ยินดีที่ไม่รู้จักค่ะ คนแปลกหน้าที่รู้สึกคุ้นใจ

มิตรภาพของเราเกิดขึ้นโดยบังเอิญ เราได้รู้จักกันเพราะสถานการณ์พาไป -- การสนทนา พูดคุย กัน เหมือนดังกับว่าเราเคยรู้จักกันมาก่อน เราได้ทำความรู้จักกันในสถานที่ ที่แสดงออกถึงความเป็นตัวตนของเขา...โดยที่เรากลับไม่มีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับตัวเขาเลย

นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้รู้จักกับคนแปลกหน้า แบบที่ไม่ใส่หัวโขน ไม่ต้องมีข้อมูลเบื้องหลังมาสนับสนุนให้เราตัดสินใจที่จะเชื่อ หรือ ไม่เชื่อ ณ เวลานั้น บอกได้แค่ว่า เราใช้ใจนำทางจริงๆ ขนาดชื่อเขา เรายังไม่รู้จักเลย แต่เราก็กลับมีความรู้สึกที่ดีและบอกไม่ถูกจริงๆ ว่าเคยรู้จักคนคนนี้ ที่ไหน --?

แต่เราก็ยินดีที่จะใช้เวลาทั้งวันในการทำความรู้จัก คนแปลกหน้าคนนี้ที่ผ่านเข้ามาโดยบังเอิญ อย่างสนุกสนาน เรารู้แค่ว่าเราได้ไปเดินดูของที่ต้องการจะใช้ แวะไปให้อาหารปลาที่วัด ไปทานก๋วยเตี๋ยว(มีการให้เราเลี้ยงอีกแหน่ะ บอกว่ารีบมากเลยลืมเป๋าตังค์ ฮูย.. ไรเนี่ย ขับรถแพงกว่าเราตั้งสองเท่าครึ่ง อ๊ะ.. ไม่เป็นไรเราเลี้ยงก็ได้) และไปไหว้พระที่วัด ที่เราอยากไป ส่วนเขาก็ไม่เคยไป -- สนุกจังเลย

วันนั้นดูเหมือนจะใช้เวลาอย่างไร้สาระ แต่พอแยกย้ายกันไปกลับมีความรู้สึกอบอุ่นใจ อย่างประหลาดเกิดขึ้น เราไม่อยากรู้หรอกว่าคุณคนนั้นคือใคร และทำอะไรอยู่ ณ ตอนนี้ (ถึงแม้จะรู้แล้วก็ตาม ) ยังไงก็แล้วแต่ความบังเอิญวันนั้น...มันยังทำให้เราอมยิ้มอยู่ได้จนทุกวันนี้

การหาโอกาสรู้จักตัวตนของใครบางคนแบบไม่ใส่หมวกนี่หายากนะ., ความจริงใจที่หยิบยื่นให้กันโดยปราศจากความโน้มเอียงด้านข้อมูล โอกาสดีๆ แบบนี้หาได้ยาก ถ้าไม่บังเอิญ., -- ยินดีที่ไม่รู้จักค่ะ -- ถ้าใครได้ดูหนังเรื่อง กวน มึน โฮ ก็คงจะพอนึกออกนะว่าความรู้สึกของเรากับคนแปลกหน้าคนนั้นที่ได้มีกิจกรรมร่วมกัน มันรู้สึก ดีมากๆอย่างไร -- ไม่ต่างกะในหนังเลยหล่ะ