ธรรมะเอาอยู่


ธรรมะเอาอยู่

 

 

ธรรมะเอาอยู่

บรรยายโดย พระอาจารย์สมณะเพาะพุทธ จนฺทเสฎโฐ (ท่านจันทร์)

วันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา

จัดโดย  สาขาจิตวิทยาและการแนะแนว คณะครุศาสตร์

มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

 

            “ผีเสื้อสวยเพราะมีดอกไม้ ดอกไม้สวยงามเพราะมีผีเสื้อ ในโลกนี้สิ่งต่าง ๆ นานาล้วนอาศัยซึ่งกันและกัน เช่น วันนี้ที่พระอาจารย์ได้รับความสุขอิ่มเอมใจอย่างมากที่นักศึกษาพันกว่าชีวิตที่อยู่ในหอประชุมแห่งนี้ ซึ่งพระอาจารย์มีความสุขจากเหตุการณ์นี้อย่างมาก ถามว่าความสุขนี้เกิดขึ้นจากอะไร เกิดจากความเสียสละในการจัดงานและเกิดจากความเสียสละจากนักศึกษาที่มารวมกันไม่ว่าจะถูกเกณฑ์มา ถูกระบบระเบียบบังคับให้มา ซึ่งในชีวิตใครไม่ถูกบังคับบ้าง คนที่ไม่ถูกเกณฑ์หรือถูกบังคับนั้นไม่มีล้วนถูกเกณฑ์ถูกบังคับอย่างน้อยเราก็ถูกเกณฑ์ถูกบังคับด้วยกรอบกติกาของสังคม อย่างเช่นพระอาจารย์ที่ต้องเดินทางมาที่นี่โดยรถที่ถูกบังคับให้วิ่งทางซ้าย ซึ่งเป็นระเบียบที่ทุกคนต้องปฏิบัติ หากทุกคนเลือกที่จะไปตามใจตน พระอาจารย์ก็อาจไม่ถึงมหาสารคาม หรือเมื่อมีไฟแดงพระอาจารย์ก็ต้องหยุดจะไปฝืนว่า ฉันจะทำอะไรตามใจตนเพราะเป็นเสรีชนไม่ได้ เพราะเรายอมรับว่าสังคมจะต้องมีกฎเกณฑ์กติกา เรายอมรับว่าสิ่งนี้เป็นผลดีต่อเรา เรามีกฎหมายบ้านเมืองเราก็ต้องปฏิบัติตาม ซึ่งจริง ๆ คนที่มีสามัญสำนึกชั้นสูง เขาก็ปฏิบัติตามไม่เบียดเบียนหรือสร้างความเดือดร้อนต่าง ๆ ชีวิตของเราจำเป็นต้องมีกรอบคนทุกคนจำเป็นต้องมีกฎ ชีวิตของเราก็เปรียบเสมือนน้ำหรือใจของเราก็เปรียบเสมือนน้ำ ขวดก็เปรียบเหมือนธรรมะ ธรรมะเอาอยู่หมายความว่า ควบคุมดูแลน้ำให้อยู่ในกรอบ ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์อื่น ๆ ต่อได้ ธรรมะเอาอยู่ประการแรก คือ ลักษณะของการบังคับ การที่เราบังคับตนเองได้ดีที่สุด บังคับตัวใครที่ไหนเล่าบังคับตัวเราจะดีกว่า แต่คนเราก็ไม่สามารถบังคับตนเองได้ทุกครั้งไป เพราะมีบางครั้งก็เหมือนน้ำที่ไม่มีขวด ถ้าไม่มีแก้วก็ยากที่จะให้น้ำเป็นไปตามปรารถนาของเรา เราอาจใช้มือตักน้ำมาดื่มก็อาจไม่เต็มร้อย ถ้าไม่มีใครมาบังคับเรา เราก็จะปล่อยตัวเองเลยตามเลยไม่มีระบบระเบียบในการทำงาน ฉะนั้นคนที่มีลักษณะเป็นผู้นำและประสบความสำเร็จในชีวิตที่แท้จริงจะเป็นคนที่พร้อมจะถูกบังคับถ้าเงื่อนไขในการถูกบังคับนั้นเป็นเรื่องที่ดีและพร้อมที่จะเปลี่ยน ดังเช่นการหัดขี่จักรยามที่เราต้องบังคับให้ไปข้างหน้าและบังคับให้ไปตามทิศทางที่ต้องการ เมื่อเราบังคับจนเคยตัวก็จะพบว่าการขี่จักรยานของเราเป็นเองโดยอัตโนมัติ

            ถ้าเราผ่านกระบวนการบังคับตนเองโดยใช้ธรรมะ ใช้ระเบียบใช้ข้อปฏิบัติอย่างเอาจริงเอาจังเสมอต้นเสมอปลายโดยไม่ต้องเคร่งเครียด อย่างที่ว่า การใช้ชีวิตกินง่าย ๆ อยู่เงียบ ๆ นอนงีบ ๆ ทำงานง่วน ๆ

            กินง่าย ๆ คือ ไม่ใช่กินทุกอย่างที่ขวางหน้าจะอันตราย เรากินเพื่ออยู่ไม่ใช้อยู่เพื่อกินกินเพียงให้ร่างกายดำรงอยู่ ไม่จำเป็นต้องกินซับซ้อน การอยู่เงียบ ๆ ก็คืออยู่อย่างไม่ต้องปรารถนาอย่างอื่นให้วุ่นว่าย ไม่ต้องไปแสวงหาความเด่นดัง นอนงีบ ๆ คือ ไม่นอนมาก นอนแค่ให้ร่างกายซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ทำงานงานง่วน ๆ คือ มีความเพลินเพลินใจกับการทำงาน

            ประเด็นธรรมะเอาอยู่ ประการแรก คือ การถูกบังคับ ถ้าเราอยากจะบังคับตนเองแบบมีความสุขไม่เครียด เราจะต้องมองเห็นประโยชน์ของการบังคับตนเอง และต้องบอกตนเองว่า การบังคับตนเองเป็นการอดทนต่อความทุกข์ระยะสั้นเพื่อความสุขระยะยาว ธรรมะเอาอยู่หมายความว่า ธรรมะสามารถควบคุมชีวิตของเราให้อยู่ได้อย่างดี ถ้าเราเรียนธรรมทางโลกแต่ไม่มีธรรมะมันก็จะนำเราไปสู่ความทุกข์ ความเครียด ความเกลียด ความโกรธ โทษคนนั้นโทษคนนี้ ที่ธรรมะเอาไม่อยู่เพราะเราไม่มองนอกกรอบ เวลามีปัญหา ทุกข์ เครียด ไม่สบายใจใด ๆ ก็แล้วแต่เกิดการเอาไม่อยู่คือ ควบคุมตนไม่ได้ เวลาโกรธก็แสดงความโกรธหัวปักหัวปำ ชีวิตของเรามี 3 Step คือ 1. Start 2. Stand 3. Stop เช่นในขณะที่เรามาฟังบรรยายที่นี่ก็ Start ขณะที่เราฟังอยู่ก็ Stand เมื่อจบบรรยายออกไปข้างนอกก็ Stop อารมณ์มนุษย์เรามี Start Stand Stop การเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ถ้าเราอยากมีชีวิตที่ดี จะคำนึงถึง Step ทั้ง 3 นี้

            ถ้าเราอยากมีชีวิตที่ไม่ผิดหวังจงอย่ากับอะไร วิธีการที่จะทำให้ธรรมเอาอยู่คือ ตั้งเป้าหมายต่ำ ๆ แต่ทำสูง ๆ หรืออยู่อย่างต่ำแต่กระทำสูง ๆ ไม่ต้องตั้งเป้าว่าจะเป็นอะไร แต่ตั้งเป้าว่าวันนี้ฉันอยากขยันให้มากที่สุด คือ ความสำเร็จแต่ละวัน ๆ แต่ละชั่วโมง ๆ เป็นความสำเร็จที่เกิดจากความตั้งใจอย่างแรงกล้าเพื่อนำพาชีวิตเราไปสู่ความสำเร็จสุดยอด ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ไม่มีคำว่าสุดวิสัยสำหรับหัวในที่แน่วแน่ ถ้าเราอยากมีความรู้ จงมีความรัก คือ เราต้องมีความรักในความรู้ รักในการอ่าน รักในการเขียน รักในการฟังสิ่งที่เป็นธรรมะ ความขี้เกียจก่อให้เกิดความสุขระยะสั้นแต่นำมาซึ่งความทุกข์ระยะยาว ถ้าเราอยากประสบความสำเร็จ ต้องมีลักษณะ Open คือการเปิดเป็นคนที่พร้อมจะรับสิ่งดี ๆ พร้อมที่จะเรียนรู้จากคนอื่น โดยที่อาจมีสิ่งไม่ดีเข้ามาในตอนที่เราเปิด แต่เราก็เรียนรู้ได้ในสิ่งที่ไม่ดี ถ้าอยากธรรมะเอาอยู่จงจำไว้ว่า อย่างคบคนชั่วแต่อย่าไปตั้งตัวเป็นศัตรูเป็นวิธีปฏิบัติในการครองชีพ

            ชีวิตของเราแต่ละคน ถ้าเราใช้แบบปล่อยปละละเลยธรรมะเอาไม่อยู่ แต่ถ้าเราใช้ชีวิตแบบปล่อยปละละวาง ธรรมะเอาอยู่ และนำพาเราไม่สู่ความเจริญก้าวหน้าในชีวิตจงอย่าเห็นแก่ความสุขระยะสั้น คนเรามักง่ายจะได้ยากลำบากจะได้ดี ถ้าอยากจะมีชีวิตที่เป็นสุขแบบธรรมะเอาอยู่จงหมั่นพิจารณาตน อย่าไปโทษคนอื่น ไม่ทุกข์ ไม่เครียด ไม่เกลียด ไม่โกรธ เราต้องทำใจ เข้าใจ ยอมรับความจริง อย่าไปเปลี่ยนคนอื่นให้ปรับปรุงตนเองก่อน ชีวิตของเราถ้าอย่างจะธรรมะเอาอยู่ จงปฏิบัติดังต่อไปนี้ จงบังคับตนเอง จงมีศีลอย่างน้อยศีล 5 ในวันธรรมดา ควบคุมตนเองให้อยู่ในกรอบกติกาที่ตนตั้งไว้ตั้งเป้าหมายขึ้นมาและมีความมุ่งมั่นในเป้าหมาย มีความเพียร มีความสำนึกในคุณของผู้มีพระคุณ เราจงยอมที่จะมีทุกข์ระยะสั้นเพื่อความสุขระยะยาวเราเป็นนักศึกษาอย่าคิดว่าห่างไกลจากธรรมะ ธรรมะไม่จำเป็นต้องอยู่ในวัดธรรมะจะอยู่ในทุกที่ที่มีมนุษย์

 

 

 

 

หมายเลขบันทึก: 498478เขียนเมื่อ 13 สิงหาคม 2012 14:41 น. ()แก้ไขเมื่อ 13 สิงหาคม 2012 14:41 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี