แม่ของผม
เนื่องด้วยในวันที่ 12 สิงหาคมของทุกปีเป็นวันแม่แห่งชาติซึ่งแม่เป็นผู้ที่มีพระคุณสำหรับเราทุกคนแม่เป็นผู้ให้กำเนิดแม่คือผู้เลี้ยงผู้ให้ชีวิตแก่เรา ดูแลเรายามเราเจ็บป่วย เฝ้าป้อนยาป้อนข้าวให้เราเช็ดตัวให้เราถ้าเราไม่มีแม่เราคงไม่สามารถมีวันนี้ได้ แม่รักลูกทุกๆคน
วันนี้พึ่งมีโอกาสได้ทำบันทึกเกี่ยวกับเรื่องแม่ผมจะอธิบายถึงแม่ของผม ผมชื่อ นาย จักรพงษ์ บุญเทียม ผมมีแม่ซึ่งเป็นแม่ที่ผมรักมากที่สุดก่อนอื่นผมจะขอย้อนไปอธิบายเกี่ยวกับแม่ของผมแม่ผมชื่อนาง พัชรีภรณ์ บุญเทียมในอดีตผมเคยน้อยใจเกี่ยวกับแม่ของผมผมเคยคิดว่าแม่และพ่อไม่รักผมเลยเนื่องจากแม่และพ่อจะเหมือนเอาใจแต่น้องไม่เคยให้ความสำคัญแก่ผมเลยแม่จะดูแลแต่น้องตามใจน้องน้องอยากได้อะไรก็ได้ทำอะไรก็ได้ ส่วนผมอยากทำอะไรก็จะต้องทำตามที่แม่สั่งอยากไปไหน อยากทำอะไรก็ไม่ได้ต้องทำตามที่แม่สั่งเสมอ ชีวิตผมในช่วงนั้นคืออายุประมาณ 12-18 ผมจะต้องเป็นคนรับหน้าที่ทุกอย่างภายในครอบครัวเช่นเมื่อกลับมาจากโรงเรียน ต้องมาทำความสะอาดบ้าน ล้างถ้วยชามแล้วก็เดินทางไปช่วยพ่อกับแม่ให้อาหารไก่ที่ฟาร์มเมื่อผมกลับจากฟาร์มก็ต้องมาหุงข้าวทำอาหารไว้รอพ่อกับแม่ที่กลับมาจากฟาร์ม เมื่อทานข้าวเสร็จก็จะรีบทำการบ้านให้เสร็จก็น่าจะประมาณ 3-4 ทุ่มผมก็จะต้องปั่นจักยานไปนอนเป็นเพื่อนยาย อยู่บ้านยายผมก็จะต้องตื่นแต่ตี 3 เพื่อที่จะมาเข้าฟาร์มกว่าจะทำงานเสร็จก็เช้าแล้วบางวันก็ไปเรียนแอบหลับในห้องโดนครูว่าประจำ บางวันผมน้อยใจมากผมก็แอบร้องให้ซึ่งเป็นเรื่องที่อ่อนแอมาก บางวันผมต้องหนีไปอยู่กับพระอาจารย์ที่วัดเพื่อให้สบายใจขึ้นผมรู้สึกน้อยใจแม่มากที่ภาระหรือหน้าที่ทุกอย่างต้องตกอยู่กับผมโดยที่น้องไม่ได้ทำอะไรแต่ถึงอย่างไรผมก็ยังรักท่านเพราะท่านคือแม่ของผมโดยเฉพาะผมนึกถึงในวัยเด็กของผมตอนผมยังเล็กมากแต่ผมยังจำภาพนั้นได้ดีเลยคือตอนนั้นผมอยู่ประมาณอนุบาล 2 ผมจะโดนเพื่อนแกล้งตลอดว่าพ่อแม่ยากจนถ้าวันไหนที่ผมไม่มีขนมไปโรงเรียนเพื่อนก็จะรังแกผมแม่ไม่มีเงินแม่ก็จะหาเงินมาซื้อขนมให้ผมมาโรงเรียนด้วยมีวันหนึ่งฝนตกหนักมากแม่ไม่มีรถมารับผมกันน้องที่โรงเรียนในตอนเย็นแม่จึงยืมรถสามล้อญาติมารับซึ่งแม่ปั่นสามล้อไม่เป็นฝนก็ตกหนักด้วยพอเดินทางกลับจะมีทางที่ชันมากแล้วแล้วรถเกิดพริกคว่ำแม่กลัวว่าผมกับน้องจะเกิดอันตรายจึงรีบเอาตัวเข้ามารับข้างหน้าสามล้อที่กำลังพริกลงซึ่งวันนั้นผมเห็นแม่เจ็บมาก ทั้งแผล ทั้งช้ำผมก็รู้สึกสงสารท่านมาก อีกตอนอยู่อนุบาล 2 นี่แหละพอดีพ่อสงขนมมาจากกรุงเทพผมดีใจมากกระโดดไปมาพอดีสะดุดล้มกับเสาหัวแตกเลือดเต็มเลยผมกลัวมากแม่ก็จะพาผมขึ้นจักรยานปั่นไปสถานีอนามัยซึ่งแต่ก่อนสถานีอนามัยไกลมากประมาณ 3 กิโลเมตรจากบ้านของผมทางที่ไปก็ไม่ค่อยสะดวกผมรู้สึกเห็นถึงความรักที่แม่มีต่อผมมากเลยครับแต่ก็ตอนโตนี้อีกตอนผมอยู่ปี 2 ที่มหาลัยอีกผมท้องเสียหนักมาก เส้นชักกระตุก แม่เป็นห่วงรีบพาส่งโรงพยาบาลไปถึงโรงพยาบาลหมอตรวจเลือดแล้วบอกว่าเป็นภาวะไตวายเฉียบพลันถ้ามาถึงโรงพยาบาลไม่ทันอาจเสียชีวิตได้ช่วงเวลาที่ผมอยู่ที่โรงพยาบาล 3 วันแม่ดูแลเฝ้าข้างเตียงผมทุกวันเวลาผมหิวข้าวมากๆเนื่องจากกินอะไรไม่ได้จะอาเจียนอยู่อย่างนั้นผมหิวข้าวมากแม่ก็จะไปหากับข้าวมาให้ซึ่งตอนนั้นเวลาหกโมงเย็นร้านขายอาหารก็ปิดร้านกลับบ้านหมอแล้วแม่ต้องเดินไปร้านอาหารที่ไกลจากโรงพยาบาลประมาณ 1 กิโลเมตรแล้วซื้อกลับมาให้ผมกินผมเห็นถึงความเป็นห่วง ความรักที่แม่มีต่อผม ถึงจะดูเหมือนบางครั้งจะดูเหมือนว่าบางครั้งแม่จะไม่รักผมแต่แม่ก็เป็นห่วงผมดูแลผมยามผมป่วย ผมรักแม่ผมมากผมจึงอยากให้แม่ของผมสบายตอนนี้น้องของผมก็แต่งงานมีครอบครัวไปแล้วก็ไม่มาหาแม่อีกเลย เวลาผมกลับบ้านผมก็จะช่วยท่านทำงานทุกอย่างผมจะกลับทุกสัปดาห์กว่าจะกลับมาที่มหาลัยก็วันอาทิตย์ตอนเย็นแต่ถ้าวันไหนพ่อไม่อยู่แล้วจะมีลูกไก่มาลงที่ฟาร์มผมก็จะเปิดกล่องลูกไก่ช่วยแม่ก่อนแล้วเดินทางโดยรถประจำทางกลับมามหาลัยในวันจันทร์บางวันก็เข้าเรียนไม่ทันทุกวันนี้ผมเห็นแม่ผมเหนื่อยมากแล้วผมไม่อยากขอเกินท่านผมก็จะใช้แค่เงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาผมจะไม่ขอท่านผมสงสารที่ท่านลำบากเพื่อผมและน้องมามากแล้วผมจึงไม่อยากทำให้แม่ผิดหวัง
สุดท้ายนี้ผมอยากบอกกับทุกคนว่าอย่าคิดว่าแม่ไม่รักเราที่จริงแล้วแม่ทุกคนรักลูกเท่ากัน แต่อยู่ที่ว่าเราจะรักแม่มากแค่ไหนจะเข้าใจใจท่านไหมสำหรับผมผมได้เข้าใจในตัวแม่ของผมแล้วคือผมเป็นลูกคนโตผมต้องทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้แบ่งเบาภาระของพ่อแม่ซึ่งมาถึงวันนี้ผมพึ่งเข้าใจท่านและผมขอสัญญาเลยว่าผมจะไม่ทำให้ท่านเสียใจและผมจะดูแลแม่ให้มีความสุขและไม่ลำบากอย่างที่แม่เคยลำบากมาผมอยากบอกว่าผมรักแม่มากๆครับ
แม่รักลูกทุกคนนะคะ...แต่อาจแตกต่างกันบ้าง.... ตรงที่...การแสดงออกของแม่แตกต่างไปตาม "สถานะการณ์" นะคะ
ดีใจที่ได้อ่านบทความนี้นะคะ
ขอบคุณบทความดีดี...ที่นำมาแบ่งปัน เล่าสู่กันฟังนะคะ
ขอบคุณสำหรับการอ่านบทความคำแนะนำและข้อคิดเห็นนะครับคุณพี่Somsri ตอนนี้ผมเริ่มเข้าใจในสิ่งที่แม่ทำและให้ผมทำผมจึงรู้สึกดีขึ้น เมื่อวันแม่ที่ฝ่านมาผมได้กราบท่านและกอดท่านบอกรักท่าน
เด็กๆจำนวนมากเวลาคิดว่าพ่อแม่ไม่รัก ก็มักจะพิสูจน์ความรักของพ่อแม่ด้วยการทำตัวแย่ๆแล้วดูว่าท่านยังรักเราอยู่หรือเปล่า แต่เด็กกำพร้าที่เขาไม่มีพ่อแม่ มักจะพยายามทำดีทุกทางเพื่อให้คนมองเห็นคุณค่าและรักเขา ไม่ได้เข้าเรืองเลย แต่ก็อยากบอกเล่า จริงๆคือตอนเด็กๆผมเป็นคนหนึ่งที่ทำอะไรแย่ๆ