๑. ชื่อ
๑.๑ ชื่อท้องถิ่น เท้ายายม่อม
๑.๒ ชื่อภาษาอังกฤษ ARROWROOT
๑.๓ ชื่อวิทยาศาสตร์ Tacca leontopetaloides (L.) Kuntze. อยู่ในวงศ์ Taccaceae
๒. ลักษณะทั่วไป เท้ายายม่อมเป็นพืชล้มลุกข้ามปีมีหัวกลม แบน คล้ายซาลาเปาอยู่ใต้ดิน มีกาบใบยาวเหนือดินคล้ายพวกว่าน และสาคู แต่ใบมีสามแฉกและมีขอบใบหยัก คล้ายมะละกอ ต้นสูงประมาณ ๓๐ – ๑๕๐ เซนติเมตร มีก้านดอกยาวขึ้นมาจากดิน ดอกเป็นกลุ่มมีเส้นยาวย้อยคล้ายหนวดแมวหลายเส้นดูสวยงาม เมื่อเข้าฤดูฝนประมาณเดือนพฤษภาคม – มิถุนายนบริเวณที่เคยมีหัวเท้ายายม่อมอยู่ จะมีต้นเท้ายายม่อมแตกใบ และออกดอกให้เห็น พอหมดฤดูฝนดอกจะแก่ใบจะเหี่ยวแห้งไป ชาวบ้านจะขุดเอาหัวในช่วงที่ต้นแห้งและเห็นร่องรอยว่าอยู่ที่ใด โดยจะนำหัวใหญ่ได้ขนาด (ประมาณลูกปิงปอง)ไปทำแป้ง ส่วนหัวเล็กๆก็ปล่อยไว้ให้งอกในฤดูต่อไป
๓. ราก เท้ายายม่อมมีระบบรากแบบรากฝอย
๔. ต้น มีต้นเป็นปล้องอยู่ใต้ดินประมาณ ๒ ปล้อง ถัดไปเป็นส่วนต้นใต้ดินที่สะสมอาหารเป็นส่วนที่ขยายตัวพองออกคล้ายซาลาเปา ส่วนนี้มองไม่เห็นปล้อง เช่นเดียวกับมันเทศ และมันฝรั่ง
๕. ใบ เหนือดินถัดจากตำต้นเป็นกาบใบ ยาวขึ้นไปประมาณ ๓๐-๑๕๐ เซนติเมตร แล้วเป็นใบซึ่งเป็นแฉก ๓ แฉก ขอบใบหยักคล้ายมะละกอ
๖. ดอก ก้านดอกของเท้ายายม่อมยาวขึ้นมาจากดินสูงกว่าใบแล้วมีดอกเป็นกลุ่มมีเส้นคล้ายหนวดแมว ในดอกหนึ่งจะมีผลหลายผลแต่ละผลมีเมล็ดจำนวนมาก
๗. หัว เป็นลำต้นสะสมอาหาร จากหัวหนึ่งมีต้นเป็นไหลแตกออกไปมีหัวได้อีก หัวแรกมีขนาดใหญ่ ส่วนหัวต่อๆไปมีขนาดเล็กลง
๘. แหล่งปลูกเท้ายายม่อม ในอดีตเขตเทศบาลเมืองอ่างศิลามีต้นเท้ายายม่อมขึ้นอยู่ทั่วไป แต่ต่อมามีการใช้แป้งจากพืชอื่นมากขึ้นโดยเฉพาะแป้งมันสำปะหลังซึ่งมีการผลิตจากโรงงานทำให้ใช้ได้สะดวกขึ้น ทำให้คนใช้แป้งเท้ายายม่อมน้อยลง จนกระทั่งปัจจุบันมีต้นเท้ายายม่อมเหลือน้อยมากแล้ว คงเหลือแต่คนที่มีความผูกพันกับการทำขนมในงานประจำปีของวัดที่ยังคงทำแป้งเท้ายายม่อมไว้ขายหรือถวายวัด และกลุ่มที่พยายามอนุรักษ์เท้ายายม่อมมิให้สูญพันธุ์ บริเวณที่มีต้นเท้ายายม่อมเหลืออยู่เป็นกลุ่มได้แก่ หมู่ที่ ๔และหมู่ที่ ๖ ตำบลเสม็ด และหมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๖ และหมู่ที่ ๗ ตำบลบ้านปึก นอกจากนี้ก็ยังมีกระจายอยู่ตามบ้านนักอนุรักษ์เท้ายายม่อมอีกหลายบ้าน
๙. การปลูกและดูแลรักษา เมื่อเข้าฤดูฝนบริเวณที่มีหัวเท้ายายม่อมจะเริ่มแตกต้น แตกกอ ชาวสวนจะกำจัดวัชพืช แล้วปล่อยให้เติบโตตามธรรมชาติ บางรายอาจตัดดอกออกเพราะเชื่อว่าหากตัดดอกออกจะทำให้หัวโตขึ้น เนื่องจากอาหารถูกนำไปสะสมที่หัวไม่ต้องนำไปเลี้ยงผล
การปลูกอีกวิธีหนึ่งคือการปลูกด้วยเมล็ด โดยนำเมล็ดแก่ไปเพาะและปลูกเหมือนพืชทั่วไป แต่ชาวบ้านไม่นิยมเพราะจะเก็บหัวเอาแป้งได้ต้องใช้เวลาถึง ๓ปี
๑๐. การเก็บเกี่ยว ในฤดูหนาว ลมลง ประมาณ เดือนพฤศจิกายน ธันวาคม เท้ายายม่อมก็เริ่มเหลืองและยุบตัวลง ชาวบ้านจะขุดเอาหัวออก โดยเลือกเอาหัวใหญ่ไปทำแป้ง ส่วนหัวเล็กก็ฝังไว้ให้โตเป็นต้นในปีถัดไป บางรายก็ขุดหัวขึ้นทั้งหมดเอาหัวใหญ่ได้ขนาดไปทำแป้งส่วนหัวเล็กผึ่งลมเก็บไว้ปลูกปีต่อไปโดยเชื่อว่าหากปล่อยไว้ในดินหัวก็จะฝ่อไป