วันนี้มีงานเลี้ยงค่ะ แต่หนูตั้งใจดูใจ
ณ ขณะที่ใครๆไปกินข้าวเย็น
หนูไปวิ่งขึ้นลงเขาหน้าโรงแรมริมทะเล
พอฟ้่ามืดก็เคลื่อนกายสู่ฟิสเนส
เหมือนที่ครูเคยเอ่ยไว้เลย
"ใช้ชีวิตสวนกระแส"
วิ่งเสร็จต้องเดินเข้าไปเอากุญแจกับพี่ีรูมเมทที่งานเลี้ยง ยิ้มทักทายพี่ๆที่ชวนทานข้าว ใจหนูก็มีแว๊บจะนั่งลงทานทั้งเปียกๆ แต่ก็ใช้การ
"ข่มใจ"
อย่างที่ครูสอนไว้ค่ะ
รับกุญแจแล้วก็ก้าวออกมาเข้าห้องพักกายพักใจ เขียนบันทึกพี่ๆกลับห้องกับแล้วหนูสำรวจใจตนเองที่ยังดิ้นกับงานเลี้ยง จึงทดลองกับตนเองโทรหาพี่อีกคนตรวจสอบว่า
"เลิกรึยัง"
ทราบว่าเหลือไม่กี่คนจึงตัดสินใจทดลองลงไปพี่ผู้จัดพอเห็นก็รีบมาเรียกให้ร้องเพลงร่วมรำ ตอนนั้นเห็นว่าเหลือ 2 เพลงจะปิด
แรกๆใจก็สบายๆ ไม่ดิ้น แม้กายจะปรบมือ
ยกรำแต่ใจไม่สะเทือนค่ะ
แต่พอเพลงที่สอง
ใจเริ่มมีสะเทือนเพราะเริ่มร้องเองได้เห็นว่า
ใจยังหวั่นไหวกับเสียงเพลง
พอจบก็แยกกันไป
ขอมานั่งมุมสงบริมระเบียงโรงแรมทบทวนตนเองการเรียนรู้
. สำคัญกว่าการวิ่งหลบหรือวิ่งหนี แต่ต้องทำอย่างมีสติและมีชั้นเชิง