วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2555

กราบสวัสดีค่ะครุ

                เช้านี้ตื่นขึ้นมาที่โซฟาโรงแรมกราบพระแล้วก็ปลุกพี่ ๆเพราะตีห้ากว่าแล้ว วันนี้เราต้องเดินทางจากดอนเมืองไปนครสีธรรมราชเจ้าค่ะ หนูไม่ได้วิ่งตอนเช้าศีลข้อ 4 ขาด (ลึกๆก็คิดเมื่อไหร่ศีลข้อนี้จะเต็มซะที) บันทึกเมื่อวานไม่ได้เขียน หมองเลยเจ้าค่ะ ทำดีท๊อกอาบน้ำทานข้าวแล้วก็ออกเดินทางตอนอยู่สนานบินพอมีเวลาบ้านจึงนั่งลงเขียนบันทึก แล้วก็ได้เวลาขึ้นเครื่อง ช่วงนี้ไม่แน่ใจว่าเดินทางบ่อยหรืออย่างไร ขึ้นเครื่องหนูก็หลับเจ้าค่ะ ตอนเครื่งลงเหมือนโดนกระชากกรามและฟันช่วงบน ระลึกถึงครูที่เคยให้ข้อมูลว่า “การขึ้นเครื่องบ่อยๆทำให้กระดูกผุง่ายท่าทางจะจริง”

แล้วครูหล่ะ ใช้ทั้งร่างกาย  ใช้ทั้งสติปัญญา ครูจะเหนื่อยขนาดไหน หนักทั้งร่างกายหนักทั้งข้างใน แต่เชื่อว่าใจครูสบายแน่นอนเจ้าค่ะ

                การก้าวเดินบนเส้นทางนี้หนูมีครูเป็นต้นแบบแม้จะเริ่มจากการแค่เลียนแบบข้างนอก แต่ก็เชื่อว่าจะพยายามฝึกฝนอดทนให้งดงามเจริญรอยตามครูให้ได้เจ้าค่ะ

                วันนี้มานครศรีธรรมราชผู้จัดพาไปวักมหาธาตุถวายผ้าห่มพระธาตุ ระหว่างเดินรอบพระธาตุ 3 รอบกลางแดดจ้าหนูตั้งใจกำหนดกับตนเองเดินจงกรม  ความร้อนที่พื้นสัมผัสที่ฝ่าเท้าการก้าวไปความร้อนเข้าไม่ถึงไปภายในใจ ระลึกแว๊บถึงครั้งหนึ่งที่ไปกราบที่พระราชทานเพลิงสรีรสังขารหลวงปู่ขาวอนาลโยกับครู เจ้าค่ะ

                แต่หนูก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า มีความขุ่นปรากฏขึ้นว่า ใช้การมาเที่ยวแอบแฝงในงานประชุมครั้งนี้เมื่อจิตเพ่งโทษศีลข้อหนึ่งหนูก็ด่างพร้อย ได้แต่ถอนหายใจกับตนเองเจ้าค่ะ

                แยกเดินออกมาทำความรู้กับตนเองกราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ระลึกถึงเมื่อ 10 ปีที่แล้วที่มาฝึกงานได้มีโอกาสได้มาสักการะครั้งหนึ่ง นึกย้อนสำรวจไปในใจก็รู้สึกยินดี แล้วก็แว๊บว่า “เหมือนหนังสือที่ครูให้อ่านท่านอาจารย์ประมวลท่านไปอินเดีย เพื่อสักการะดินแดนที่ให้ความรู้ สำรวจเข้าไปในใจตนเอง โอ้ ยังหยาบกระด้างนักเจ้าค่ะครู ความรู้สึกที่ละเอียดลึกซึ้งยังไม่ปรากฏ แต่ก็น้อมรับความจริงในจิตแล้วก็อธิษฐานว่า

“ขอให้ลูกมีจิตใจอ่อนโยน ไม่หยาบกระด้าง ให้ได้เห็นธรรมที่พระตถาคตได้เห็นแล้ว”

แล้วพี่ ๆก็พาไปทานขนมจีนขึ้นชื่อของเมืองนี้ติดตามด้วย ร้านกาแฟโกปิ

แล้วค่อยเดินทางมาโรงแรม ระหว่างทางหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านแล้วได้ แว๊บขึ้นมากับตนเองว่า

“สิ่งที่ครูให้เขียนจดหมายถึงครู ช่างเหมือนการเขียนจดหมายของอาจารย์จริงๆเจ้าค่ะ”

อ่านมาตั้งนานพึ่งมาคิดได้ แล้วก็รู้สึกขำตนเอง ตั้ง 4 ปี

มาถึงโรงแรมก็เข้าห้องประชุมเล่าประสบการณ์ของพี่ ๆ ที่จะเกษียณอายุ แล้ววันนี้พี่ก้อยก็โทรมาคุยด้วย แปลกจังเลยเจ้าค่ะครู เรื่องราวที่ได้ฟังจากพี่ก้อย บางทีเหมือนหนูเห็นภาพสะท้อนที่คล้ายตนเอง

เหมือนหนูก็มีร่องรอยแห่งชีวิตคล้าย ๆ ท่าน อย่างบอกไม่ถูก

แต่ก็มีอะไรต่างมากอยู่เจ้าค่ะ

เรื่องครูบาอาจารย์ ท่านมีหลายองค์

แต่สำหรับหนู ครูบาอาจารย์ที่หนูเชื่อ ณ ขณะนี้ คือ ครู

ท่านอื่น ๆ หนูก็เคารพเจ้าค่ะ แต่หนูก็อธิบายไม่ถูก

คำพูดของพี่ก้อยทำให้หนูได้สำรวจศรัทธาในตนเอง สำรวจความเชื่อมั่นในครูกับตนเอง

ระลึกขึ้นมาที่ครูเอ่ยว่า “เชื่อมั่นกับยึดมั่น ต่างกันแต่คล้ายกัน”

หนูรู้สึกว่า “หนูเชื่อมั่นในครูเจ้าค่ะ และมั่นใจว่าเส้นทางนี้ครูนำพาหนูได้”

เย็นๆเลิกประชุม วิ่งขึ้นลงเขา ริมทะเลอากาศดี เงียบ แต่พอฟ้ามืดใจก็รู้สึกว่า “อย่าประมาท”

จึงไปที่ฟิตเนส วิ่งออกกำลังกายเปียกอาบเหงื่อรู้สึกสบายกับตนเอง

แล้วก็ไปขอกุญแจเข้าห้องพัก

คืนนี้เป็นคืนที่เงียบสงบริมทะเลเจ้าค่ะครู

ประเมินตนเองคะแนนเต็ม 10 ได้ 6 แม่ขณะที่เขียนภายในก็ไม่นิ่งเย็น ความคิดหนูยังแกว่งอธิบายไม่ถูกเจ้าค่ะ