พระคุณครู l อานิสงส์การกราบขอขมา

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ได้รับโอกาสจากหลวงปู่พระอาจารย์ครูและแม่แม่ให้โอกาสหนูพาท่านเข้าไปถวาย "พระบรมสารีริกธาติ" หนูได้ร้อยมาลัยมากราบขอขมาหลวงปู่ร่วมกับแม่และน้อวภัสพร้อมกับถวายเทียนพรรษาพอได้เอ่ยสวดขอขมาก้มลงกราบ และรับพรใจรู้สึกโล่งเหมือนเอาก้อนแน่นๆที่มีในใจออกบางส่วน ใจเบาโล่งรับรู้กับตนเองว่า มีปีติค่ะแล้วท่านอื่นๆที่ได้ร่วมอยู่ ณ ตรงนั้นสัมผัสได้ถึงใจที่ อนุโมทนา หนูยังได้แซวกับแม่ขำๆว่า

"พ่อท่านอนโมทนาจากใจแบบแซงทางโค้ง"

แล้วเราก็ร่วมอนุโมทนากันค่ะการขอขมาพระอาจารย์ ท่านนำพา พอได้สวดเป็นการเอ่ยขอขมาจากใจในทุกสิ่งที่เคยมีเคยมีอกุศลต่อท่าน ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ

พอท่านรับคำขอขมา และเอ่ยอโหสิกรรมเหมือนก้อนหนักๆที่กดทับในใจมลายหายไปค่ะ

พอกราบขอขมาแม่ พลาดตรงที่ได้รับโอกาสจากครูแต่ไม่รับแต่ก็ได้รับโอกาสในการร่วมฟังธรรมจากครูเรื่องแม่และพระคุณของแม่ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นดีเสมอพอได้กราบขอขมาครูใจหนูเบิกบานแม้จะมีเขินๆบ้างแต่พิธีกรรมนี้หนูได้ข้อสรุปกับตนเองว่า "พิธีกรรมนี้งดงาม

เป็นการปลดล็อคทางจิตใจ ให้สะดวกเจริญในการขัดเกลาจิตใจ ปฏิบัติภาวนา"อนุโมทนาสาธุกับครูที่เมตตาให้โอกาสได้เรียนรู้ ได้ปฎิบัติขัดเกลาตนเอง ฝึกขอขมาตั้งแต่ใจยังแน่นๆ จนทุกวันนี้เข้าใจและเห็นความงดงามประจักษ์กับตนเอง

 

ปล.บันทึกนี้เป็นความตั้งใจที่จะเขียนและบันทึกในวันที่ 12 ส.ค. 2555 แม้จะล้าช้า ศีลข้อสี่ด่างพร้อย แต่ก็ขอโอกาสและยอมรับทุกสิ่งทั้งปวงเจ้าค่ะ