพราะได้กินผลไม้ตระกูล "เบอร์รี่ "  ก่อนที่มันจะดังและขายได้ราคา  เสียอย่างเดียวคือถ้าหากกินสดๆสีม่วงของมันจะติดมือติดปากเช่นเดียวกับกินลูกหว้านั่นเชียว.......

 

 

 

ขอบคุณภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต